กองทัพสหรัฐฯได้จัดทำแผนการโจมตีครั้งใหม่ ในนั้นรวมถึงความเป็นไปได้ของการใช้ "มารดาแห่งระเบิดทั้งปวง(Mother of All Bombs)" เล่นงานโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานและแหล่งที่ตั้งทางนิวเคลียร์ของอิหร่าน ถ้าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯออกคำสั่งให้กลับมาปฏิบัติการสู้รบอีกรอบ ตามรายงานของซีเอ็นเอ็นเมื่อวันพุธ(14ต.ค.) อ้างอิงแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่อเมริกาที่ใกล้ชิดกับประเด็นนี้
ข้อเสนอใช้ GBU-43/B Massive Ordnance Air Blast Bomb หรือ MOAB ซึ่งเป็นระเบิดที่ไม่ใช่ระเบิดนิวเคลียร์ ขนาดใหญ่ที่สุดในคลังแสงของสหรัฐฯ จะถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งกับอิหร่านครั้งสำคัญ แม้ว่าเจ้าหน้าที่บางส่วนตั้งข้อสงสัยว่าอาวุธดังกล่าวจะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ทางทหารของวอชิงตันได้หรือไม่
รายงานของซีเอ็นเอ็นระบุว่า ทรัมป์ ออกคำสั่งให้กองทัพเตรียมการทางเลือกต่างๆเพิ่มเติมสำหรับโจมตีเป้าหมายต่างๆของอิหร่าน ในนั้นรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานและที่ตั้งต่างๆที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ของสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้ แผนการดังกล่าวอาจถูกนำมาปฏิบัติก่อนหรือหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ที่กำลังจะมาถึง หากประธานาธิบดีตัดสินใจกลับมาดำเนินปฏิบัติการสู้รบครั้งใหญ่
แหล่งข่าวรายหนึ่งซึ่งใกล้ชิดกับการวางแผนทางทหาร ให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นเอ็นว่า การโจมตีตามข้อเสนอดังกล่าวอาจเกิดขึ้นก่อนที่กองทัพสหรัฐฯจะถอนตัวออกจากพื้นที่ความรับผิดชอบของกองบัญชาการกลางอเมริกา ซึ่งอาจเปิดช่องให้รัฐบาลสามารถเปิดฉากโจมตีเพิ่มเติมได้ แล้วจากนั้นก็จะประกาศชัยชนะและถอนกำลังทหารออกมา
ส่วนแหล่งข่าวอีกคนบอกว่าในแผนสำหรับโจมตีที่ตั้งนิวเคลียร์ต่างๆของอิหร่าน ซึ่งรวมถึงที่ตั้งใต้ดินต้องสงสัยในแถบเทือกเขาพิคแอกซ์ ระบุไว้อย่างชัดเจนถึงความเป็นไปได้ในการนำระเบิด MOAB มาใช้งาน
ทรัมป์ ส่งเสียงขู่ซ้ำๆว่าจะเล็งเป้าเล่นงานภูเขาพิคแอกซ์ บริเวณที่วอชิงตันและอิสราเอลเชื่อว่าอิหร่านได้เก็บส่วนประกอบต่างๆของโครงการนิวเคลียร์ของตนเอาไว้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯยืนกรานว่าการขัดขวางเตหะรานจากการมีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง ยังคงเป็นวัตถุประสงค์หลักในยุทธการทางทหารของอเมริกา
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นเอ็นว่า นักวางแผนทางทหารมักจัดเตรียมทางเลือกหลากหลายไว้ให้แก่ผู้กำหนดนโยบาย ไล่ตั้งแต่ปฏิบัติการที่มีความเข้มข้นต่ำ ไปจนถึงการโจมตีด้วยอานุภาพสูงต่อเป้าหมายที่มีการป้องกันอย่างแน่นหนา อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพของ MOAB ต่อการทำลายที่ตั้งนิวเคลียร์ที่อยู่ลึกลงไปใต้ดิน ยังคงไม่ชัดเจน
ระเบิดนำวิถีด้วยระบบ GPS สามารถสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างครอบคลุมพื้นที่เทียบเท่ากับกลุ่มก้อนเมืองประมาณเก้าเมือง แต่มันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เจาะลึกลงไปใต้ดิน แหล่งข่าวบอกกับซีเอ็นเอ็นว่า อาวุธนี้น่าจะมีปัญหาในการทำลายสถานที่ซึ่งได้รับการปกป้องด้วยชั้นหินแกรนิตหนาและสิ่งป้องกันอื่นๆ
ถ้ามีการใช้งานจริง ระเบิดอาจก่อการทำลายล้างอย่างกว้างขวาง ณ จุดตกกระทบ รัศมีระเบิดขนาดใหญ่ของมันอาจก่อให้เกิดความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความสูญเสียต่อพลเรือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามันเป็นการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานที่อยู่ใกล้พื้นที่ชุมชนหรือที่ตั้งทางพลเรือนอื่นๆ
แม้จะมีข้อจำกัดเหล่านี้ แต่มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้พิจารณาถึงผลกระทบทางจิตวิทยาที่อาจเกิดขึ้นจากอาวุธดังกล่าว ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของทางเลือกทางการทหารอย่างครอบคลุมของรัฐบาล
ซีเอ็นเอ็นรายงานอ้างคำกล่าวของแหล่งข่าวรายหนึ่ง ระบุว่าประธานาธิบดีทรัมป์อาจเผชิญแรงกดดันให้ต้องดำเนินการกับอิหร่านเพิ่มเติม แม้ไม่มีความแน่นอนว่าปฏิบัติการโจมตีเพิ่มเติมเหล่านั้น จะบีบให้เตหะรานตอบรับเงื่อนไขของวอชิงตันหรือไม่
แหล่งข่าวระบุว่า MOAB อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างแรงกดดันทางจิตวิทยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงข้อจำกัดของอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ในการจัดการกับเป้าหมายที่ฝังลึกอยู่ใต้ดิน
(ที่มา:อนาโดลู/ซีเอ็นเอ็น)


