กรุงเทพฯกำลังเตรียมการรับมือกับความเป็นไปได้ของภัยน้ำท่วม ในขณะที่อีกไม่กี่วันข้างหน้า บรรดาผู้แทนมากกว่า 15,000 คน มีกำหนดเดินทางมาถึง เพื่อร่วมประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF) และเวิลด์แบงก์กรุ๊ป ตามรายงานของสำนักข่าวบลูมเบิร์กเมื่อวันอังคาร(6ต.ค.)
บลูมเบิร์กรายงานอ้างคำกล่าวของนายสุรพงษ์ สารปะ ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศของกรมอุุตุนิยมวิทยา ระบุว่าเมืองหลวงของไทยอาจเจอฝนระดับ 5 เซนติเมตรต่อวัน ระหว่างวันที่ 11 ตุลาคม ถึง 13 ตุลาคม ซึ่งประจวบเหมาะพอดีกับการประชุมนาน 1 สัปดาห์ ของบรรดารัฐมนตรีต่างประเทศ เหล่านายธนาคาร พวกผู้บริหารและคณะผู้แทนทูตอื่นๆ จากชาติสมาชิก 191 ประเทศ ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันที่ 12 ตุลาคม
รายงานของบลูมเบิร์กระบุว่าการเตรียมการครั้งนี้มีขึ้นไม่นาน หลังจากช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพิ่งเกิดเหตุการณ์ห่าฝนปริมาณ 30 เซนติเมตร เทลงจากฟ้าถล่มกรุงเทพฯต่อเนื่องหลายวัน ทำน้ำท่วมท้องถนนและบ้านเรือนประชาชน ก่อความปั่นป่วนแก่เที่ยวบินและโรงงานต่างๆต้องหยุดปฏิบัติการชั่วคราว
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย ได้สั่งการให้หน่วยงานต่างๆเตรียมพร้อมสำหรับน้ำท่วมรุนแรงและหลีกเลี่ยงเกิดเหตุความปั่นป่วนด้านการเดินทางซ้ำรอยเหตุการณ์น้ำท่วมหนักเมื่อเดือนกันยายน ขณะที่บลูมเบิร์กรายงานว่ามีการจัดเตรียมรถรถบรรทุกขนาดใหญ่และรถขับเคลื่อนสี่ล้อไว้ให้บริการขนส่งบรรดาผู้แทนหากถนนเกิดน้ำท่วม และมีการติดตั้งปั๊มน้ำหลายร้อยเครื่องเพื่อคอยสูบน้ำให้แห้ง ตามรายงานของบลูมเบิร์ก
นอกจากนี้แล้วบลูมเบิร์กรายงานด้วยว่าพวกเจ้าหน้าที่ได้ร่างแผนฉุกเฉินที่สัมพันธ์กับระดับน้ำท่วม โดย ณ ระดับ 15 เซนติเมตร ทางการจะเร่งระบายน้ำเพื่อให้เส้นทางยังคงสัญจรได้สำหรับขบวนยานพาหนะกว่า 400 คัน หากระดับน้ำท่วมสูงขึ้นสู่ระดับ 25 เซนติดเมตร ขบวนรถบีเอ็มดับเบิลยูไฟฟ้าจะถูกแทนที่ด้วยรถบัส และ ณ ระดับ 50 เซนเมตร บรรดาผู้แทนทูตจะถูกเบี่ยงไปใช้เครือข่ายรถไฟฟ้าของกรุงเทพฯโดยตรง และในกรณีที่รุนแรงมาก น้ำท่วมขึ้นสูงแตะระดับ 3 เมตร การประชุมจะถูกยกเลิก
อย่างไรก็ตามบลูมเบิร์กอ้างคำกล่าวของนายสุรพงษ์ คาดหมายว่าฝนที่กำลังมาถึงไม่น่าจะรุนแรงเท่ากับเหตุการณ์ในเดือนกันยายน ฝนอาจกระจายในวงกว้างกว่าเดิม แต่กินเวลาสั้นกว่า เมื่อเทียบกับฝนที่ตกหนักต่อเนื่องจนระบบระบายน้ำของกรุงเทพฯ รับมือไม่ไหวเมื่อเดือนกันยายน
กระนั้นบลูมเบิร์กระบุว่าระบบระบายน้ำในภาพรวมมีขีดความสามารถอย่างจำกัดในการรองรับปริมาณน้ำมหาศาลระลอกใหม่ โดย ณ วันที่ 5 ตุลาคม อ่างเก็บน้ำหลักในภาคกลางของไทยมีปริมาณน้ำอยู่ที่ประมาณร้อยละ 91 ของความจุ เพิ่มความเสี่ยงของอุทกภัย ถ้าฝนตกลงมาหนักอย่างต่อเนื่อง
บลูมเบิร์กอ้างคำกล่าวของนายหาญณรงค์ เยาวเลิศ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ระบุว่าเขื่อนหลักแห่งหนึ่งมีระดับน้ำสูงเกินความจุปกติแล้ว เพิ่มความเป็นไปได้ที่จะมีการปล่อยน้ำออกมาเพิ่มเติม ซึ่งกระแสน้ำจะไหลมุ่งตรงเข้าหาจังหวัดต่างๆที่อยู่โดยรอบกรุงเทพฯ
พวกเจ้าหน้าที่บอกว่าพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่พักของคณะผู้แทนจำนวนมากนั้น ได้รับการออกแบบมาให้สามารถระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างค่อนข้างรวดเร็ว ขณะที่นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกรัฐบาลบอกว่าขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำอยู่ต่ำกว่าแนวป้องกันน้ำท่วมของกรุงเทพฯ ประมาณ 1 เมตร ซึ่งยังพอมีขีดความสามารถในการรองรับปริมาณน้ำได้อีก
การประชุมไอเอ็มเอฟ-เวิลด์แบงก์ เป็นเวทีสำคัญในการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทย ในขณะที่ไทยกำลังหาทางดึงดูดการลงทุน และวางสถานะกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางธุรกิจและการเงินของภูมิภาค รายงานของบลูมเบิร์กระบุ
(ที่มา:บลูมเบิร์ก)


