สมาชิกวุฒิสภาจากทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแคต ต่างส่งเสียงเรียกร้องไปยังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯในวันอาทิตย์(11ต.ค.) ให้กลับลำข้อตกลงอุปทานดีเซลกับรัสเซีย ระบุมันขัดแย้งกับกฎหมายของอเมริกา ที่ห้ามนำเข้าพลังงานจากรัสเซีย จนกว่ามอสโกจะยุติการรุกรานยูเครน
"สภาคองเกรสแบนอย่างชัดเจนต่อการนำเข้าพลังงานรัสเซียในปี 2022 เพื่อขัดขวางไม่ให้ใช้เงินดอลลาร์เป็นทุนสำหรับสงครามอันโหดร้ายป่าเถื่อนของปูติน ที่ทำกับยูเครน" วุฒิสมาชิก 7 ราย ในนั้นเป็นรีพับลิกัน พรรคของทรัมป์ 4 คน และเดโมแครต 3 คน ระบุในถ้อยแถลง
พวกเขายังกล่าวอ้างด้วยว่ารัฐบาลล้มเหลวในการปรึกษาหารือกับสภาคองเกรส และไม่ได้ให้คำชี้แจงใดๆเกี่ยวกับการตัดสินใจดังกล่าว บางอย่างที่เป็นข้อกำหนดตามกฎหมาย "สหรัฐฯไม่ควรต่อลมหายใจทางการเงินแก่ปูติน ในขณะที่รัสเซียยังคงเดินหน้าเข่นฆ่าพลเมืองยูเครน รัฐบาลต้องกลับลำในทันที" ถ้อยแถลงกล่าว
ความเคลื่นไหวนี้ถือเป็นหนล่าสุดที่สมาชิกของทั้ง 2 พรรคการเมือง ส่งเสียงวิพกาษ์วิจารณ์ข้อตกลงของทรัมป์ และถือเป็นท่าที่เปลี่ยนไปภายในพรรครีพับลิกัน จากเดิมที่เคยให้การสนับสนุนนโยบายต่างประเทศของทรัมป์แทบเป็นเอกฉันท์มาตลอด ไม่กี่สัปดาห์ก่อนถึงศึกเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พฤศจิกายน ซึ่งจะเป็นตัวตัดสินใจว่าพรรครีพับลิกันจะรักษาเสียงข้างมากในสภาคองเกรสได้หรือไม่
ถ้อยแถลงดังกล่าวเผยแพร่โดยบรรดาวุฒิสมาชิกจากรีพับลิกันอย่าง ซูซาน คอลลินส์ จากรัฐเมน, ลิซา มูร์คอว์สกี จากอแลสกา, ทอม ทิลลิส จากนอร์ทแคโรไลนา และ จอห์น เคอร์ติน จากยูทาห์ ส่วนฝั่งวุฒิมาชิกจากเดโมแครต ประกอบด้วย เจน ชาฮีน จากนิวแฮมป์เชียร์, ริชาร์ด บลูเมนทาล จากคอนเนตทิคัต และ รอน ไวเดน จากออริกอน
ทิลลิส กล่าวก่อนหน้านี้ในวันอาทิตย์(11ต.ค.) ว่าข้อตกลงดีเซลอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย และอาจทำให้วิถีชีวิตของชาวอเมริกาตกอยู่ในความเสี่ยง
ประธานาธิบดีทรัมป์ เปิดเผยเมื่อวันศุกร์(9ต.ค.) อ้างว่ารัสเซียเห็นพ้องป้อนอุปทานดีเซลสู่ตลาดโลก และรัฐบาลของเขาได้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรที่กำหนดเล่นงานเชื้อเพลิงของรัสเซียเป็นการชั่วคราว ในขณะที่มาตรการนี้ออกแบบมาเพื่อตัดช่องทางรายได้ของมอสโกสำหรับการทำสงครามในยูเครน
พวกนักวิเคราะห์ชื่อว่าข้อตกลงระหว่างทรัมป์กับมอสโก ไม่น่าจะทำให้ราคาเชื้อเพลิงลดต่ำในระยะยาว อย่างไรก็ตาม สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ในวันอาทิตย์(11ต.ค.) ว่ารัฐบาลทรัมป์จะทำตามข้อตกลงโดยใช้อำนาจทางกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน และข้อตกลงนี้เป็นสิ่งดีสำหรับประชาชนชาวอเมริกา และจะฉุดให้ราคาน้ำมันลดลง
เมื่อเดือนที่แล้ว ทรัมป์ เพิ่งลงนามเปลี่ยนมาตรการคว่ำบาตรเล่นงานรัสเซียบังคับใช้เป็นกฎหมาย โดยเรียกมันว่า "ร่างกฎหมายลินซีย์ โอ เกรแฮม คว่ำบาตรรัสเซียและอิหร่าน ปี 2026" เพื่อเป็นเกียรติแก่สมาชิกรีพับลิกันจากเซาท์แคโรโ,นาและสายเหยี่ยวต่อต้านรัสเซียมาช้านาน ที่เสียชีวิตไปในเดือนกรกฏาคม
สมาชิกรีพับลิกันคนอื่นๆบางส่วนก็วิพากษ์วิจารณ์แผนนำเข้าดีเซลจากรัสเซียเช่นกัน โดย ดอน เบคอน อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ ระบุว่า "การช่วยประคับประคองเศรษฐกิจแก่รัสเซีย ในช่วงสงครามของปูตินถือเป็นเรื่องผิดศีลธรรม เพราะเขานำเงินส่วนนั้นไปใช้ในการทิ้งระเบิดถล่มเมืองต่างๆ"
ไมค์ เพนซ์ อดีตรองประธานาธิบดีของทรัมป์ เรียกการตัดสินใจยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซีย ว่าเป็นการทรยศมรดกของเกรแฮม และเรียกร้องประธานาธิบดียกเลิกความเคลื่อนไหวดังกล่าว
ท่ามกลางคะแนนนิยมของทรัมป์ ที่ลดลงอย่างฮวบฮาบ บรรดาสมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาคองเกรสก็ยิ่งตีตัวออกห่างจากประธานาธิบดี ในประเด็นต่างๆมากขึ้นเรื่อยๆ ในนั้นรวมถึงความขัดแย้งในอิหร่าน ไปจนถึงสงครามการค้ากับแคนาดา
อย่างไรก็ตาม จอ์น บาร์รัสโซ แกนนำหมายเลข 2 ของรีพับลิกันในวุฒิสภา ออกมาปกป้องข้อตกลงดีเซล โดยให้สัมภาษณ์กับซีบีเอส ว่า สิ่งที่ ทรัมป์ มุ่งเน้นคือการฉุดให้ราคาเชื้อเพลิงลดต่ำลง "ประธานาธิบดีกำลังอยู่ในภาวะที่ต้องรักษาสมดุลและต้องตัดสินใจอย่างยากลำบาก"
(ที่มา:รอยเตอร์ส)


