เจ้าหน้าที่กระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิสหรัฐฯ บุกค้นบ้าน “อิลฮาน โอมาร์” ส.ส.หญิงพรรคเดโมแครตจากรัฐมินเนโซตา เช้ามืด 12 ต.ค. อ้างเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนประเด็นเอกสารเข้าเมืองและสถานะสัญชาติ หลังเกิดในโซมาเลียและได้สัญชาติอเมริกันเมื่อปี 2000 ด้านเจ้าตัวประณามทรัมป์ใช้รัฐบาลเป็นเครื่องมือเล่นงานศัตรูทางการเมือง ขณะที่แกนนำเดโมแครตและผู้ว่าการรัฐมินเนโซตาร่วมจวก เกิดเหตุไม่ถึง 3 สัปดาห์ก่อนเลือกตั้งกลางเทอม
เจ้าหน้าที่กระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิสหรัฐฯ บุกค้นบ้านของ อิลฮาน โอมาร์ (Ilhan Omar) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหญิงพรรคเดโมแครตจากรัฐมินเนโซตา เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 12 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น โดยอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนเกี่ยวกับเอกสารเข้าเมืองและสถานะสัญชาติอเมริกันของเธอ ซึ่งเกิดในประเทศโซมาเลีย ก่อนจะได้รับสัญชาติสหรัฐฯ ในปี 2000
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 12 ต.ค. ว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า การเข้าตรวจค้นบ้านของโอมาร์ ซึ่งเป็นนักการเมืองที่วิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างต่อเนื่อง เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสอบสวน
แหล่งข่าวใกล้ชิดกับการสอบสวนเปิดเผยว่า ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับข้อสงสัยเรื่องการเข้าเมืองสหรัฐฯ อย่างผิดกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเอกสารเข้าเมืองของโอมาร์ ซึ่งบิดาของเธอเป็นผู้ยื่นเอกสารดังกล่าวในช่วงที่เธอยังเป็นเด็ก ขณะที่บิดาของเธอเสียชีวิตไปแล้ว
“โอมาร์” ซัดรัฐบาลทรัมป์ใช้รัฐเล่นงานศัตรูทางการเมือง
ภายหลังเกิดเหตุ โอมาร์ออกมาตอบโต้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยกล่าวหารัฐบาลสหรัฐฯ ว่ากำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อจัดการกับฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองของประธานาธิบดีทรัมป์
“เป็นเวลาหลายสิบปีที่ทรัมป์จ้องเล่นงานดิฉันด้วยคำโกหกที่ไม่เป็นจริงและแคมเปญป้ายสีต่าง ๆ นานา” โอมาร์กล่าว
พร้อมระบุว่า “นี่เป็นแค่การยกระดับล่าสุดในแคมเปญการคุกคามทางการเมืองของเขา ดิฉันจะไม่ยอมถูกปิดปาก”
การตรวจสอบสถานะสัญชาติของนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามโดยประธานาธิบดีทรัมป์เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้เช่นกัน โดยทรัมป์เคยตั้งคำถามเกี่ยวกับสูติบัตรของบารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีผิวสีของสหรัฐฯ พร้อมเผยแพร่ทฤษฎีสมคบคิดว่าโอบามาเกิดในเคนยา ไม่ใช่รัฐฮาวายตามข้อมูลที่ปรากฏ
ทรัมป์โจมตีโอมาร์กลางเวทีหาเสียง รีพับลิกันขู่ถอดสัญชาติ
ด้านทรัมป์ ซึ่งอยู่ระหว่างการหาเสียงที่เมืองยังทาวน์ (Youngstown) รัฐโอไฮโอ ไม่รอช้าที่จะโจมตีโอมาร์ โดยกล่าวถึงประเทศบ้านเกิดของเธอว่า “เธอมาจากหนึ่งในประเทศที่เลวร้ายที่สุดกว่าที่ใดในโลกใบนี้”
โอมาร์เกิดในโซมาเลีย ก่อนจะได้รับสัญชาติอเมริกันในปี 2000 และตั้งหลักแหล่งในรัฐมินเนโซตา ซึ่งมีชุมชนชาวโซมาเลียขนาดใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ
ขณะที่นักการเมืองพรรครีพับลิกันบางส่วนออกมาวิพากษ์วิจารณ์โอมาร์เช่นกัน โดยแนนซี เมซ (Nancy Mace) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกัน โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า หากพิสูจน์ได้ว่ามีการฉ้อโกง โอมาร์จะถูกถอดสัญชาติและเนรเทศออกจากประเทศ พร้อมย้ำว่า “ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย”
อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเข้าเมืองและสถานะสัญชาติยังอยู่ในกระบวนการสอบสวนตามข้อมูลที่มีการรายงาน
แกนนำเดโมแครตประณาม หวั่นรัฐบาลกลางถูกใช้เล่นงานคู่แข่ง
การบุกค้นบ้านโอมาร์ทำให้แกนนำพรรคเดโมแครตหลายคนออกมาประณามการดำเนินการของรัฐบาลทรัมป์ โดยฮาคีม เจฟฟรีส์ (Hakeem Jeffries) ผู้นำเสียงข้างน้อยพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ และแกนนำพรรคคนอื่น ๆ แสดงความไม่พอใจอย่างมาก พร้อมตั้งคำถามถึงการใช้อำนาจของรัฐบาลกลางเพื่อจัดการกับศัตรูทางการเมืองของประธานาธิบดี
ทิม วอลซ์ (Tim Walz) ผู้ว่าการรัฐมินเนโซตา ซึ่งเคยเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการเลือกตั้งปี 2024 ร่วมกับกมลา แฮร์ริส (Kamala Harris) อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ออกมาประณามเหตุการณ์ดังกล่าวเช่นกัน
ทั้งคู่แสดงความเห็นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า “ชาวอเมริกันทั้งหลายมองเห็นว่าสิ่งนี้เป็นเช่นไร” พร้อมกล่าวหาว่าทรัมป์กำลังใช้อำนาจโดยมิชอบ เพื่อติดตามเล่นงานคู่แข่งทางการเมืองในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้ง
โอมาร์ลงสมัครสมัยที่ 5 ก่อนศึกเลือกตั้งกลางเทอม 3 พ.ย.
รอยเตอร์รายงานว่า การส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านนักการเมืองพรรคเดโมแครตเกิดขึ้นไม่ถึง 3 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 3 พ.ย. โดยพรรครีพับลิกันตั้งเป้ารักษาเสียงข้างมากในสภาคองเกรส
โอมาร์ วัย 44 ปี เป็นนักการเมืองฝ่ายก้าวหน้าของพรรคเดโมแครต และกำลังลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อกลับเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรเป็นสมัยที่ 5 โดยเธอเป็นตัวแทนเขตเลือกตั้งที่พรรคเดโมแครตมีฐานเสียงแข็งแกร่ง
ในการเลือกตั้งปี 2024 โอมาร์ชนะด้วยคะแนนเสียง 74.37% หรือ 261,066 คะแนน ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการผลการเลือกตั้งของรัฐมินเนโซตา
เหตุการณ์บุกค้นบ้านครั้งนี้จึงเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อ่อนไหวทางการเมือง โดยฝ่ายเดโมแครตตั้งข้อสงสัยถึงความเหมาะสมในการใช้อำนาจของรัฐบาลกลาง ขณะที่ฝ่ายรีพับลิกันเรียกร้องให้ตรวจสอบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับสถานะสัญชาติของโอมาร์ ซึ่งเป็นประเด็นที่อาจถูกจับตามองต่อเนื่องในช่วงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ


