ราคาน้ำมันขยับขึ้นเกือบ 2 ดอลลาร์ในวันจันทร์(12ต.ค.) เหตุโจมตีซาอุดีอาระเบียก่อความกังวลทางอุปทาน ส่วนวอลล์สตรีทปิดผสมผสานและทองคำปรับลด นักลงทุนเฝ้ารอรายงานผลประกอบการบริษัทและข้อมูลทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 1.89 ดอลลาร์ ปิดที่ 93.74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 1.93 ดอลลาร์ ปิดที่ 106.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
พวกฮูตีพันธมิตรของอิหร่าน อ้างความรับผิดชอบเหตุโจมตีสนามบินนานาชาติของกรุงริยาดเมื่อวันเสาร์(10ต.ค.) สังหารผู้คนไป 13 รายและบาดเจ็บมากกว่า 300 คน นอกจากนี้แล้วยังมีการโจมตีอีกรอบในวันอาทิตย์(11ต.ค.) นับเป็นการทวีความรุนแรงในสถานการณ์ความขัดแย้ง ที่อาจส่งผลกระทบเพิ่มเติมต่ออุปทานน้ำมันจากซาอุดีอาระเบีย หนึ่งในผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลก
เหตุโจมตีดังกล่าวบดบังแนวโน้มอุปทานที่เพิ่มขึ้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ยกย่องข้อตกลงส่งออกดีเซลรัสเซียที่ทำกับมอสโก เช่นเดียวกับข้อตกลงโจมตีที่ตั้งทางพลังงานระหว่างรัสเซียกับยูเครน
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดผสมผสานในวันจันทร์(12ต.ค.) นักลงทุนเฝ้ารอดูตัวเลขของสถาบันการเงินต่างๆ ที่จะเริ่มต้นฤดูกาลรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 3 และจับตาข้อมูลทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้
ดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 195.60 จุด (0.38 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 51,850.55 เอสแอนด์พี ลดลง 4.30 จุด (0.06 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 7,807.24 จุด แนสแดค ลดลง 120.27 จุด (0.44 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 27,245.90 จุด
ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า นักลงทุนจะจับตามองไปที่รายงานผลประกอบการของบริษัทต่างๆ โดยที่บรรดาธนาคารยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ในนั้นรวมถึงโกลด์แมน แซคส์, ซิตีกรุ๊ป และเจพีมอร์แกน เชส มีกำหนดเผยแพร่รายงานในวันอังคาร(13ต.ค.) ขณะที่บรรดานักวิเคราะห์คาดหมายว่ารายได้ของบริษัทต่างๆในเอสแอนด์พี 500 ในไตรมาส 3 จะเพิ่มขึ้นราวๆ 30.6%
ส่วนราคาทองคำขยับลงในวันจันทร์(12ต.ค.) หลังจากช่วงหนึ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์ ถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนธันวาคม ลดลง 25.70 ดอลลาร์ หรือ 0.6% ปิดที่ 4,190.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์
(ที่มา:รอยเตอร์ส)


