ตำรวจเมืองมิลานของอิตาลีปะทะกับกลุ่มredผู้ประท้วงที่ขว้างปาก้อนหินและบุกปล้นร้านค้า ในระหว่างการชุมนุมต่อต้านบริการสาธารณะที่ย่ำแย่และค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ (18 ต.ค.) หลังจากที่เกิดเหตุความไม่สงบขึ้นในหลายเมืองของอิตาลีตั้งแต่วันเสาร์ (17)
แหล่งข่าวที่ทราบรายละเอียดของการสอบสวนเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า ตำรวจปราบจลาจลได้ยิงแก๊สน้ำตาและใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง หลังกลุ่มผู้ประท้วงหลายร้อยคนที่สวมหน้ากากได้ทุบกระจกร้านค้า และจุดไฟเผาถังขยะในบริเวณใกล้จัตุรัสกลางเมืองปิอาซซาดูโอโม
แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า ผู้ประท้วงกว่า 60 คนถูกนำตัวไปยังสถานีตำรวจเพื่อสอบสวนเพิ่มเติม
รายงานของตำรวจเมื่อวันอาทิตย์ (18) ระบุว่า มีผู้ประท้วงทั้งหมด 28 คนถูกจับกุมหลังจากเกิดเหตุปะทะในลักษณะเดียวกันเมื่อวันเสาร์ (17) ในเมืองทางตอนเหนือหลายแห่ง รวมถึงมิลาน โบโลญญา เบรสเซีย แบร์กาโม และตูริน
ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งบนถนนช้อปปิ้งที่แยกออกมาจากจัตุรัสถูกปล้นสะดม ถังขยะถูกพลิกวาง และรถสกูตเตอร์และจักรยานถูกทำลาย
จูเซปเป ซาลา นายกเทศมนตรีเมืองมิลาน กล่าวว่าเขาเห็น "กระจกหน้าร้านแตก ร้านค้าถูกปล้น และประชาชนหวาดกลัว"
"สิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่คือสิ่งที่เราเห็นในหลายเมืองทั่วโลก" เขากล่าวกับสำนักข่าวอันซา
"ผมกังวลมาก เพราะมันเป็นปรากฏการณ์ใหม่ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากสถานการณ์ระหว่างประเทศ และแพร่กระจายออกไปเรื่อยๆ"
เหตุจลาจลครั้งนี้คล้ายคลึงกับความรุนแรงในฝรั่งเศส ซึ่งประชาชนหลายแสนคนที่โกรธแค้นจากวิกฤตค่าครองชีพที่สูงขึ้นและบริการสาธารณะที่ลดลงได้ออกมาชุมนุมประท้วงบนท้องถนนเมื่อวันเสาร์ (17) ซึ่งเป็นการประท้วงที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปีของแดนน้ำหอม
จอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี ซึ่งกำลังจะมีการเลือกตั้งในปีหน้า ประณามเหตุการณ์ความรุนแรง และประกาศว่าจะมีการเรียกประชุมคณะรัฐมนตรีในวันจันทร์ (19) เพื่อหารือถึงวิธีแก้ไขสถานการณ์
ที่มา: รอยเตอร์, เอเอฟพี


