MGR Online - กัมพูชายืนยันความมุ่งมั่นในการยกระดับการปราบปรามศูนย์หลอกลวงออนไลน์ โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่โครงการพัฒนา ‘ลองเบย์’ (Long Bay) ในจ.เกาะกง และกำลังดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
ฉาย สินาริธ รัฐมนตรีอาวุโสและหัวหน้าสำนักเลขาธิการคณะกรรมการต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (CCOS) กล่าวว่ารัฐบาลกัมพูชายังคงมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ในการบังคับใช้กฎหมาย ที่รวมถึงการดำเนินคดีกับหัวหน้าขบวนการและผู้สมรู้ร่วมิคิด การอายัดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิด และการดำเนินหน้าสืบสวนคดีต่างๆ
สินาริธ ระบุในคำแถลงว่า เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการทางกฎหมายกับกลุ่มที่ต้อสงสัยว่าดำเนินการศูนย์หลอกลวงออนไลน์ ที่เป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ระดับชาติในการปราบปรามอาชญากรรมที่ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ
สำหรับพื้นที่โครงการพัฒนาลองเบย์ ในจ.เกาะกง เขาระบุว่ารัฐบาลกัมพูชากำลังดำเนินการสอบสวนอยู่ หลังจากที่ เติ้ง พีปิง (Deng Pibing) นักธุรกิจชาวจีน-กัมพูชา มีชื่อปรากฎอยู่ในรายงานข่าวเมื่อเร็วๆ นี้ ของสำนักข่าวอัลจาซีรา (Al Jazeera) ที่เปิดโปงข้อกล่าวหาเกี่ยวกับศูนย์หลอกลวงทางออนไลน์และการทุจริตในโครงการ
“ข้อมูลจากกรมตรวจคนเข้าเมืองระบุว่า เติ้ง พีปิง ได้เดินทางออกจากกัมพูชาไปเมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2569” ฉาย สินาริธ กล่าว
สินาริธระบุว่าจากข้อมูลที่ได้รับจากแหล่งข่าวเฉพาะทาง พบว่าองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (อินเตอร์โพล) ได้ออกหมายแดงสำหรับเติ้ง พีปิง แล้ว
หมายแดงของอินเตอร์โพลคือคำร้องขอไปยังหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในประเทศสมาชิก เพื่อให้ช่วยติดตามและจับกุมบุคคลที่ต้องการตัวไว้ชั่วคราว ระหว่างรอการส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรือกระบวนการทางกฎหมายอื่นๆ
ทั้งนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับหมายดังกล่าวไม่ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวอิสระ และฉาย สินาริธ ไม่ได้ระบุว่าประเทศใดเป็นผู้ร้องขอ หรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับข้อหาความผิดที่เกี่ยวข้อง
เขายืนยันว่าเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ทางการกัมพูชาได้ระบุอาคารหลายหลังภายในโครงการลองเบย์ ที่ต้องสงสัยว่าถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการหลอกลวงทางออนไลน์ และแม้ว่าผู้ต้องสงสัยจำนวนมากจะหลบหนีออกจากพื้นที่ก่อนเข้าตรวจค้น แต่เจ้าหน้าที่สามารถยึดหลักฐานสำคัญที่อาจเชื่อมโยงกับกิจกรรมหลอกลวงออนไลน์ได้ ขณะที่ทางการจ.เกาะกง ก็สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้จำนวนหนึ่ง
รายงานระบุว่าอาคารเหล่านั้นถูกสั่งปิดและอายัดไว้ในระหว่างที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป
ฉาย สินาริธ ไม่ได้ระบุจำนวนผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัว สัญชาติของบุคคลเหล่านั้น หรือระบุว่ามีการส่งตัวผู้ใดขึ้นศาลเพื่อดำเนินคดีแล้วหรือไม่
เขากล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ได้เดินทางไปเยือนจ.เกาะกงด้วยตนเอง เมื่อวันที่ 5 กันยายน เพื่อตรวจสอบความคืบหน้าในสถานที่หลายแห่งที่อยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย
เติ้ง พีปิง ตกเป็นประเด็นในสารคดีเชิงสืบสวนสอบสวนเชิงลึกของรายการ 101East ทางช่องอัลจาซีรา ที่มีชื่อว่า “Exposing an Alleged Crime Kingpin’s Cambodian Empire” โดยสารคดีดังกล่าวถูกเผยแพร่ทางออนไลน์เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม
ในสารคดีชุดนี้ ผู้สื่อข่าวของอัลจาซีรา ได้ทำการสืบสวนแบบลับโดยแฝงตัวเป็นผู้เกี่ยวข้องกับธุรกิจพนันออนไลน์จากฟิลิปปินส์ เพื่อตรวจสอบการดำเนินงานที่โครงการลองเบย์ ซึ่งได้รับการโปรโมทว่าเป็นโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวชายฝั่งระดับโลก
ตามการสืบสวน โครงการลองเบย์ถูกกล่าวหาว่าเป็นแหล่งที่ตั้งของศูนย์หลอกลวงออนไลน์ การใช้ยาเสพติด และกิจกรรมผิดกฎหมาย ซึ่งเชื่อมโยงกับเครือข่ายของผู้มีอิทธิพล
สารคดีดังกล่าวมีการนำเสนอภาพและบทสนทนาที่บันทึกไว้อย่างลับๆ กับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนาแห่งนี้ รวมถึงข้อมูลที่ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกว่า 300 นาย และพนักงานกว่า 1,000 คน ปฏิบัติงานอยู่ภายในพื้นที่
ในช่วงหนึ่ง มีการบันทึกภาพเติ้ง พีปิง ขณะกำลังหารือเรื่องการสนับสนุนทางการเงินที่เขามอบให้กับหน่วยงานตำรวจ เพื่อรับประกันความปลอดภัยในโครงการของเขา ซึ่งทางอัลจาซีราระบุว่าบทสนทนาดังกล่าวก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะได้รับความคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย
ฉาย สินาริธ ได้ยืนยันว่ารัฐบาลและหน่วยงานปราบปรามการฉ้อโกงออนไลน์ ยังคงมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ในการบังคับใช้กฎหมาย และเดินหน้าปราบปรามรวมถึงกวาดล้างขบวนการหลอกลวงทางออนไลน์อย่างต่อเนื่อง
เขากล่าวว่าปฏิบัติการระดับชาตินี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การสั่งปิดสถานที่ต้องสงสัยว่าเป็นฐานปฏิบัติการของแก๊งหลอกลวงเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นไปที่การดำเนินคดีกับหัวหน้าขบวนการและบุคคลอื่นๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง การอายัดทรัพย์สินของอาชญากร และการเดินหน้าสืบสวนคดีจำนวนมากที่อยู่ในชั้นศาลขณะนี้
ข้อมูลที่กัมพูชานำเสนอในการประชุมนานาชาติว่าด้วยการต่อต้านการหลอกลวงทางออนไลน์ที่กรุงพนมเปญ เมื่อเดือนกันยายนระบุว่า ทางการกัมพูชาได้เข้าตรวจสอบสถานที่ 827 แห่ง และดำเนินการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ 663 แห่งระหว่างเดือนกรกฎาคม 2568 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569
ในช่วงเวลาดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้อายัดเงินในบัญชีธนาคารที่เชื่อมโยงกับการหลอกลวงออนไลน์มูลค่ากว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมทั้งส่งสำนวนคดี 446 คดี ที่มีผู้ต้องสงสัยรวม 3,927 คน เข้าสู่กระบวนการศาล
รายงานเดียวกันนี้ยังระบุอีกว่ามีการตั้งข้อหาในคดีที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐ 4 คดี โดยมีผู้ต้องสงสัยรวม 15 คน
อย่างไรก็ตาม การกล่าวอ้างของทางการกัมพูชาเกี่ยวกับความคืบหน้าในการปราบปรามขบวนการหลอกลวงทางออนไลน์นั้น ยังคงถูกตั้งข้อสงสัยจากผู้เชี่ยวชาญและองค์กรต่างๆ ที่ติดตามเรื่องนี้
ในรายงานที่เผยแพร่โดยสำนักข่าวเอพีเมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคม ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนคาดการณ์ว่า แม้จะมีการปิดศูนย์สแกมเมอร์ขนาดใหญ่ไปหลายแห่ง แต่ยังคงมีสัญญาณบ่งชี้ว่ากิจกรรมต่างๆ รวมถึงการสรรหาชาวต่างชาติเข้ามาในขบวนการเหล่านี้อาจยังคงดำเนินต่อไป.


