กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้เปิดเผยในวันอังคาร (20 ต.ค.) ว่าทางกระทรวงจะถอนเจ้าหน้าที่บางส่วนออกจากสถานเอกอัครราชทูตประจำยูเครน เนื่องจากข้อพิพาททางการทูตทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น จากกรณีการส่งตัวเชลยศึกชาวเกาหลีเหนือมายังกรุงโซล
ก่อนหน้านี้ เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำยูเครนได้เดินทางกลับประเทศ ตามหลังการเปิดเผยของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี เมื่อเดือนที่แล้วเกี่ยวกับการย้ายตัวเชลยศึก ซึ่งกรุงโซลระบุว่าทำให้ครอบครัวของพวกเขาในเกาหลีเหนือตกอยู่ในความเสี่ยง
ปาร์ค ดู-ซุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ แถลงต่อผู้สื่อข่าวในวันอังคารว่า การเรียกตัวเอกอัครราชทูตประจำยูเครนกลับประเทศนั้น "ไม่ได้รับการตอบสนองในเชิงบวกจากฝ่ายยูเครนแต่อย่างใด"
"จากภัยคุกคามจากการโจมตีทางอากาศที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ ซึ่งทำให้การรับรองความปลอดภัยของบุคลากรเป็นไปได้ยาก รัฐบาลจึงตัดสินใจถอนเจ้าหน้าที่คณะทูตบางส่วนออก"
ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ ได้เรียกร้องให้ยูเครนออกมากล่าวคำขอโทษอย่างเป็นทางการต่อกรณีการเปิดเผยเรื่องเชลยศึกดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ กรุงโซลยังได้เรียกตัวเอกอัครราชทูตยูเครนประจำเกาหลีใต้เข้าพบ และขู่ว่าจะใช้ "มาตรการเพิ่มเติม" โดยไม่ได้ระบุรายละเอียด
ฝ่ายยูเครนยืนกรานว่า "การทูตจะต้องอยู่เหนืออารมณ์ความรู้สึก" ในความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ และทางยูเครนถือว่า "สถานการณ์ดังกล่าวได้รับการคลี่คลายแล้ว"
ช่วงต้นเดือนนี้ โช ฮยอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า ยูเครนได้ส่งสารที่มี "ถ้อยคำขอโทษ" เกี่ยวกับการเปิดเผยของเซเลนสกีแล้ว แต่ยังไม่ถึง "ระดับ" ที่กรุงโซลคาดหวังไว้
ที่มา เอเอฟพี


