xs
xsm
sm
md
lg

หัวอกคนโดนเท!เซเลนสกีช้ำทรัมป์'ตกรางวัล'ปูติน หวั่นUSปลดคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่ม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน เมื่อวันเสาร์(17ต.ค.) แสดงความกังวล สหรัฐฯอาจปลดมาตรการคว่ำบาตรเล่นงานรัสเซียเพิ่มเติม และส่งเสียงคร่ำครวญว่าการกระทำดังกล่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งอเมริกา เท่ากับเป็นการ "ตกรางวัล" วลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย

ทรัมป์ยกระดับความขัดแย้งกับเซเลนสกีเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ด้วยการลงนามในคำสั่งบริหาร ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ ซึ่งมุ่งเป้าไปที่รายได้จากพลังงานของรัสเซีย การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นแม้รัสเซียยกระดับการโจมตียูเครน ในสงครามที่ลากยาวมานานกว่า 5 ปี ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วหลายหมื่นรายและประชาชนต้องพลัดถิ่นฐานหลายล้านคน

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ แถลงว่าเขาบรรลุข้อตกลงกับปูติน ในการเปิดทางให้รัสเซียส่งออกน้ำมันดีเซล แลกกับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร และล่าสุด เซเลนสกี ยอมรับรู้สึกกังวลว่าอเมริกาอาจมีการอ่อนข้อแก่รัสเซียเพิ่มเติมอีก "เคราะห์ร้าย การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรจะเดินหน้าต่อไป ผมเชื่อว่าข้อตกลงดีเซลเป็นเพียงก้าวย่างแรก" ผู้นำยูเครนบอกกับพวกผู้สื่อข่าว

อย่างไรก็ตาม เซเลนสกี บอกว่าเขาแสดงความหวังเป็นการส่วนตัว ว่าทรัมป์จะทำทุกอย่างที่อยู่ภายใต้อำนาจบีบ ปูติน ยุติสงคราม แต่ระบุ "คุณไม่อาจบรรลุเป้าหมายนี้ด้วยการจำกัดยูเครนจากการโจมตีตอบโต้รัสเซีย ที่เข่นฆ่าประชาชนของเรา และแน่นอนไม่ใช่ด้วยการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร"

เซเลนสกี พูดถึงการตัดสินใจของสหรัฐฯในวันศุกร์(16ต.ค.) วันเดียวกับที่รัสเซียโจมตีโรงไฟฟ้าที่สำคัญยิ่ง 15 แห่งทั่วยูเครน ในหนึ่งในปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุด ที่พุ่งเป้าเล่นงานโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานของยูเครน

พวกเจ้าหน้าที่เปิดเผยว่ามีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บ 22 คน ในนั้นเป็นเด็ก 2 ราย ในเหตุโจมตีที่เคียร์ซอน เมืองทางภาคใต้ ส่วนอีกคนเสียชีวิตในเมืองซูมี ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ

กฎหมายลินด์ซีย์ แกรม ซึ่งตั้งชื่อตามอดีตวุฒิสมาชิกสหรัฐฯผู้ล่วงลับ ที่ผลักดันกฎหมายฉบับนี้ เล็งเป้าเล่นงานภาคพลังงานและกลาโหมของรัสเซีย เช่นเดียวกับปูติน และกองเรือบรรทุกน้ำมันเงา ที่รัสเซียใช้หลบหลีกมาตรการคว่ำบาตรของอเมริกา

"เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนในอเมริกาจะต้องได้เห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงด้วยเช่นกัน" เซเลนสกีโพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมกล่าวต่อว่า "กฎหมายลินด์ซีย์ แกรม มีจุดมุ่งหมายสร้างแรงกดดันที่มีประสิทธิผลอย่างแท้จริงต่อรัสเซีย เพื่อยุติสงครามครั้งนี้ และกฎหมายฉบับนี้อาจช่วยได้มากอย่างมหาศาล และในปัจจุบันก็ยังคงช่วยได้อยู่"

"การที่สหรัฐฯงดเว้นการใช้มาตรการคว่ำบาตร เป็นการลดแรงกดดันต่อผู้รุกราน อีกทั้งยังเป็นการตกรางวัลทางการเงินให้แก่ปูติน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เขาฮึกเหิมเดินหน้าโจมตีต่อไป" เซเลนสกีเตือน และชี้ว่ารัสเซียต้องการทำให้ยูเครน อยู่ในความมืดมิดก่อนเข้าสู่ฤดูหนาว "รัสเซียกำลังพยายามทำให้ประชาชนหลายล้านคนของเรา ไม่มีไฟฟ้าใช้และต้องอยู่โดยปราศจากเครื่องทำความร้อน" พร้อมเรียกร้องให้บรรดาพันธมิตรกดดันมอสโกให้หยุดการกระทำดังกล่าว

ฤดูหนาวที่ผ่านมา ประชาชนหลายแสนคนในยูเครนต้องประสบกับภาวะขาดความร้อนและไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องท่ามกลางอุณหภูมิที่หนาวจัด

วังเครมลินและปูติน ยังไม่แสดงปฏิกิริยาต่อท่าทีของทรัมป์ แต่เจ้าหน้าที่รัสเซียหลายคนออกมาเฉลิมฉลองความเคลื่อนไหวดังกล่าว ว่าเป็นชัยชนะ "การระงับใช้กฎหมายแกรมของรัฐบาลทรัมป์ เป็นช่วงเวลาที่สำคัญและเป็นช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง" คิริลล์ ดมริทริเยฟ ทูตของปูตินโพสน์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมบอกว่า "กฎหมายนี้จะก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯและตลาดโลก"

ในส่วนของเซเลนสกี เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา พยายามรวบรวมพันธมิตรของเขาระหว่างการเยือนกรุงบรัสเซลส์เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดสหภาพยุโรป เรียกร้องบรรดาพันธมิตร ให้ยังคงเดินหน้าสนับสนุนทางการเงินแก่การสู้รบของยูเครนต่อไป และยืนกรานว่าเขาจะยืดหยัดเพื่อประเทศชาติ ท่ามกลางความขัดแย้งกับทรัมป์

ยูเครนกำลังประสบความยากลำบากในการยิงสกัดขีปนาวุธของรัสเซีย และต้องเร่งเสริมศักยภาพด้านการป้องกันอย่างเร่งด่วนก่อนที่ฤดูหนาวจะมาถึง

รัสเซียควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ทางตะวันออกและทางใต้ของยูเครนไว้ได้แล้ว และปูตินได้กล่าวซ้ำหลายครั้งว่ามอสโกตั้งใจที่จะยึดพื้นที่ส่วนที่เหลือทางตะวันออกของยูเครนด้วยกำลัง

(ที่มา:เอเอฟพี)