อินฟลูเอนเซอร์สายฟิตเนสชาวจีน Abeeeer ซึ่งมีการเปิดเผยชื่อจริงบนเบอร์วิ่งว่า ซุน หยวนหยวน ได้ออกมาขอโทษหลังจากถูกจับได้ว่าโกงการแข่งขันเบอร์ลินมาราธอน
อินฟลูเอนเซอร์รายนี้มีผู้ติดตามกว่า 520,000 คนบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของจีนอย่าง เสี่ยวหงชู (Xiaohongshu) หรือที่รู้จักกันในชื่อ เรดโน้ต (RedNote) ได้เข้าร่วมการแข่งขันเบอร์ลินมาราธอนเมื่อวันที่ 27 กันยายน และทำเวลาเข้าเส้นชัยได้ที่ 4 ชั่วโมง 53 นาที 46วินาที
หลังการแข่งขัน เธอก็ได้แชร์ภาพถ่ายจากงานดังกล่าวลงบนโซเชียลมีเดียและเฉลิมฉลองผลงานว่าเป็นสถิติที่ดีที่สุดส่วนตัว
ผลงานของเธอกลายเป็นที่จับตามองในเวลาต่อมาเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม โดยบัญชีอินสตาแกรมที่ชื่อว่า The Official Marathon Time Integrity Unit (OMTIU) ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบผลการแข่งขันที่น่าสงสัยของบรรดาอินฟลูเอนเซอร์สายวิ่ง ได้โพสต์ภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นว่าอาเบียร์ซ้อนท้ายรถจักรยานในช่วงหลักกิโลเมตรที่ 38 ของการแข่งขันที่มีระยะทางรวม 42.195 กิโลเมตร
บัญชิดังกล่าวยังได้แสดงข้อมูลการวิ่งของเธอ โดยชี้ให้เห็นว่าโดยทั่วไปแล้วฝีเท้าของอาเบียร์ช้าลงในช่วงแรกๆ ของมาราธอน แต่เธอกลับสามารถวิ่งระยะทาง 5 กิโลเมตร ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 35 และ 40 ได้อย่างรวดเร็วภายในเวลา 30 นาที 49 วินาที ซึ่งเป็นช่วง 5 กิโลเมตรที่เธอทำความเร็วได้สูงสุดในการแข่งขัน
OMTIU ก่อตั้งขึ้นโดยนักวิ่งชาวออสเตรเลียสองคน และนิยามตนเองว่าเป็น "องค์กรสุนัขเฝ้าบ้านออนไลน์" ที่เป็นอิสระ คอยตรวจสอบพฤติกรรมการวิ่งที่ทำให้เข้าใจผิดหรือไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งของเหล่าอินฟลูเอนเซอร์
หลังภาพถ่ายดังกล่าวปรากฏขึ้น Abeeeer ได้ออกมาขอโทษต่อสาธารณชนเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม โดยยอมรับว่าเธอขี่จักรยานระหว่างการแข่งขันมาราธอนและฝ่าฝืนกฎการแข่งขัน เธอกล่าวว่าเธอรู้สึกไม่สบายตัวระหว่างทาง แต่ก็ยอมรับว่านี่ไม่ใช่ข้อแก้ตัวสำหรับการกระทำของเธอ
เธอเขียนเป็นภาษาจีนว่า การกระทำของเธอแสดงถึงความไม่เคารพต่อ "ความยุติธรรมของการแข่งขันและจิตวิญญาณของมาราธอน" เธอยังยอมรับด้วยว่าเธอจงใจละเว้นเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อตอนที่แชร์ประสบการณ์และผลการแข่งขันทางออนไลน์
"นั่นเป็นการกระทำที่ไม่ซื่อสัตย์มากๆ" เธอกล่าว พร้อมเสริมว่าเธอรู้สึกผิดอย่างมาก เธอยังได้ลบโพสต์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเบอร์ลินมาราธอนออกจากบัญชีเสี่ยวหงชูของเธอด้วย
เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม แบรนด์รองเท้าวิ่ง บรุคส์ ไชน่า (Brooks China) ซึ่งเป็นพันธมิตรกับ Abeeeer ก่อนการแข่งขัน ได้ประกาศยุติความร่วมมือกับเธอหลังจากตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว พร้อมเสริมว่าจะไม่ร่วมงานกับเธออีก บริษัทได้กล่าวขอโทษและระบุว่าจะเพิ่มความเข้มงวดในการประเมินผู้ร่วมงานในอนาคต
ภายหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ชาวเน็ตบางส่วนได้ออกมาปกป้องเธอ โดยชื่นชมที่เธอออกมากล่าวขอโทษและบอกว่า "ใครๆ ก็ทำผิดพลาดกันได้"
อย่างไรก็ตาม อินฟลูเอนเซอร์รายนี้ยังคงต้องเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในช่องคอมเมนต์อย่างต่อเนื่อง โดยบางคนอ้างว่า "เธอขอโทษก็เพราะถูกจับได้" ขณะที่บางคนยังชี้ให้เห็นว่าบัญชีของเธอดู "มีข้อชวนสงสัย" เนื่องจาก "เธอมีผู้ติดตาม 500,000 คน แต่ยอดการมีส่วนร่วม (Engagement) กลับแทบจะเป็นศูนย์"
อินฟลูเอนเซอร์รายนี้ไม่ใช่รายแรกที่ตกเป็นข่าวจากการหาวิธีลัดไปเส้นชัยที่แหวกแนวและผิดกฎ
โรซี รูอิซ ถูกริบตำแหน่งแชมป์บอสตันมาราธอนปี 1980 หลังจากความจริงปรากฏว่าเธอไม่ได้วิ่งจนครบเส้นทาง ขณะที่ผู้เข้าร่วมการแข่งขัน 258 คนถูกลงโทษฐานโกงในการแข่งขันเซินเจิ้นฮาล์ฟมาราธอนปี 2018
นอกจากนี้ ในปี 2019 นักวิ่งชาวจีน 3 คนก็ถูกสั่งแบนตลอดชีวิตจากกรณีปลอมแปลงผลการผ่านเกณฑ์คัดเลือกหรือสลับเบอร์วิ่งในการแข่งขันบอสตันมาราธอน
ที่มา CNA


