BYD เผยดีไซน์หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่พัฒนาเองรุ่นแรก ส่งสัญญาณต่อยอดเทคโนโลยี AI ด้านยานยนต์ การผลิต และเครือข่ายจัดจำหน่าย สู่ธุรกิจใหม่ คาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สำหรับใช้งานในบ้านและภาคบริการจะเป็นตลาดขนาดใหญ่มากในอนาคต
วันศุกร์ที่ผ่านมา (9 ต.ค.) สำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติของจีนได้เผยแพร่สิทธิบัตรการออกแบบหุ่นยนต์ที่ผสานระบบอัจฉริยะเข้ากับโครงสร้างทางกายภาพ โดยระบุว่า ผู้ถือสิทธิบัตรคือ BYD
หุ่นยนต์ดังกล่าวถูกออกแบบมาให้ยืนตัวตรงและมีสัดส่วนโดยรวมใกล้เคียงกับมนุษย์ โดยภาพในเอกสารสิทธิบัตรเผยให้เห็นหุ่นยนต์ที่มีแขน 2 ข้าง ขา 2 ข้าง นิ้วมือสามารถขยับได้ ส่วนหัวโค้งมน ใบหน้าสีเข้ม ไม่มีหน้าจอแสดงผล บริเวณลำตัวและแขนขาบางส่วนปกคลุมด้วยแผ่นชิ้นส่วนสีอ่อน นอกจากนี้ยังมีข้อต่อบริเวณไหล่ ข้อศอก สะโพก และหัวเข่า
ตามคำอธิบายในสิทธิบัตร หุ่นยนต์รุ่นนี้เป็นหุ่นยนต์อัจฉริยะที่สามารถเดิน ทรงตัว และมีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม มีศักยภาพในการประยุกต์ใช้งานในภาคบริการ การศึกษา และอุตสาหกรรม
ดีไซน์นี้คล้ายคลึงอย่างมากกับ “Xiao Di” (เสี่ยวตี๋) หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ BYD เคยเผยภาพทีเซอร์ออกมาก่อนหน้านี้ กระนั้น BYD ไม่ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการว่า สิทธิบัตรฉบับนี้เกี่ยวข้องกับ Xiao Di รุ่นที่จะผลิตจริงหรือไม่
จากข้อมูลที่เปิดเผยก่อนหน้านี้ Xiao Di มีความสูง 1.61ม. น้ำหนัก 58.5 กก. มีอิสระในการเคลื่อนไหว 31 องศา มือเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วพร้อมความแม่นยำในการระบุตำแหน่งซ้ำที่ระดับ ±1 มม. คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้หุ่นยนต์สามารถทำงานต่าง ๆ เช่น การหยิบจับสิ่งของ การโต้ตอบด้วยท่าทาง รวมถึงการชี้เพื่ออธิบายประกอบ
อย่างไรก็ตาม สิทธิบัตรฉบับนี้ครอบคลุมเฉพาะรูปลักษณ์ภายนอกของหุ่นยนต์ ไม่มีการรับรองประสิทธิภาพ ความคืบหน้าในการผลิตจำนวนมาก หรือบ่งชี้ว่า ผลิตภัณฑ์ที่ออกสู่ตลาดจริงในอนาคตจะใช้ดีไซน์เดียวกับในสิทธิบัตรหรือไม่
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 28 ก.ค. BYD ยืนยันกับ China Securities Journal ว่า มีแผนเปิดตัวหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในเดือนส.ค.ที่ Di Space ซึ่งเป็นสถานที่จัดแสดงและศูนย์ประสบการณ์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของบริษัท
ทว่า จนถึงวันที่ 9 ต.ค. BYD ยังไม่ได้เปิดตัวหุ่นยนต์อย่างเป็นทางการแต่อย่างใด ดังนั้น การเผยแพร่สิทธิบัตรครั้งนี้จึงถือเป็นข้อมูลสาธารณะชิ้นใหม่เกี่ยวกับโครงการหุ่นยนต์ของ BYD แต่ยังไม่ใช่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์
การเข้าสู่ธุรกิจ Embodied AI หรือ AI ที่มีร่างทรงของ BYD เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระยะยาวที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2022 ด้วยการจัดตั้งทีมวิจัยเฉพาะทางขึ้นมา
BYD มีเป้าหมายใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบด้านขนาดการผลิตเชิงอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาฮาร์ดแวร์และระบบหุ่นยนต์แบบเฉพาะเจาะจง โดยมุ่งเน้นเพิ่มขีดความสามารถด้านการรับรู้ การตัดสินใจ และการทำงานของหุ่นยนต์
นอกจากการวิจัยและพัฒนาภายในบริษัทแล้ว BYD ยังเดินหน้าขยายบทบาทในระบบนิเวศของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์อย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเดือนส.ค. 2023 ได้ลงทุนใน Agibot และเข้าถือหุ้นใน Percibot ในเดือนเม.ย. 2025
BYD ยังใช้โรงงานของตนเองเป็นสนามทดสอบหุ่นยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เชิงอุตสาหกรรม Walker S1 ของ Ubtech ไปทดลองใช้งานในการขนย้ายวัสดุและการระบุหรือจำแนกวัตถุที่โรงงานในเมืองฉางซา
ผู้บริหารของ BYD เคยแย้มแผนการนำหุ่นยนต์เหล่านี้ไปใช้ในเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการ เพื่อทำหน้าที่จัดการงานมาตรฐานทั่วไป เช่น การต้อนรับลูกค้า การอธิบายฟีเจอร์ของรถ และการสาธิตระบบอินโฟเทนเมนต์ภายในรถ
สเตลลา หลี่ รองประธานบริหารของ BYD ให้สัมภาษณ์เมื่อเดือนมิ.ย. โดยแสดงความหวังว่า ในอนาคต BYD จะสามารถส่งหุ่นยนต์ 2-3 ตัวไปประจำในโชว์รูมทุกแห่ง เพื่อทำหน้าที่แนะนำและสาธิตการใช้งานรถยนต์ให้แก่ลูกค้า
หลี่มองว่า หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สำหรับใช้งานในบ้านและภาคบริการจะเป็นตลาดขนาดใหญ่มากสำหรับ BYD แม้หุ่นยนต์ยังไม่สามารถทดแทนความเชื่อมโยงทางอารมณ์และความสัมพันธ์ที่พนักงานซึ่งเป็นมนุษย์สามารถสร้างกับลูกค้าได้ก็ตาม
ก่อนหน้านี้หลี่ยังเคยบอกว่า ถ้าวันหนึ่งหุ่นยนต์เข้าสู่ภาคครัวเรือนได้อย่างแพร่หลาย BYD จะสามารถขายหุ่นยนต์เหล่านั้นผ่านเครือข่ายโชว์รูมรถที่มีอยู่ ซึ่งจะเป็นการขยายช่องทางการขายรถไปสู่ธุรกิจใหม่
หลี่เชื่อว่า ความสามารถหลักที่ทำให้บริษัทสามารถแข่งขันในธุรกิจหุ่นยนต์ได้ประกอบด้วยศักยภาพด้านการผลิต ซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์ ขณะที่ขีดความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในอุตสาหกรรมยานยนต์มีรากฐานทางเทคโนโลยีหลายส่วนที่สามารถใช้ร่วมกับการพัฒนาหุ่นยนต์ได้
นอกจากนี้ BYD ยังมีแผนสร้างแพลตฟอร์มหุ่นยนต์แบบเปิดที่สามารถรองรับทั้งหุ่นยนต์ที่บริษัทพัฒนาเอง และผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาร่วมกับบริษัทอื่น ๆ ตามที่หลี่เคยเปิดเผยก่อนหน้านี้
ที่มา: CnEVPost/CarNewsChina


