พุ่งสูงสุด ผลสำรวจชี้คนญี่ปุ่นเกือบ 27% มองสหรัฐฯ เป็นภัยคุกคามสันติภาพโลก ขยับขึ้นเป็นอันดับสองรองจากจีน โดยระบุว่าพฤติกรรมของทรัมป์คือปัจจัยสำคัญ
วานนี้ (11 ต.ค. 69) เดอะ เจแปน ไทมส์ รายงานว่า จากผลสำรวจล่าสุดพบว่า สัดส่วนของประชาชนในญี่ปุ่นที่มองว่าสหรัฐอเมริกาเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพโลกมากที่สุดนั้นพุ่งขึ้นแตะ 26.8% ซึ่งสูงเป็นอันดับสองรองจากจีนที่ถูกระบุถึง 32.5%
ตัวเลขของผู้ที่มองว่าสหรัฐฯ เป็นภัยคุกคามเพิ่มขึ้น 9.3% จากการสำรวจในปีงบประมาณ 2568 ครั้งก่อนหน้า ขณะที่ตัวเลขดังกล่าวเคยอยู่ที่เพียง 6.6% ในปีงบประมาณ 2567
ผลสำรวจล่าสุดโดยสถาบันวิจัยสื่อมวลชนแห่งญี่ปุ่น (Japan Press Research Institute) ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันเสาร์ (1 ต.ค.) ที่ผ่านมา โดยการสำรวจครั้งนี้จัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 17 กรกฎาคม ถึง 16 สิงหาคม ครอบคลุมกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไปจำนวน 5,000 คนทั่วประเทศญี่ปุ่น และได้รับแบบสอบถามที่มีผลสมบูรณ์กลับมาทั้งสิ้น 2,676 คน โดยขอให้ผู้เข้าร่วมตอบแบบสอบถามเลือก 1 ประเทศจาก 8 ตัวเลือก ซึ่งรวมถึงรัสเซียและเกาหลีเหนือ ในฐานะประเทศที่คิดว่าเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพโลกมากที่สุด
ผลปรากฎว่า
🇨🇳 จีนอยู่เบอร์ 1 ที่ 32.5% ขยับขึ้นมาจากอันดับที่ 2
🇺🇸 สหรัฐฯ อยู่อันดับที่ 2 ที่ 26.8%
🇷🇺 รัสเซียตกไปอยู่อันดับที่ 3 ด้วยคะแนน 18.3% หลังจากที่เคยครองอันดับหนึ่งมาตลอดในการสำรวจครั้งก่อน ๆ
🇰🇵 เกาหลีเหนือยังคงรั้งอันดับที่ 4 ด้วยสัดส่วน 9.1%
ขณะที่ 🇮🇷 อิหร่านซึ่งกำลังมีความขัดแย้งทางทหารกับสหรัฐฯ อยู่ที่ 1.9%
เจ้าหน้าที่ของสถาบันวิจัยฯ ระบุว่า “การตระหนักว่าสหรัฐฯ เป็นภัยคุกคามต่อโลกกำลังแผ่ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ” เนื่องจากพฤติกรรมและการกระทำที่คาดเดาได้ยากของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ
ในแบบสำรวจดังกล่าว มีผู้ตอบแบบสอบถามรวม 82.5% ที่ระบุว่า ทรัมป์กำลังส่งผลกระทบเชิงลบต่อโลก (นับรวมผู้ที่ตอบว่า “ค่อนข้างเห็นด้วย” แล้ว) ซึ่งเพิ่มขึ้น 3.1% ส่วนสัดส่วนของผู้ที่มองว่าทรัมป์ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อโลกนั้นอยู่ที่ 13.2%
นอกจากนี้ ผลสำรวจยังเผยให้เห็นว่า 76.7% มีความรู้สึกกังวลในระดับ “อย่างยิ่ง” หรือ “ค่อนข้างกังวล” ต่อวิกฤตความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในไต้หวัน


