ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ออกมาแสดงความขุ่นเคืองใจและย้ำข้อกล่าวหาเรื่องการไม่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพอีกครั้งในวันศุกร์ (9) โดย ชี้ว่าการตัดสินใจดังเป็นเรื่องน่าอับอาย น่าขายหน้า ซึ่งสร้างความเสื่อมเสียให้กับนอร์เวย์ซึ่งเป็นประเทศเจ้าภาพคณะกรรมการโนเบล
ทรัมป์ โจมตีนอร์เวย์เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่คณะกรรมการมอบรางวัลสาขาสันติภาพประจำปีนี้ให้แก่ นาวี พิลเลย์ อดีตผู้พิพากษาศาลอาญาระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นผู้ดูแลรายงานของสหประชาชาติที่สรุปว่าอิสราเอลก่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา
ทรัมป์ เรียก พิลเลย์ ว่าเป็น "บุคคลลึกลับ" ระหว่างการปราศรัยหาเสียงในเมืองซีราคิวส์ รัฐนิวยอร์ก
"ผมไม่เคยได้ยินชื่อคนๆ นี้มาก่อน ไม่มีใครเคยได้ยินเลย" เขากล่าวบน Truth Social
ในแต่ละปีของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ทรัมป์แสดงความผิดหวังที่ตนเองไม่ได้รับรางวัลนี้
"นี่คือรอยด่างพร้อยที่ลบไม่ออกของประเทศนอร์เวย์ และผู้คนที่ตัดสินใจอย่างน่าอับอายและน่าขายหน้าเช่นนี้" ทรัมป์ กล่าว
ผู้นำสหรัฐฯ ยกตัวอย่างความขัดแย้งหลายอย่างที่เขาอ้างว่ามีส่วนช่วยแก้ไข และอ้างว่าเขาได้ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดสงครามระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ญี่ปุ่นและเกาหลีเหนือ และจีนและไต้หวัน โดยไม่ได้ให้หลักฐานใดๆ
“รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพถูกลดทอนความน่าเชื่อถือไปตลอดกาลโดยกลุ่มนักอุดมการณ์หัวรุนแรงเพียงไม่กี่คนที่ต่อต้านประชาธิปไตยและเป็นศัตรูของอารยธรรมอย่างแท้จริง และเราจะไม่ลืมเรื่องนี้แน่... นอร์เวย์” เขากล่าว
ที่มา: รอยเตอร์


