สหรัฐฯกลับมาป้อนข้อมูลข่าวกรองอันสำคัญแก่ยูเครนแล้ว สำหรับช่วยเคียฟป้องกันการโจมตีด้วยขีปนาวุธจากรัสเซีย หลังหยุดไปช่วงสั้นๆ จากการเปิดเผยของประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ในวันอาทิตย์(18ต.ค.)
ยูเครน พึ่งพิงข่าวกรองสหรัฐฯเป็นอย่างมาก ในการตรวจจับขีปนาวุธที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงของรัสเซีย ที่ระดมยิงเข้าใส่เมืองต่าง ของยูเครนเป็นระลอก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บอกก่อนหน้านี้เมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว ว่าวอชิงตันยังคงแชร์ข่าวกรอง แต่พวกเจ้าหน้าที่ยูเครนอ้างว่าการโจมตีด้วยขีปนาวุธบางส่วนจากรัสเซีย เกิดขึ้นโดยปราศจากการแจ้งเตือนใดๆ
เซเลนสกี เปิดเผยระหว่างให้สัมภาษณ์กับรายการ Meet the Press ของเอ็นบีซี ว่าการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองเคยถูกระงับไป แต่ต่อมาได้รับการ ปลดล็อกแล้ว "เราขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งสำหรับสิ่งนี้" เขากล่าว "เวลานี้มันทำงานแล้ว"
อย่างไรก็ตาม เซเลนสกี ยอมรับว่าความเคลื่อนไหวอื่นๆของสหรัฐฯ อาทิการลงนามในข้อตกลงนำเข้าดีเซลรัสเซียและละเว้นมาตรการคว่ำบาตรที่มีต่อรัสเซีย ซึ่งมีกำหนดจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในสัปดาห์นี้ จะกลายมาเป็นตัวทำร้ายยูเครน "แน่นอนว่า ถ้าสหรัฐฯจะเลือกข้างรัสเซียอย่างเป็นทางการหากทั้ง 2 ประเทศนี้รวมตัวกัน เราย่อมไม่อาจเอาชนะได้ และคงไม่สามารถยืนหยัดอยู่ได้เช่นกัน"
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ความแตกแยกระหว่าง ทรัมป์ และ เซเลนสกี หนักข้อขึ้น โหมกระพือความกังวลว่าความสัมพันธ์อันมึนตึงระหว่างพวกเขา อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เลวร้ายสำหรับยูเครน ในเรื่องนี้ เซเลนสกี ให้สัมภาษณ์กับเอ็นบีซี แสดงความหวังว่า ทรัมป์ จะยังคงเป็นพันธมิตรของยูเครนต่อไป "เราอยากไว้ใจเขา และผมหวังว่าเขาจะเปลี่ยนการตัดสินใจ" เซเลนสกีกล่าว "ผมคิดว่าทั้งหมดทั้งมวลมันผิดพลาด มันจะไม่ช่วยอะไรเราเลย และมันจะไม่ช่วยอะไรสหรัฐอเมริกาเช่นกัน"
ในข้อความที่โพสต์ของทรูธโซเชียลเมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์(18ต.ค.) ทรัมป์เขียนว่าการตัดสินใจของเขา มีเป้าหมายเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งใดก็ตาม "ที่จะผลักดันให้รัสเซียหันหลังให้กับการเจรจาต่อรอง"
ด้าน สกอต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ยืนยันกับเอ็นบีซี ว่ายูเครนได้รับความช่วยเหลือจากอเมริกาในแบบที่รัสเซียไม่ได้รับ อ้างถึงการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองและการจัดหากระสุนของสหรัฐฯ ให้แก่ประเทศอื่น ๆ เพื่อนำไปขายต่อให้แก่ยูเครน
อย่างไรก็ตาม เบสเซนต์ กล่าวกับรายการ Meet the Press หลังจากรายการนี้ออกอากาศคำสัมภาษณ์เซเลนสกี โดยไม่ตอบคำถามตรงๆ แม้ถูกถามย้ำหลายครั้งว่าสหรัฐฯยังคงมองยูเครนเป็นพันธมิตรอยู่หรือไม่ "เช้านี้ เซเลนสกี นำเสนอทางเลือกหนึ่งที่ไม่ถูกต้อง นั่นคือยูเครนต้องชนะ" เบสเซนต์กล่าว "ที่ถูกต้องคือ สงครามต้องจบลง และนั่นน่าจะนำไปสู่การตกลงยุติปัญหาด้วยการเจรจาในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง"
(ที่มา:รอยเตอร์ส)


