xs
xsm
sm
md
lg

ตื๊อไม่เลิก! ‘ฮุน มาเนต’ รัวคำท้า ‘อัม สม อาน’ กลับเขมร ลงพื้นที่จริงพิสูจน์ปมชายแดน เสนอต่างชาติร่วมจับตาความปลอดภัย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



MGR Online - นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ได้เรียกร้องซ้ำให้อัม สม อาน อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน และทีมงาน เข้าร่วมการเจรจาในกัมพูชาเกี่ยวกับข้อพิพาทชายแดนกัมพูชา-ไทย ระหว่างหลักเขตที่ 52 และ 59 โดยกล่าวว่าสถานที่ดังกล่าวจะเอื้อให้มีการตรวจสอบยืนยันข้อมูล ณ สถานที่จริง หากหลักฐานเอกสารและการเจรจาทางเทคนิคไม่สามารถนำไปสู่ข้อสรุปที่ชัดเจนได้ นอกจากนี้ เขายังเสนอให้สถานทูตต่างประเทศหรือองค์กรภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์และดูแลความปลอดภัยของอัม สม อาน ด้วย

การเชิญรอบใหม่นี้เกิดขึ้นหลังจากที่ ฮุน มาเนต ได้รับฟังคำชี้แจงยาว 80 นาที จากอัม สม อาน ที่ตอบกลับคำเชิญก่อนหน้าที่ให้มานำเสนอหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวหาที่ว่าการติดตั้งหลักเขตแดนชั่วคราวระหว่างหลักเขตที่ 52-59 ส่งผลให้กัมพูชาเสียดินแดนให้กับไทย

ในข้อความล่าสุด ฮุน มาเนต กล่าวว่าอัม สม อาน ยังไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนว่าจะตอบรับคำเชิญหรือไม่ และได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยส่วนตัวหากต้องเดินทางกลับเข้ามาในประเทศ

ฮุน มาเนต ระบุว่า อัม สม อาน เกรงว่าจะตกเป็นเป้าของการถูกลอบยิงหรือเผชิญกับความรุนแรงในรูปแบบอื่น แต่ได้แสดงท่าทีว่าเขายินดีที่จะพบปะหารือหากมีการจัดขึ้นนอกกัมพูชา

อย่างไรก็ตาม ผู้นำกัมพูชากล่าวว่ามีเหตุผลสำคัญ 2 ข้อที่ทำให้ต้องจัดการหารือในประเทศ คือ เพื่อให้ประชาชนชาวกัมพูชาสามารถรับชมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้โดยตรง และเพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถตรวจสอบพื้นที่ชายแดนที่เป็นข้อพิพาทได้หากมีความจำเป็น

เขาอธิบายว่าการหารือที่อิงเพียงเอกสารหรือแผนที่บนโต๊ะประชุมนั้นอาจไม่เพียงพอที่จะสร้างความกระจ่างในประเด็นทางเทคนิคและอาจก่อให้เกิดความสับสนเพิ่มในหมู่ประชาชน

“หากการหารือบนโต๊ะประชุมไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจนและได้ข้อสรุป การตรวจสอบในพื้นที่จริงเท่านั้นจะช่วยสร้างความกระจ่างได้” ฮุน มาเนต กล่าว

ข้อเสนอดังกล่าวเป็นการพัฒนาจากคำเชิญครั้งแรกของฮุน มาเนต ที่เรียกร้องให้ อัม สม อาน และคณะ นำเอกสารและหลักฐานที่มีอยู่มานำเสนอในการหารือโดยตรงกับเจ้าหน้าที่จากสำนักเลขาธิการกิจการชายแดนเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการติดตั้งหลักเขตแดนชั่วคราว

ในเรื่องของข้อกังวลด้านความปลอดภัยของ อัม สม อาน นั้น นายกฯ ฮุน มาเนต ได้ย้ำคำรับรองส่วนตัวว่า อดีตสส.ฝ่ายค้านและคณะของเขาจะได้รับการคุ้มครองความปลอดภัยตลอดระยะเวลาที่พำนักอยู่ในกัมพูชา

นอกจากนี้ เขายังเสนอให้อัม สม อาน สามารถขอรับการดูแลความปลอดภัยเพิ่มเติมจากสถานทูตต่างประเทศที่ประจำอยู่ในกัมพูชา หรือองค์กรภาคประชาสังคมที่เขาไว้วางใจได้ หากเขายังมีความกังวลเกี่ยวกับการรับรองเรื่องความปลอดภัยจากรัฐบาล

ฮุน มาเนต ยืนยันว่าการรับประกันความปลอดภัยของเขานั้นแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบส่วนตัว โดยให้เหตุผลว่าหากเกิดเหตุการณ์ใดๆ ขึ้นกับอัม สม อาน ย่อมส่งผลกระทบในทางลบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อความเป็นผู้นำของเขา

เขากล่าวเสริมอีกว่าหากเขามีเจตนาร้ายต่อ อัม สม อาน ก็คงไม่มีเหตุผลที่จะต้องออกมาให้คำรับรองเช่นนี้ เพราะเหตุการณ์ใดๆ ที่เกิดขึ้นกับอดีตสส.ผู้นี้ จะทำให้เขาถูกกล่าวหาและส่งผลเสียต่อความน่าเชื่อถือของเขาเอง

สำหรับสถานที่จัดการหารือ ฮุน มาเนต กล่าวว่าเขาต้องการให้สื่อมวลชน ตัวแทนพรรคการเมือง องค์กรภาคประชาสังคม นักศึกษา ปัญญาชน และประชาชนทั่วไป รวมถึงกลุ่มผู้สนับสนุนของอัม สม อาน สามารถเข้าร่วมรับฟังได้

เขาระบุว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใส ความสามารถในการตรวจสอบได้ และความรับผิดชอบต่อประเด็นปัญหาเรื่องพรมแดน ที่เป็นเรื่องที่สร้างความกังวลให้กับชาวเขมร

ฮุน มาเนต ยังกล่าวอีกว่าหาก อัม สม อาน ยังคงให้คุณค่าและเชื่อมั่นในประชาชนชาวกัมพูชาที่อาศัยอยู่ในประเทศ เขาก็ควรพิจารณาตอบรับคำเชิญนี้ เพื่อที่จะได้ฟังคำชี้แจงจากทั้งสองฝ่าย

การตอบโต้ระหว่าง ฮุน มาเนต และอัม สม อาน เกิดขึ้นเนื่องจากข้อกล่าวหาที่ระบุว่าการติดตั้งหลักเขตแดนชั่วคราวโดยคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมกัมพูชา-ไทย ในช่วงระหว่างหลักเขตแดนที่ 52-59 ส่งผลให้กัมพูชาเสียดินแดน

ฮุน มาเนต ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงต่อทั้งรัฐบาลและผู้เชี่ยวชาญด้านเขตแดนของกัมพูชา ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่มาเป็นเวลาหลายทศวรรษเพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศ และว่าข้อกล่าวหาเรื่องการสูญเสียดินแดนไม่สามารถตัดสินได้เพียงแค่คำกล่าวอ้างของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

นอกจากนี้ เขาระบุว่าการกำหนดตำแหน่งของหลักเขตแดนและสถานะทางกฎหมายของแนวเขตแดนจำเป็นต้องอาศัยการตรวจสอบเอกสารทางกฎหมาย แผนที่ และข้อมูลทางเทคนิคที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจะต้องแยกระหว่างการติดตั้งหลักเขตแดนชั่วคราวกับการปักปันเขตแดนระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการ เพื่อหลีกเลี่ยงการด่วนสรุปเรื่องการเปลี่ยนแปลงอธิปไตยหรือการสูญเสียดินแดนโดยปราศจากหลักฐานที่เพียงพอ

ข้อเสนอของฮุน มาเนต เกี่ยวการตรวจสอบในพื้นที่จริงอาจกลายเป็นประเด็นสำคัญในการหารือ หากทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะพบกัน อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบดังกล่าวจำเป็นต้องมีการชี้แจงกระบวนการทางเทคนิค การจัดการด้านความปลอดภัย และการขออนุญาตที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่ประเด็นปัญหาบริเวณชายแดนกัมพูชา-ไทยยังคงไม่มีข้อยุติ.