xs
xsm
sm
md
lg

ชาวเขมรฟังไว้! 'ฮุน มาเนต' ยันรัฐเยียวยาเต็มที่ แต่ให้จ่ายทั้งหมดก็ไม่ไหว ซัดกลับฝ่ายค้านหวังผลการเมืองหลังโดนจี้ปมผู้พลัดถิ่น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



MGR Online - นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา กล่าววิจารณ์กลุ่มฝ่ายค้านในต่างประเทศว่าฉวยโอกาสจากความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องพลัดถิ่นจากสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนเพื่อหวังผลทางการเมือง พร้อมระบุว่ารัฐบาลกำลังให้ความช่วยเหลือควบคู่ไปกับการดำเนินงานทางการทูตเพื่อแก้ไขข้อพิพาทดังกล่าว

ฮุน มาเนต อ้างว่าประชาชนในพื้นที่ชายแดนต่างตระหนักถึงความยากลำบากที่เผชิญอยู่และความช่วยเหลือที่ได้รับจากภาครัฐ

“รัฐบาลไม่ได้ทอดทิ้งพวกเขา รัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่ที่จะช่วยเหลือและฟื้นฟูวิถีชีวิตของพวกเขา” ฮุน มาเนต กล่าว

ผู้นำเขมรยังได้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลเพื่อช่วยเหลือพลเรือนที่ต้องพลัดถิ่นจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนเมื่อปีที่ผ่านมา ที่รวมถึงกลุ่มที่สามารถกลับภูมิลำเนาได้แล้ว และกลุ่มที่ยังพักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว หรือที่เรียกว่า ‘หมู่บ้านแห่งการรอคอย’

ฮุน มาเนต ยอมรับว่าที่พักอาศัยชั่วคราวที่จัดหาให้แก่ครอบครัวผู้พลัดถิ่นนั้นไม่สามารถทดแทนบ้านเดิมของพวกเขาได้ แต่ถือเป็นที่พักที่ปลอดภัยในระหว่างที่พวกเขายังไม่สามารถกลับภูมิลำเนาเดิมได้

เขากล่าวว่ารัฐบาลกำลังเดินหน้าเจรจาเพื่อสร้างเงื่อนไขที่เอื้อให้ประชาชนผู้พลัดถิ่นสามารถกลับคืนสู่ชุมชนของตนได้ในที่สุด

ฮุน มาเนต ยังวิจารณ์การตัดต่อและเผยแพร่ถ้อยคำบางส่วนบนสื่อสังคมออนไลน์ที่ทำให้เกิดภาพลักษณ์ว่ารัฐบาลเพิกเฉยต่อสถานการณ์ความเดือดร้อนของประชาชน

เขากล่าวว่าในยุคที่แพลตฟอร์มดิจิทัลทำให้การดัดแปลงและเผยแพร่ข้อมูลทำได้ง่ายขึ้น มีบางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่เคลื่อนไหวจากต่างประเทศ ฉวยโอกาสนำความยากลำบากของประชาชนในพื้นที่ชายแดนมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

เขาเรียกร้องให้ประชาชนตัดสินการดำเนินงานของรัฐบาลจากสิ่งที่รัฐบาลลงมือทำ มากกว่าจะตัดสินจากความคิดเห็นบนโซเชียลมีเดีย

เขาอธิบายว่า แม้รัฐบาลจะไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะชดเชยความเสียหายต่อทรัพย์สินทั้งหมดของชาวกัมพูชาที่เกิดจากเหตุปะทะบริเวณชายแดน แต่เขาเน้นย้ำว่ารัฐบาลและผู้บริจาคต่างได้ดำเนินมาตรการมากมายเพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น

ผู้นำเขมรกล่าวว่ารัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ 1.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งกัมพูชา (CMAC) เพื่อดำเนินการเก็บกู้วัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิด ก่อนที่จะอนุญาตให้ชาวบ้านที่พลัดถิ่นกลับเข้าไปยังพื้นที่ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายไทย

นอกเหนือจากการสนับสนุนด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิดแล้ว ฮุน มาเนต ชี้แจงว่ารัฐบาลได้มอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวจำนวน 1,606 ครัวเรือน ที่อ้างว่าบ้านของตนได้รับความเสียหายจากการโจมตีของฝ่ายไทย โดยผู้ที่มีบ้านเสียหายหนักจะได้รับเงินชดเชยรายละ 20 ล้านเรียล (5,000 ดอลลาร์สหรัฐ) ส่วนผู้ที่ได้รับความเสียหายปานกลางได้รับเงิน 12 ล้านเรียล (3,000 ดอลลาร์สหรัฐ) และผู้ที่ได้รับความเสียหายเล็กน้อย เช่น กระเบื้องหลังคาหรือหน้าต่างเสียหาย ได้รับเงิน 2 ล้านเรียล (500 ดอลลาร์สหรัฐ)

นอกจากความช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัย เขาระบุว่ารัฐบาลยังได้มอบบัตรสวัสดิการ พร้อมเงินช่วยเหลือรายเดือน​ให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยไม่คำนึงถึงสถานะทางเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งการแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์พืชให้ครอบครัวในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อช่วยให้ประชาชนกลับมาทำการเกษตรได้อีกครั้ง

สำหรับประชาชนที่ไม่สามารถกลับภูมิลำเนาได้ ฮุน มาเนต กล่าวว่ารัฐบาลได้สร้างบ้านพักชั่วคราวเกือบ 5,000 หลังด้วยงบประมาณ 59 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่พันธมิตรด้านการพัฒนาต่างๆ ยังได้สร้างศูนย์พักพิงชั่วคราวขึ้นอีกหลายแห่ง ขณะเดียวกันก็มีการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเดินทางกลับบ้านได้ เช่น ถนน โรงเรียน โรงพยาบาล น้ำสะอาด และไฟฟ้า

เขากล่าวเสริมว่า รัฐบาลยังได้จัดสรรเงินช่วยเหลือด้านสวัสดิการสังคม เงินสมทบเพิ่มเติม และสิทธิประโยชน์อื่นๆ

ฮุน มาเนต กล่าวว่า งบประมาณสำหรับมาตรการเหล่านี้ มาจากการปรับเปลี่ยนงบประมาณในส่วนของรายจ่ายที่ไม่จำเป็นของกระทรวงต่างๆ และยังมีธนาคารและสถาบันการเงินที่ร่วมสนับสนุนความพยายามในการช่วยเหลือประชาชน ด้วยการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยรายเดือน รวมทั้งการยกเว้นค่าปรับ

“ความช่วยเหลือทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากการตอบรับคำร้องขอของรัฐบาล ผมรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง สิ่งเหล่านี้ยังไม่รวมถึงความช่วยเหลือจากผู้บริจาครายอื่นๆ ที่ได้ให้การสนับสนุนเช่นกัน” ฮุน มาเนต กล่าว

ฮุน มาเนต อธิบายว่าแม้รัฐบาลจะพยายามอย่างเต็มที่ในการให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ต้องพลัดถิ่น แต่รัฐบาลก็ไม่สามารถจ่ายเงินชดเชยความเสียหายทั้งหมดที่พวกเขาได้รับได้

“ผมต้องการชี้แจงให้ชัดเจนว่า รัฐบาลไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะจ่ายเงินชดเชยในส่วนนี้ได้ ยกตัวอย่างเช่นในพื้นที่บึงตะกวน มีบุคคลหนึ่งถือครองทรัพย์สินมูลค่า 3 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่หญิงอีกคนหนึ่งใช้เงินถึง 5 แสนดอลลาร์ในการสร้างบ้าน หากเราต้องจ่ายเงินชดเชยให้แก่บุคคลเพียง 2 รายนี้ ยอดรวมก็สูงถึง 3.5 ล้านดอลลาร์แล้ว และเมื่อนำกรณีของทุกคนมารวมกัน เราย่อมไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะจ่ายเงินชดเชย อีกทั้งเราก็ไม่มีพันธกรณีที่จะต้องดำเนินการเช่นนั้นด้วย” ฮุน มาเนต กล่าว

เขายังปฏิเสธข้อวิจารณ์ที่ว่าเขาไม่ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยชี้แจงว่าเขาได้พบปะกับประชาชนผู้พลัดถิ่น และทหารที่ประจำการตามแนวชายแดนแล้ว แต่เลือกที่จะไม่เผยแพร่ข่าวการลงพื้นที่ต่อสาธารณะ

“ผู้นำไม่จำเป็นต้องสวมเสื้อเกราะกันกระสุนแล้วถ่ายรูปเพื่อนำไปโชว์” ฮุน มาเนต กล่าว

รัฐบาลกัมพูชาระบุว่าจะยังคงให้ความช่วยเหลือแก่พลเรือนที่พลัดถิ่นต่อไป ควบคู่กับการดำเนินมาตรการทางการทูตเพื่อช่วยให้คนเหล่านี้สามารถกลับภูมิลำเนา และผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญข้อพิพาทชายแดน

เขาย้ำทิ้งท้ายว่าความรับผิดชอบของรัฐคือการให้การดูแลและคุ้มครอง ป้องกันการสูญเสียชีวิต และช่วยเหลือในการแก้ไขผลกระทบที่สืบเนื่องจากความขัดแย้ง.