เอเจนซีส์/เอเอฟพี – ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานุเอล มาครง มีกำหนดแถลงต่อประชาชนทั่วประเทศค่ำนี้ หลังประชุมฉุกเฉินกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงฝรั่งเศสบ่ายวันอาทิตย์(18 ต.ค) ที่เห็นผู้ประท้วงไม่ต่ำกว่า 500,000 คนวันเสาร์(17 ต.ค)ประท้วงร่วมนักเรียนฝรั่งเศสปัญหาค่าครองชีพแพงและปฎิรูปการศึกษาฝรั่งเศสกลายเป็นจลาจล ที่ว่าการเมืองลีมอฌสร้างมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 19 โดนเผาเกือบวอด ร้านค้ากว่าพันเสียหายและโดนปล้นสะดม ผู้ประท้วงเสียชีวิต 1 และโดนจับอีก 1,800 คน การประท้วงลามไปประเทศเพื่อนบ้านหลายชาติรวม เบลเยียม อิตาลี
เดอะซันของอังกฤษรายงานวันนี้(18 ต.ค)ว่า ผู้ประท้วงเสียชีวิต 1 คนระหว่างฝรั่งเศสกำลังเกิดมิคสัญญี
โดยมีรายงานว่าผู้ประท้วงเกิดล้มหัวใจวายที่ถนนบูเลวาร์ด มาเจนตา(Boulevard Magenta) ระหว่างการประท้วงที่ผ่านถนนเส้นนี้
และเขาถูกเพื่อนผู้ประท้วงคนอื่นนำตัวส่งศูนย์ฉุกเฉินแต่ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ทัน
เดอะซันรายงานว่า ขณะเดียวกันตำรวจปารีสยืนยันว่ามี 1 คนเสียชีวิตตามหลังเกิดหัวใจล้มเหลวฉับพลันแต่ทว่าสถานการณ์เกิดขึ้นยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน
การเสียชีวิตเกิดขึ้นท่ามกลางการประท้วงทั่วฝรั่งเศสครั้งใหญ่วันเสาร์(17)ที่มีประชาชนเข้าร่วมกว่า 800,000 คน เอเอฟพีรายงานอ้างอิงจากกระทรวงมหาดไทยแดนน้ำหอมว่า ผู้ประท้วงกว่า 1,800 คนถูกจับ
เป็นการประท้วงต่อปัญหาค่าครองชีพพุ่งสูงของชาวแดนน้ำหอมตามหลังการประท้วงบรรดานักเรียนฝรั่งเศสที่ยืดเยื้อจากปัญหาระบบการศึกษาฝรั่งเศส
แค่เฉพาะในกรุงปารีส มีผู้ประท้วงกว่า 110,000 คนก่อนที่ถนนหนทางและร้านค้าจะกลายเป็นแดนมิคสัญญีไม่ต่างจากสนามรบที่เห็นการเผาทำลายและการปล้นสะดม
ตำรวจปารีสยืนยันการจับกุม 855 คนในกรุงปารีส และมีตำรวจบาดเจ็บ 13 นาย
ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานุเอล มาครง ประกาศที่จะลงโทษพวกผู้ประท้วงปิดหน้าที่ทำลายข้าวของสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินทั้งของรัฐและของเอกชน
ดิอินดีเพนเดนท์ของอังกฤษรายงานว่า ทั้งนี้มาครงมีกำหนดต้องออกแถลงการณ์ต่อประชาชนฝรั่งเศสในเวลา 20.00 น. ของวันอาทิตย์(17) ถึงการประท้วงครั้งใหญ่ตามหลังการประชุมฉุกเฉินร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสบ่ายวันเดียวกัน
ดิอินดีเพนเดนท์ชี้ว่า ในขณะที่ฝรั่งเศสกำลังถูกเผาตามความเห็นของผู้นำสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ แต่ทว่าผู้นำแดนน้ำหอมที่กำลังจะหมดสมัยนั้นดูเหมือนเขาสูญเสียการควบคุม
ซึ่งไม่กี่เดือนในฐานะประธานาธิบดีฝรั่งเศส มาครงนั้นดูเหมือนสูญเสียการควบคุมในสถานการณ์ ไม่สามารถเข้าใจต่อประเทศที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี และเขาสูญเสียความเชื่อมั่นจากบรรดานักลงทุนต่างชาติ
ผู้นำการเมืองปีกขวาฝรั่งเศส มารีน เลอเพน (Marine Le Pen) ฉวยสถานการณ์ออกมาโจมตีผู้นำการเมืองปีกซ้าย ฌ็อง-ลุก เมล็องชง(Jean-Luc Mélenchon) ที่เข้าร่วมการประท้วงที่กรุงปารีส
เธอโจมตีผ่านโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า บรรดาพวกผู้ก่อจลาจลเป็นอีกครั้งที่ทำให้การประท้วงวันที่ 17 ต.คเพื่อปกป้องพลังผู้บริโภคเสียไป”
ขณะที่ จอร์แดน บาร์เดลลา (Jordan Bardella) คู่ชิงประธานาธิบดีฝรั่งเศสของเลอ เพน กล่าวบนแพลตฟอร์ม X ว่า “หากว่าเสียงเงียบของฝรั่งเศสได้ตัดสิน พวกเราจะนำกฎกลับมาอีกครั้งเพื่อการใช้ในระยะยาว”
เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสกล่าวว่า กลุ่มปิดหน้าในวันเสาร์(17)ก่อเหตุจุดไฟเผาและทำลายอาคารรัฐ รวมอาคารที่ว่าการเมืองในไม่กี่เมือง
ดิอินดีเพนเดนท์รายงานว่า ที่เมืองลีมอฌ(Limoges) ที่อยู่ตอนกลางของฝรั่ง้ศสพบว่า อาคารที่ว่าการเมืองสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ถูกไฟเผาจนหลังคาพัง
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่เชื่อว่า ไฟที่เผาอาคารว่าการเมืองเป็นการตั้งใจจุดขึ้นมาและเกือบที่จะทำลายอาคารเก่าแก่ ไฟไหม้นี้สามารถควบคุมได้ในวันอาทิตย์(18)
การปล้นสะดมและความเสียหายของร้านรวงมีรายงานเกิดขึ้นรอบจตุรัสปารีสและบางพื้นที่ช้อปปิ้งในย่านใจกลางเมือง
อ้างอิงจากเอเอฟพีมีร้านรวงราว 1,500 ร้านได้รับความเสียหายในสุดสัปดาห์ตามหลังการประท้วง ความเสียหายคาดว่าจะแตะไม่กี่ร้อยล้านยูโร
ดิอินดีเพนเดนท์รายงานว่า ในขณะเดียวกันพบว่าในการประท้วงใหญ่รอบล่าสุด ตำรวจปราบจลาจลได้รับอนุญาตให้ใช้ระเบิดปราบจลาจลได้ถึงแม้จะถูกสั่งห้ามก่อนหน้าหลังพบทำให้เด็กอายุ 15 ปีมือขาด
การประท้วงยังลามไปประเทศเพื่อนบ้านทั้ง โปรตุเกส สเปน อิตาลี และเบลเยียมในสุดสัปดาห์ต่อปัญหารัฐบาลคอร์รัปชัน ประเด็นที่อยู่อาศัย และปัญหาค่าครองชีพ
ที่เมืองมิลานพบว่าประชาชนรวมตัวกันเพื่อประท้วงต่อต้านค่าครองชีพเพิ่ม และมีผู้ประท้วงปิดหน้าขว้างก้อนหินใส่ตำรวจปราบจลาจลอิตาลีที่ตอบโต้ด้วยแก๊สน้ำตาและกระสุนน้ำ
นายกรัฐมนตรีอิตาลี จอร์เจีย เมโลนี กล่าวว่า การประท้วงถือเป็น “สิทธิ” แต่ทว่าการเผาเมืองของพวกเราไม่ใช่


