พวกฮูตีเล่นงานรอบใหม่ใส่สนามบินนานาชาติในกรุงริยาดในวันอาทิตย์(11ต.ค.) หลังจากทางกลุ่มออกมาอ้างความรับผิดชอบเหตุโจมตีหนึ่งวันก่อนหน้านี้ ที่สังหารผู้คนไปกว่าสิบรายและบีบให้เจ้าหน้าที่ต้องระงับปฏิบัติการณ์ ณ ท่าอาากศยานดังกล่าว พร้อมกับจะเดินหน้าคุกคามศูนย์การกลางขนส่งของประเทศแห่งนี้ต่อไป
เหตุโจมตีเมื่อวันเสาร์(10ต.ค.) ซึ่งเข่นฆ่าชีวิตผู้คนในแผ่นดินซาอุดีอาระเบียครั้งนองเลือดที่สุดในรอบ 1 ทศวรรษ ถือเป็นสถานการณ์ที่ลุกลามขึ้นอย่างมากของสงครามเยเมน ดินแดนที่ทางริยาดให้การสนับสนุนทางทหารมาอย่างยาวนานต่อรัฐบาลที่ได้รับการรับรองจากนานาชาติ ในการสู้รบกับพวกฮูตี
ทางกลุ่มในวันอาทิตย์(11ต.ค.) ได้อ้างความรับผิดชอบเหตุโจมตีต่างๆนานาในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ในนั้รวมถึงสนามบิน และขู่จะเดินหน้าเล่นงานศูนย์กลางการขนส่งของซาอุดีอาระเบีย เรียกมันว่าเป็น "พื้นที่ปฏิบัติการสำหรับกองกำลังของเรา"
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา พันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียที่กำลังสู้รบกับทางกลุ่มฮูตี รายงานว่ามีจรวดลูกหนึ่งพุ่งใส่สนามบินนานาชาติคิงคาลิด จุดชนวนไฟไหม้ และระบบป้องกันภัยทางอากาศยังได้สกัดขีปนาวุธลูกหนึ่งใกล้ๆกัน
ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีและชาวบ้านแจ้งว่าได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นหลายครั้งในเมืองหลวงของซาอุดีอาระเบียในวันอาทิตย์(11ต.ค.) "พวกนกแตกตื่นโกลาหลหลังจากได้ยินเสียงตูมสนั่น บ้านทั้งหลังสั่นสะเทือน" ชาวบ้านรายหนึ่งเผย
เจ้าหน้าที่การบินพลเรือนรายหนึ่งเผยว่าเหตุโจมตีทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง และเวลานี้อยู่ระหว่างประเมินความเสียหาย
ในเวลาต่อมามีรายงานเกี่ยวกับเหตุโจมตีอีกจุด ที่สนามบินดามมัม ทางภาคตะวันออก ซึ่งพวกฮูตีอ้างว่าเป็นเป้าเล่นงานของพวกเขา หนึ่งวันหลังจากพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียรายงานว่ามีจรวดลูกหนึ่งพุ่งมาตกบริเวณใกล้เคียง ไม่นานหลังจากนั้น พันธมิตรรายงานเพิ่มเติมได้สอยร่วงโดรนลำหนึ่ง ทางตะวันออกของซาอุดีอาระเบียเช่นกัน
ฮูตีได้ยกระดับการโจมตีเล่นงานสนามบินริยาด บริเวณที่มีผู้เสียชีวิต 3 รายในวันพฤหัสบดี(8ต.ค.) เช่นเดียวกับที่ตั้งน้ำมันและเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียในทะเลแดง
แม้ว่าซาอุดีอาระเบียจะทุ่มงบประมาณมหาศาลหลายพันล้านดอลลาร์ให้แก่กองทัพ แต่การโจมตีของกลุ่มฮูตีก็ยังคงเล็ดลอดเข้ามาได้ ขณะที่พันธมิตรต่อต้านฮูตี เรียกเหตุโจมตีเมื่อวันเสาร์(10ต.ค.) ว่าเป็น "อาชญากรรมสงครามอย่างเต็มรูปแบบ" และให้คำมั่นว่าจะ "ตอบโต้อย่างเด็ดขาด"
สื่อมวลชนฮูตีรายงานว่าซาอุดีอาระเบียได้โจมตี 2 รอบเล่นงานเขตผู้ว่าการซานาของเยเมน ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮูตี เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
การโจมตีในวันเสาร์(10ต.ค.) เรียกเสียงประณามจากสหประชาชาติและบรรดาผู้นำทั่วโลก ในนั้นรวมถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ผู้ซึ่งบอกว่ากำลังพิจารณาเข้าร่วมกับซาอุดีอาระเบีย ในปฏิบัติการเล่นงานพวกฮูตี
ส่วนเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ซึ่งประเทศของเขาไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับซาอุดีอาระเบีย ก็ประณาเหตุโจมตีก่อการร้ายอันน่าขยะแขยงนี้เช่นกัน
พลเมืองซาอุดีอาระเบีย 4 ราย, บังกลาเทศ 2 ราย, อเมริกา 1 ราย, อียิปต์ 1 ราย, จอร์แดน 1 ราย, ซีเรีย 1 ราย, ปาเลสไตน์ 1 รายและซูดาน 1 ราย เสียชีวิตในเหตุโจมตีเมื่อวันเสาร์(10ต.ค.) จากการเปิดเผยขององค์การการบินพลเรือน พร้อมระบุมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 309 คน
สถานทูตอินเดียประจำซาอุดีอาระเบีย เผยด้วยว่าพลเมืองรายหนึ่งของพวกเขาเสียชีวิตในวันอาทิตย์(11ต.ค.) หลังได้รับบาดเจ็บหนึ่งวันก่อนหน้า
แหล่งข่าวระดับสูงด้านการบินเปิดเผยว่า ทางการได้ระงับปฏิบัติกาที่สนามบินต่อเนื่องไปจนถึงวันอาทิตย์(11ต.ค.) โดย Flightradar24 เว็บไซต์ผู้ติดตามการจราจรทางอากาศระบุว่า การปิดสนามบินดังกล่าวถูกขยายเวลาออกไปจนถึงเวลา 21.00 จีเอ็มที(ตรงกับเมืองไทย 04.00น.วันจันทร์)
แหล่งข่าวด้านการบินอีกรายหนึ่ง ยืนยันว่ามีการระงับปฏิบัติการ "จนกว่าจะมีการแจ้งให้ทราบเพิ่มเติม" พร้อมระบุเพิ่มเติมว่าอุปกรณ์เรดาร์และระบบสื่อสารได้รับความเสียหาย อีกทั้งยังจำเป็นต้องประเมินสภาพรันเวย์ด้วย
สหรัฐฯ, แคนาดนา, เยอรมนี และสถานทูตสเปนในซาอุดีอาระเบีย ต่างแจ้งเตือนพลเมืองให้หลีกหลี่ยงสนามบินริยาด ขณะที่ออสเตรเลียเรียกร้องพลเรือนในวันอาทิตย์(11ต.ค.) ให้อยู่แต่ในที่ร่มและหาที่หลบภัย
(ที่มา:เอเอฟพี)


