ราคาน้ำมันขยับขึ้น 4% ในวันพฤหัสบดี(8ต.ค.) จากความกังวลรอบใหม่เกี่ยวกับสงครามระหว่างอเมริกากับอิหร่าน และความปั่นป่วนทางอุปทาน สืบเนื่องจากเฮอร์ริเคนลูหหนึ่งกำลังซัดเข้าหาชายฝั่งอ่าวสหรัฐฯ ส่วนวอลล์สตรีทปิดผสมผสานและทองคำปรับลด ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โหมกระพือความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อ
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 3.21 ดอลลาร์ ปิดที่ 91.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 4.08 ดอลลาร์ ปิดที่ 104.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ณ ช่วงหนึ่งราคาน้ำมันทั้ง 2 สัญญาพุ่งขึ้นมากกว่า 5 ดอลลาร์ จากความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯจะกลับมาโจมตีอิหร่าน และเฮอร์ริเคนอีซาเอียส เตรียมขึ้นฝั่งในวันศุกร์(9ต.ค.)
ราคาน้ำมันแกว่งตัวลงเล็กน้อย หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เผยว่าวอชิงตันกำลังมีการเจรจาที่สร้างสรรค์กับอิหร่าน และประกาศจะไม่โจมตีประเทศแห่งนี้จนกว่าจะผ่านพ้นศึกเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯวันที่ 3 พฤศจิกายน
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดผสมผสานในวันพฤหัสบดี(8ต.ค.) ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ยังคงก่อความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอเมริกา(เฟด)
ดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 51.77 จุด (0.10 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 51,231.64 เอสแอนด์พี ลดลง 36.41 จุด (0.47 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 7,765.36 จุด แนสแดค ลดลง 345.35 จุด (1.25 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 27,193.34 จุด
สงครามอิหร่านผลักให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นมากว่า 60% ในปีนี้ ก่อความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และเพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันดังกล่าว ทางธนาคารกลางสหรัฐฯจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฏาคม 2023
ตามข้อมูล FedWatch tool ของ CME พบว่าเวลานี้ตลาดการเงินคาดหมายว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามเดิมในเดือนนี้ แต่มีโอกาสถึง 69.2% ที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม
ส่วนราคาทองคำปรับขึ้นเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี(8ต.ค.) หลังแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือนหนึ่งวันก่อนหน้านี้ ขณะที่นักลงทุนทบทวนระหว่างความไม่แน่นอนในเส้นทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดกับความกังวลที่มีต่อระดับหนี้ที่สูงลิ่วของอเมริกา โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 16.30 ดอลลาร์ หรือ 0.4% ปิดที่ 4,157.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์
(ที่มา:รอยเตอร์ส)


