เอเอฟพี/เอเจนซีส์ – ผลการลงประชามติอย่างไม่เป็นทางการในวันอังคาร(20 ต.ค)พบ 76% ของประชาชนจังหวัดอัลเบอร์ตาปฎิเสธไม่เอาแผนจัดลงประชามติประกาศเอกราชที่มีผลผูกพัน และยังต้องการที่จะอยู่ร่วมกับแคนาดาต่อไปท่ามกลางความท้าทายทางการเมืองเชิงภูมิศาสตร์ทั้งสงครามการค้าและภัยคุกคามจากรัฐบาลสหรัฐฯของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่ข่มขู่จะผนวกดินแดนเป็นรัฐที่ 51 ของอเมริกา
เอเอฟพีรายงานวันนี้(20 ต.ค)ว่า สถานีโทรทัศน์ CBC และสถานีโทรทัศน์ CTV ออกมาคาดการณ์ว่า ผู้ชนะในการลงประชามติแผนการจัดโหวตประกาศเอกราชของจังหวัดอัลเบอร์ตาอยู่กับฝ่ายเฟดเดอรัลลิสต์อย่างเห็นได้ชัด
สื่อเซนต์อัลเบิร์ต กาเซตต์(St. Albert Gazette) ของแคนาดา ผลอย่างไม่เป็นทางการพบว่า มีการนับบัตรลงคะแนนไปแล้วพบว่า มี 1,382,008 โหวตเลือกที่จะให้จังหวัดอัลเบอร์ตาอยู่กับแคนาดาต่อไป คิดเป็น 76%
ขณะที่อีก 448,239 โหวตหรือราว 25% เลือกอยู่กับฝ่ายกลุ่มแบ่งแยกดินแดนต้องการให้เริ่มกระบวนการประชามติการประกาศเอกราชแบบที่มีผลผูกพันซึ่งเป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญแคนาดา
นายกรัฐมนตรีแคนาดา มาร์ค คาร์นีย์ ออกมาแสดงความยินดีต่อผลพร้อมกล่าวว่า ชาวอัลเบอร์ตาได้ออกมาตัดสินอย่างชัดเจนในการเลือกความเป็นหนึ่งเดียว
“พวกเขาเลือกความเป็นหนึ่งเดียวเพื่อการสร้างร่วมกันและดูแลซึ่งกันและกัน” นายกรัฐมนตรีแคนาดากล่าวผ่านแถลงการณ์บนแพลตฟอร์ม X
เอเอฟพีรายงานว่า คาร์นีย์เติบโตขึ้นที่จังหวัดอัลเบอร์ตา ออกมาเรียกร้องให้ชาวอัลเบอร์ตาปฎิเสธพวกแบ่งแยกดินแดนและโต้ว่าแคนาดาต้องการการมีเสถียรภาพในขณะที่แคนาดากำลังเผชิญหน้าต่อสงครามการค้าของประธานาธิบดีทรัมป์และภัยคุกคามที่จะผนวกแคนาดาเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ
ทั้งนี้ เจฟฟรีย์ ราธ ( Jeffrey Rath) ผู้นำผิวขาวแคนาดากลุ่มเรียกร้องประกาศเอกราชอัลเบอร์ตา ชื่อกลุ่ม Alberta Prosperity Project บอกกับนักข่าวว่า เขาจะยังคงผลักดันทำให้อัลเบอร์ตาเป็นเอกราชต่อไปถึงแม้ผลจะออกมาอย่างไรก็ตาม
เขาอ้างชัยชนะว่า ทางกลุ่มได้ชัยชนะในจุดนี้จากการสร้างความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ขึ้นมาและได้ให้การศึกษาแก่ชาวอัลเบอร์ตาถึงผลประโยชน์ต่อการที่จะเป็นเอกราช
ด้านนายกรัฐมนตรีอัลเบอร์ตา แดเนียล สมิธ (Danielle Smith) นักการเมืองสายคอนเซอร์เวตีฟที่ต่อต้านการประกาศเอกราชออกมาสรรเสริญในวันอังคาร(20)ต่อการสนับสนุนอย่างกว้างขวางของชาวอัลเบอร์ตาที่ต้องการอยู่ร่วมกับแคนาดา
สมิธที่เป็นผู้สั่งให้มีการลงประชามติกล่าวยืนยันว่า เป็นชัยนะสำหรับฝ่ายเฟดเดอรัลลิสต์ที่จะแก้ปัญหาการแยกตัวจังหวัดออกจากประเทศแดนใบเมเปิลแห่งนี้
เอเอฟพีรายงานว่า อัลเบอร์ตามีแหล่งน้ำมันใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลกและบรรดาพวกฝ่ายแบ่งแยกดินแดนนั้นได้รับแรงผลักดันจากความโกรธแค้นต่อการจัดการอุตสาหกรรมน้ำมัน
รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ สกอตต์ เบสเซนต์ เรียกอัลเบอร์ตาว่า เป็นพันธมิตรทางธรรมชาติสำหรับสหรัฐฯ ส่วนอีลอน มัสก์ ที่เพิ่งประสบความสำเร็จจากการเปิดตัวรถบินได้ออกมาสนับสนุนฝ่ายแบ่งแยกดินแดนว่า อัลเบอร์ตาสมควรเป็นเอกราช


