ราคาน้ำมันขยับขึ้นในวันพุธ(14ต.ค.) หลังพวกฮูตีโจมตีสำนักงานใหญ่ของซาอุดี อารัมโก และอิหร่านเผยว่ากำลังใช้กลยุทธ์ใหม่ในการเล่นงานเรือ ส่วนวอลล์สตรีทและทองคำปิดลบ หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯออกมาร้อนแรงเกินคาดหมาย
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 95 เซนต์ ปิดที่ 95.09 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 37 เซนต์ ปิดที่ 106.06 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
พวกเจ้าหน้าที่อิหร่านปฏิเสธให้รายละเอียดใดๆเกี่ยวกับกลยุทธ์ใหม่ในการเล่นงานเรือ แต่หนึ่งในนั้นบอกว่าอิหร่านเริ่มใช้กลยุทธ์เชิงรุกที่ต่างออกไปตั้งแต่ 10 วันก่อนแล้ว
ขณะเดียวกันน้ำมันยังได้แรงหนุนจากกรณีที่พวกฮูตีโจมตีอาคารสำนักงานแห่งหนึ่งของซาอุดี อารัมโก บริษัทน้ำมันแห่งรัฐของซาอุดีอาระเบีย ในเมืองดาห์ราน ทำให้เกิดไฟไหม้ในวงจำกัด
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดลบในวันพุธ(14ต.ค.) ข้อมูลเงินเฟ้อที่ร้อนแรงเกินคาดหมาย ก่อความกังวลว่าธนาคารกลางอเมริกา(เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกรอบ ซึ่งมันส่งผลระทบต่อหุ้นของออราเคิลและหุ้นอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับไอเอ ที่มีความอ่อนแอต่อต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น
ดาวโจนส์ ลดลง 48.62 จุด (0.09 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 51,621.48 เอสแอนด์พี ลดลง 86.51 จุด (1.11 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 7,718.94 จุด แนสแดค ลดลง 511.51 จุด (1.88 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 26,692.87 จุด
ราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯร้อนแรงขึ้นในเดือนกันยายน เนื่องจากต้นทุนเบนซินที่แพงขึ้นและแรงกดดันทางราคา ขยายวงกว้างออกไปนอกเหนือจากภาคพลังงาน อ้างอิงข้อมูลของกระทรวงแรงงานอเมริกา
นักลงทุนคาดหมายมากขึ้นว่าทางธาคารกลางสหรัฐฯอาจจำเป็นต้องปรับขึ้ดอกเยอีกรอบ เพื่อสกัดเงินเฟ้อ ที่ปัจจัยนี้เองที่ฉุดให้หุ้นของออราเคิล ปิดลบ 8.8% ส่วน คอร์วีฟ และ เนเบียส บริษัทโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ ปิดลบ 15% และ 10% ตามลำดับ
ส่วนราคาทองคำปิดลบกว่า 1% ในวันพุธ(14ต.ค.) ข้อมูลเงินเฟ้อทีร้อนแรงเกินคาดหมาย เพิ่มแนวโน้มที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกรอบในเดือนนี้ โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนธันวาคม ลดลง 69.40 ดอลลาร์ หรือ 1.7% ปิดที่ 4,107.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์
(ที่มา:รอยเตอร์ส)


