ปานามาตรวจพบอาฟเตอร์ช็อกมากกว่า 200 ครั้ง หลังจากเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.7 เมื่อวันศุกร์(9ต.ค.) ซึ่งก่อความเสียหายแก่บ้านเรือนหลายร้อนหลังและโครงสร้างพื้นฐานในจังหวัดต่างๆทางภาคกลางของประเทศ กระตุ้นให้รัฐบาลต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งชาติในช่วงสุดสัปดาห์
ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แต่มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 27 รายและบ้านเรือนเกือบ 900 หลังได้รับความเสียหาย อ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน อย่างไรก็ตามตัวเลขอาจพุ่งสูงกว่านี้ เนื่องจากยังคงอยู่ระหว่างการประเมินตามชุมชนต่างๆที่อยู่ห่างไกล
การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจะเป็นการเปิดทางให้รัฐบาลสามารถจัดสรรงบประมาณได้สูงสุด 100 ล้านดอลลาร์ ในเงินทุนบรรเทาภัย โดยไม่เกินกว่าเป้าหมายขาดดุลงบประมาณปี 2026 ที่ 3.5% จากการเปิดเผยของรัฐมนตรีเศรษฐกิจ
"เราตรวจวัดอาฟเตอร์ช็อก ได้กว่า 200 ครั้ง และมันยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ความรุนแรงของแรงสั่นสะเทือนมีแนวโน้มลดลงและเว้นระยะห่างระหว่างแต่ละครั้งก็ยาวนานขึ้น" เนสเตอร์ ลุค ผู้อำนวยการสถาบันธรณีวิทยา แห่งมหาวิทยาลัยปานานา เปิดเผยกับรอยเตอร์ส
เควิน มาริโน คาเบรรา เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ เปิดเผยว่าอเมริกา ได้ให้คำมั่นว่าจะมอบความช่วยเหลือมูลค่า 5 ล้านดอลลาร์ และกำลังส่งทีมงานจำนวน 20 คนไปช่วยปฏิบัติการกู้ภัยรวมถึงประเมินสภาพโครงสร้างพื้นฐาน
ส่วนประธานาธิบดีโฮเซ ราอูล มูลิโน เดินทางเยือนพื้นที่ประสบภัย เพื่อมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ และเรียกร้องให้ซ่อมถนนและสะพานเป็นการด่วน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ความพยายามกู้ภัย ทั้งนี้มีสะพานในจังหวัดเวรากูอัสและจังหวัดลอส ซานตอส ได้รับความเสียหายอย่างน้อย 14 แห่ง
ทางการได้สั่งระงับการเรียนการสอนของโรงเรียนต่างๆทั่วประเทศในวันจันทร์(12ต.ค.) อย่างไรก็ตามในส่วนของคลองปานายังคงปฏิบัติการเดินเรือได้ตามปกติ ไม่ได้รับผลกระทบใดๆจากแผ่นดินไหว
(ที่มา:รอยเตอร์ส)


