น้ำมันปิดผสมผสานในวันพฤหัสบดี(15ต.ค.) นักลงทุนจับตาสหรัฐฯกำลังพิจารณาผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร "กองเรือเงา" หรี่ตาให้เรือทั้งหลายที่เคยลอบขนส่งน้ำมันให้รัสเซีย อิหร่านและเวเนซุเอลา หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำราคาพุ่งสูง ส่วนวอลล์สตรีทปิดบวก ได้แรงหนุนจากการดีดตัวของหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นนอกกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่ทองคำฟื้นตัว
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 2.88 ดอลลาร์ ปิดที่ 97.97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนธันวาคม ลดลง 14 เซนต์ ปิดที่ 105.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
การพิจารณาผ่อนปรนให้แก่กองเรือเงา มีขึ้นหลายวันหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเชื้อเพลิงดีเซลรัสเซีย ในความหวังฉุดให้ราคาน้ำมันโลกลดต่ำลง เจ้าหน้าที่อเมริการายหนึ่งบอกว่าการพูดคุยในเรื่องดังกล่าวมีแก่นกลางอยู่ที่ความเป็นไปได้ที่ยวอชิงตันจะอนุญาตให้มีการขนส่ง "น้ำมันที่ถูกต้องตามกฎหมาย" โดยใช้เรือที่เคยถูกคว่ำบาตรมาก่อนหน้านี้
กระทรวงการคลังสหรัฐฯอ้างว่าความเคลื่อนไหวใดๆในการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรกองเรือเงาจะไม่ช่วยให้รัสเซียสามารถขนส่งน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันได้
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดบวกในวันพฤหัสบดี(15ต.ค.) ได้แรงหนุนจากการดีดตัวของหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นนอกกลุ่มเทคโนโลยี แม้มีความกังวลเกี่ยวกับหุ้นต่างๆที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์
ดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 556.21 จุด (1.08 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 52,177.69 เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 25.12 จุด (0.33 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 7,744.06 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 20.16 จุด (0.08 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 26,713.03 จุด
หุ้น CoreWeave ดิ่งลง 7% ขณะที่นักลงทุนวิตกกังวลว่าบริษัทอาจก่อหนี้มากเกินไปเพื่อนำเงินไปใช้ในการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
นอกจากนี้ ความกังวลในอุตสาหกรรม AI ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากแหล่งข่าวเปิดเผยต่อสำนักข่าว CNBC ว่า รายได้ของ Anthropic อยู่ที่ระดับเพียง 16,800 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 3 ส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่า การเติบโตของรายได้ของบริษัทอาจไม่รวดเร็วเพียงพอที่จะรองรับการทะยานขึ้นของราคาหุ้นบริษัทผู้ผลิตชิป
อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นยังได้แรงหนุนจากการดีดตัวของหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นนอกกลุ่มเทคโนโลยี ในนั้นรวมถึงหุ้น Walmart ที่พุ่งขึ้น 4% ขณะที่ Merck ดีดตัวขึ้นมากกว่า 3%
ส่วนทองคำปรับขึ้นมากกว่า 1% ในวันพฤหัสบดี(15ต.ค.) หลังจากก่อนหน้านี้ขยับลงมา 3 วันติด ได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์และผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯที่ย่อตัวลง โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 62.20 ดอลลาร์ หรือ 1.5% ปิดที่ 4,170.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์
(ที่มา:รอยเตอร์ส)


