(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2026/09/how-us-blindly-ceded-its-rare-earth-dominance-to-china/)
How US blindly ceded its rare earth dominance to China
by Charles Edward Gehrke
24/09/2026
โดนัลด์ ทรัมป์ พบปะหารือกับ สี จิ้นผิง โดยที่อำนาจต่อรองของเขาตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ สืบเนื่องจากจีนเวลานี้ยึดกุมเหนียวแน่นอุตสาหกรรมแร่แรร์เอิร์ธ ซึ่งอันที่จริงครั้งหนึ่งสหรัฐฯเคยเป็นพี่เบิ้ม ทว่ากลับทอดทิ้งปล่อยออกไปเอง
ลองมองไปรอบๆ ตัวซิครับ คุณจะเห็นเครื่องมืออุปกรณ์เยอะแยะที่กำลังทำงานกันอยู่โดยอาศัยธาตุแรร์เอิร์ธในรูปแบบต่างๆ โทรศัพท์มือถือสั่นได้เพราะแม่เหล็ก (ที่มีส่วนผสมของธาตุนีโอดีเมียม neodymium) ไปขยับตุ้มน้ำหนัก [1], แล้วยังหน้าจอของมันที่ผ่านการขัดเงาด้วยผงซีเรียม (cerium), ส่วนการเชื่อมต่อกับโลกภายนอกก็อาศัยสายเคเบิลที่ใช้สารเออร์เบียม (erbium) ช่วยขยายสัญญาณข้ามมหาสมุทร [2], หากวันนี้คุณขับรถ แม่เหล็กจากธาตุแรร์เอิร์ธก็มีส่วนช่วยในการบังคับรถ ขณะที่สารประกอบซีเรียมช่วยบำบัดไอเสียจากเครื่องยนต์ [3]
อุปกรณ์ทั้งหมดนี้ทำงานได้ด้วยโลหะ 17 ชนิดที่เรียกกันโดยรวมๆ ว่า “ธาตุแรร์เอิร์ธ” (rare earth elements) [4] (หรือในภาษาไทยใช้ว่า "ธาตุหายาก") อันที่จริงพวกนักวิทยาศาสตร์ที่ขนานนามนี้ให้แก่กลุ่มธาตุนี้เมื่อปี1794 ได้ตั้งชื่อที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด (จริงๆ แล้ว มันใช่ว่าจะหายากไปเสียทั้งหมด) ลำพังแค่ธาตุซีเรียมธาตุเดียว ก็มีปริมาณมากพอๆ กับทองแดงแล้วในบริเวณเปลือกโลก
อย่างไรก็ตาม การแยกแร่ธาตุแรร์เอิร์ธออกจากแรร์เอิร์ธชนิดอื่นๆ ตลอดจนออกจากสินแร่ดิบนั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างยิ่ง ส่งผลให้ประเทศที่ควบคุมกระบวนการแปรรูปแร่ธาตุหายากมีอำนาจต่อรองทางการเมืองสูง
จีนเป็นผู้แปรรูปแร่ธาตุหายากส่วนใหญ่ที่ใช้กันทั่วโลก และไม่ใช่แค่สินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคเท่านั้นที่ต้องพึ่งพาแรร์เอิร์ธส่งออกของจีน แม้กระทั่งเครื่องบินขับไล่ F-35 และเรือดำน้ำชั้นเวอร์จิเนียของกองทัพสหรัฐฯ ก็จำเป็นต้องใช้ธาตุหายากเช่นกัน [5]
ผมใช้เวลาหลายปีในการทำหน้าที่ตัดสินผลการเล่นเกมสงครามจำลองสถานการณ์การรบ (war games) ให้กับกองทัพเรือสหรัฐฯ [6] เกมสงครามเหล่านี้บีบให้ผู้เล่นต้องขบคิดและระบุข้อจำกัดต่างๆ ที่ซ่อนอยู่ ซึ่งอาจทำให้แผนการที่ดูดีเยี่ยมไม่สามารถนำไปปฏิบัติจริงได้ และกระบวนการแปรรูปแรร์เอิร์ธก็คือข้อจำกัดเช่นที่ว่านี้ประการหนึ่ง
จีนได้แสดงให้เห็นถึงการใช้อำนาจต่อรองจากธาตุหายากของตน ผ่านชุดมาตรการควบคุมการส่งออก [7] ที่ประกาศใช้ในปี 2025 --ถึงแม้ได้ตกลงที่จะระงับมาตรการดังกล่าวไว้ชั่วคราว อย่างน้อยก็จนถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2026 กระนั้นก็ตาม มันก็เป็นการสาธิตให้เห็นกันแล้ว การควบคุมอุปทานธาตุแรร์เอิร์ธออกสู่ตลาด ช่วยให้รัฐบาลแดนมังกรสามารถชะลอการเติบโตของคู่แข่ง หรือหยุดยั้งการเติบโตนั้นได้เลยทีเดียว
การที่จีนมีความสามารถที่จะเลือกขยายเวลาการระงับมาตรการควบคุมการส่งออก หรือเลือกปล่อยให้มาตรการเหล่านั้นมีผลบังคับใช้ ทำให้จีนมีอำนาจต่อรองบนเวทีภูมิรัฐศาสตร์ หากจะเปรียบเปรยด้วยถ้อยคำของ ธีโอดอร์ รูสเวลต์ สิ่งนี้ก็เปรียบเสมือน "ไม้กระบองอันใหญ่" (big stick) [8] ที่ทรงอิทธิพลอย่างยิ่ง
(หมายเหตุผู้แปล: ธีโอดอร์ รูสเวลต์ Theodore Roosevelt ประธานาธิบดีคนที่ 26 ของสหรัฐฯ ซึ่งดำรงตำแหน่งช่วงปี 1901-1909 เป็นเจ้าของวลี “พูดแบบนุ่มนวลและแบกกระบองอันใหญ่ไปด้วย คุณจะไปได้ไกล” พวกสื่ออเมริกันในสมัยนั้นและนักประวัติศาสตร์สมัยใหม่ นำคำว่า “กระบองใหญ่” มาบรรยายถึงลักษณะเด่นในนโยบายการต่างประเทศของรัฐบาลของเขา ซึ่งเน้นการมีและการพร้อมใช้กำลังทหารที่เข้มแข็ง มารองรับการดำเนินนโยบายทางการทูต ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://en.wikipedia.org/wiki/Big_stick_ideology)
จีนก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในเรื่องธาตุแรร์เอิร์ธได้อย่างไร
เหมือง เมาน์เทน แพสส์ (Mountain Pass) ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐฯ เคยเป็นแหล่งผลิตแร่แรร์เอิร์ธ รายใหญ่ที่สุดของโลกจนกระทั่งถึงช่วงปลายทศวรรษ 1980 [9] แต่เหตุการณ์น้ำเสียปนเปื้อนสารกัมมันตภาพรังสีรั่วไหลจากเหมืองลงสู่ทะเลทรายโมฮาเว (Mojave) หลายต่อหลายครั้ง [10] ทำให้การที่จะยังคงดำเนินงานผลิตภายในประเทศต่อไปกลายเป็นเรื่องยากลำบาก
ดังนั้น เมื่อจีนขยายกิจการเหมืองแร่ของตนเองและจำหน่ายแร่ที่ผ่านกระบวนการแปรรูปแล้วในราคาที่ถูกกว่า การเปลี่ยนไปใช้ซัปพลายเออร์รายอื่นๆ จึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลและตัดสินใจได้ง่าย
โรงงานแยกแร่ที่ เมาน์เทน แพสส์ ปิดตัวลงในปี 1998 [11] และตัวเหมืองเองก็ยุติการดำเนินงานในปี 2002 แม้ว่าบริษัท เอ็มพี แมตทีเรียลส์ (MP Materials) จะกลับมาทำเหมืองที่นั่นอีกครั้งในปี 2017 [12] สืบเนื่องจากเกิดความกังวลขึ้นมาในเรื่องการเข้าถึงแร่หายากเหล่านี้ แต่สหรัฐฯ ก็ยังคงต้องนำเข้าแร่แรร์เอิร์ธมากกว่า 2 ใน 3 [13] ของปริมาณที่ใช้ภายในประเทศอย่างน้อยก็จนถึงช่วงปี 2025 หรือก็คือปีที่แล้ว
ขณะที่จีนซึ่งเมื่อถึงปี 2024 เป็นผู้ทำเหมืองผลิตแร่ธาตุหายากที่ใช้ในแม่เหล็กประมาณ 60% ของโลก ได้กลายเป็นผู้ดำเนินการแยกและกลั่นแร่เหล่านี้ถึงประมาณ 91% [14] ทีเดียว
พวกผู้ซื้อที่ใช้กระบวนการผลิตในจีน ได้รับวัสดุในราคาที่ต่ำกว่าการลงมือผลิตเอง แถมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดมลพิษตกค้าง หรือตกเป็นข่าวเสีย ๆ หาย ๆ ใดๆ แต่สิ่งที่พวกเขาต้องยินยอมเป็นการแลกเปลี่ยนคือผู้แปรรูปมีอำนาจต่อรองสูงขึ้นและกลายเป็นฝ่ายได้เปรียบ การค้าเช่นนี้เป็นที่เข้าใจกันง่ายไม่สลับซับซ้อนอะไร เพียงแต่ในตอนแรกมันดูไม่เป็นภัยคุกคามมากนักจากประเทศจีนที่ยังเพิ่งอยู่ในช่วงกำลังเติบโต
เหตุใดการสร้างอุตสาหกรรมนี้ขึ้นมาใหม่จึงเป็นไปอย่างล่าช้า
สำนักงานตรวจสอบอิสระของรัฐสภาสหรัฐฯ (US Government Accountability Office หรือ GAO) หน่วยงานสำคัญซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐบาลอเมริกัน ได้อ้างอิงการประมาณการเมื่อปี 2010 ที่ระบุว่า การสร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศขึ้นมาใหม่ โดยครอบคลุมตั้งแต่การทำเหมือง, การแยกแร่, จนถึงการผลิตแม่เหล็ก จะต้องใช้เวลานานถึง 15 ปี [15] ทั้งนี้สาเหตุที่การฟื้นฟูห่วงโซ่อุปทานขึ้นมาใหม่ดำเนินไปได้อย่างเชื่องช้า มีอยู่หลายประการด้วยกัน
ขณะที่จีนดำเนินงานในโรงงานต่างๆ ของตน โดยใช้วิศวกรที่มีประสบการณ์จำนวนหลายพันคน สหรัฐฯมีผู้เชี่ยวชาญจำนวนน้อยกว่านักหนา [16] นอกจากนั้นเทคโนโลยีล้ำสมัยระดับอุตสาหกรรมในปัจจุบันต่างได้รับการพัฒนาขึ้นในจีน และปักกิ่งก็ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะแบ่งปันสิ่งเหล่านี้ให้วอชิงตัน ไม่เพียงเท่านั้นในเดือนธันวาคม 2023 รัฐบาลจีนยังสั่งห้ามการส่งออกเทคโนโลยีการแยกแร่ [17] อีกด้วย
ตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประกาศทุ่มเทเงินทองไปแล้วมากกว่า 7,000 ล้านดอลลาร์ [18] เพื่อพยายามฟื้นฟูศักยภาพการผลิตแร่หายากของประเทศ โดยในปีเดียวกันนี้ เพนตากอน (กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ) ได้ซื้อหุ้นบุริมสิทธิ์มูลค่า 400 ล้านดอลลาร์ในบริษัทเอ็มพี แมตทีเรียลส์ [19] ทำให้เป็นเจ้าของบริษัทนี้ในสัดส่วน 15% โดยที่ เอ็มพี แมตทีเรียลส์คาดว่าโรงงานผลิตแม่เหล็กแห่งต่อไปของตนจะเริ่มขั้นตอนทดสอบอุปกรณ์ได้ในปี 2028
ด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯก็ได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง [20] ในปี 2026 เพื่อให้เงินทุนโดยตรงแก่บริษัทยูเอสเอ แรร์เอิร์ธ (USA Rare Earth) จำนวน 277 ล้านดอลลาร์ พร้อมด้วยเงินกู้อีก 1,300ล้านดอลลาร์ โดยมีเป้าหมายเพื่อใช้ในการพัฒนาโรงงานทั้งที่ในรัฐเทกซัสและรัฐโอคลาโฮมา
อย่างไรก็ดี มาตรการห้ามส่งออกที่จีนประกาศใช้ กำลังทำให้การสร้างห่วงโซ่อุปทานขึ้นมาใหม่อีกครั้งของสหรัฐฯ ประสบความลำบากเพิ่มขึ้น
จะเกิดอะไรขึ้นในวันที่ 10 พฤศจิกายน
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2025 กระทรวงพาณิชย์จีนได้ประกาศมาตรการควบคุมการส่งออกที่มีขอบเขตกว้างขวางรวม 6 มาตรการ [21] ด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือ ประกาศฉบับที่ 61 ซึ่งส่งผลกระทบกระเทือนไปจนถึงสิ่งที่โรงงานในต่างประเทศจะสามารถส่งออกได้ กล่าวคือ โรงงานในเยอรมนีหรือญี่ปุ่นจะต้องได้รับใบอนุญาตจากจีนเพื่อส่งออกผลิตภัณฑ์ หากแร่หายากที่มีต้นกำเนิดจากจีนมีสัดส่วนเท่ากับ 0.1% หรือมากกว่าของมูลค่า [22] ผลิตภัณฑ์นั้นๆ หรือหากการทำผลิตภัณฑ์นั้นๆ มีการใช้เทคโนโลยีแร่แรร์เอิร์ธของประเทศจีน
หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พบปะหารือกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ในเดือนนั้น [23] (ที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้) ปักกิ่งได้ยอมระงับการควบคุมการส่งออก 6 รายการไปจนถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2026 [24] เพื่อแลกกับการที่วอชิงตันจะระงับการบังคับใช้ “กฎบริษัทในเครือ” (affiliates rule) [25] ซึ่งเป็นการกำหนดข้อจำกัดต่างๆ ต่อบริษัททั้งหลาย ที่มีบริษัทบางแห่งที่ถูกวอชิงตันขึ้นบัญชีดำไปแล้วเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เอาไว้ก่อนเป็นเวลา 1 ปีเช่นกัน
การควบคุมของทั้ง 2 ฝ่ายเหล่านี้จะกลับมามีผลบังคับใช้อย่างอัตโนมัติ เว้นแต่รัฐบาลทั้งสองจะขยายระยะเวลาการระงับใช้ออกไปอีก
สิ่งที่ยังคงมีผลบังคับใช้
มีกฎระเบียบควบคุมการส่งออกบางข้อที่ไม่เคยถูกระงับเลย รวมถึงข้อที่จีนประกาศบังคับใช้ในเดือนเมษายน 2025 ซึ่งกำหนดให้การส่งออกกลุ่มแร่แรร์เอิร์ธหนัก (heavy rare earth) รวม 7 ชนิด จะต้องขอใบอนุญาต [26]
บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ฟอร์ด เป็นกิจการอเมริกันใหญ่รายหนึ่ง ซึ่งได้เห็นผลกระทบจากการที่จีนควบคุมการส่งออกเหล่านี้ เมื่อบริษัทต้องหยุดการผลิตที่โรงงานประกอบรถยนต์ในชิคาโกเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ในเดือนพฤษภาคม 2025 เนื่องจากขาดแคลนแม่เหล็ก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของลำโพงและมอเตอร์ไฟฟ้า สืบเนื่องจากกฎการส่งออกของแดนมังกร
จิม ฟาร์ลีย์ (Jim Farley) ซีอีโอของฟอร์ด กล่าวถึงการจัดซื้อจัดหาวัตถุดิบด้านนี้ของบริษัทว่า เป็นเรื่องที่ต้องกระทำแบบ “วันต่อวัน” [27] เนื่องจากเขาไม่มีแหล่งซัปพลายอื่น ฟอร์ดสามารถกลับมาดำเนินการผลิตได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุมัติจากปักกิ่งเท่านั้น [28]
ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2026 กระทรวงพาณิชย์จีนยังได้ขึ้นบัญชีบริษัทสหรัฐฯ 10 แห่งไว้ในรายชื่อกิจการที่ถูกจีนควบคุมการส่งออก [28] โดยทั้งบริษัทจีนและบริษัทต่างชาติไม่สามารถขายสินค้าใดๆ ที่มีการนำไปใช้งานได้ทั้งทางพลเรือนและทางทหาร ให้กับบริษัทเหล่านั้น
บริษัทอเมริกันที่ถูกขึ้นบัญชีดำคราวนี้ ส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตโดรน, เรดาร์, ระบบการบินและอวกาศ, และยานพาหนะทางทหาร แล้วยังมี 2 บริษัท ได้แก่ เอ็มพี แมตทีเรียลส์ และ ยูเอสเอ แรร์เอิรฺธ เป็นบริษัทเหมืองแร่แรร์เอิร์ธอเมริกันที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลกลางสหรัฐฯ [29] และมีความก้าวหน้ามากที่สุดในการสร้างห่วงโซ่การผลิตของอเมริกาขึ้นมาใหม่ ตั้งแต่การทำเหมืองไปจนถึงการผลิตแม่เหล็ก
ปักกิ่งระบุว่า การกระทำเช่นนี้ของตนเป็นการตอบโต้ [30] ต่อการกระทำที่คล้ายคลึงกันของเพนตากอน [31] การตีความของผมคือ จีนเลือก เอ็มพี แมตทีเรียลส์ และ ยูเอสเอ แรร์เอิร์ธ เพราะ 2 บริษัทนี้อยู่ในฐานะที่ดีที่สุดในการลดความจำเป็นของอเมริกาที่ต้องพึ่งพาอาศัยการแปรรูปจากจีน
หากมีการขยายเวลาระงับใช้มาตรการควบคุมการส่งออกที่จะหมดอายุลงในวันที่ 10 พฤศจิกายนออกไปอีก ย่อมเท่ากับทั้งสองฝ่ายยังจะปฏิบัติตามข้อตกลงสงบศึกทางการค้าชั่วคราวต่อไป แต่การซัปพลายแรร์เอิร์ธนิดหนักให้แก่บริษัทอเมริกันยังจะต้องขอใบอนุญาตจากจีน รวมทั้งมาตรการเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ขึ้นบัญชีดำห้ามส่งออกไปยัง 10 บริษัทอเมริกันก็ยังคงมีผลบังคับใช้ ข้อตกลงสงบศึกหมายความว่าทั้งสองฝ่ายให้คำมั่นที่จะปฏิบัติต่อกันด้วยดี แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขากำลังดีกันจริงๆ
สามเส้นทาง
สำหรับสหรัฐฯ การปล่อยให้การแปรรูปอยู่ในจีนต่อไป ถือเป็นหนทางแก้ปัญหาที่เห็นผลเร็วที่สุดและราคาถูกที่สุด แต่ก็ทำให้สหรัฐฯ เสี่ยงที่จะถูกปักกิ่งควบคุมจำกัดต่อไปอีกในอนาคต [32]
การสร้างห่วงโซ่อุปทานแร่หายากของสหรัฐฯขึ้นใหม่ จะช่วยลดการพึ่งพาจีนในเรื่องแรร์เอิร์ธ และลดอำนาจต่อรองทางการเมืองในเรื่องนี้ของปักกิ่งลงได้ แต่มันจะเป็นเส้นทางที่ใช้เวลานานกว่า รวมทั้งค่าใช้จ่ายเริ่มต้นก็สูงถึงระดับหลายหมื่นล้านดอลลาร์ ตลอดจนกระบวนการแยกแร่ยังจะก่อให้เกิดกากที่เป็นกรด และบางครั้งก็เป็นสารกัมมันตรังสี [33]
การสร้างห่วงโซ่อุปทานร่วมกับพวกชาติพันธมิตร เช่น ออสเตรเลีย หรือ ญี่ปุ่น โดยที่ทั้ง 2 ประเทศได้เริ่มสร้างศักยภาพด้านนี้ขึ้นมาแล้ว จะช่วยลดความเสี่ยงที่สหรัฐฯ จะถูกตัดขาดฝ่ายเดียว ญี่ปุ่นเคยใช้กลยุทธ์นี้และประสบความสำเร็จอยู่บ้าง [34] แต่กฎระเบียบใหม่ของจีนที่เวลานี้ยังถูกระงับใช้เป็นการชั่วคราวนั้น ส่งผลกระทบครอบคลุมถึงการใช้เทคโนโลยีจีนแม้กระทั่งเมื่อใช้อยู่ในต่างประเทศ
การประชุมซัมมิตระหว่างประธานาธิบดีสี กับ ทรัมป์ในวันที่ 24 กันยายน 2026 [35] อาจช่วยตัดสินสถานะของข้อจำกัดที่จะหมดอายุลงในวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ แต่ความขัดแย้งที่ใหญ่กว่านั้นในเรื่องเกี่ยวกับอำนาจต่อรอง น่าจะยังคงดำเนินต่อไป
(หมายเหตุผู้แปล – สหรัฐฯกับจีนตกลงขยายเวลาข้อตกลงสงบศึกทางการค้าออกไปอีก 2 เดือน คือจนถึงวันที่ 10 มกราคม 2027 ดูเพิ่มเติมได้ที่
https://www.reuters.com/world/asia-pacific/us-treasurys-bessent-chinas-he-meet-unfinished-business-before-trump-xi-summit-2026-09-23/)
ชาร์ลส์ เอ็ดเวิร์ด เกห์รเค เป็นนักวิจัยสโลนประจำสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT)
ข้อเขียนนี้มาจากเว็บไซต์ เดอะ คอนเวอร์เซชั่น https://theconversation.com/ โดยสามารถติดตามอ่านข้อเขียนดั้งเดิมชิ้นนี้ได้ที่ https://theconversation.com/how-the-us-gave-up-its-edge-to-china-in-processing-vital-rare-earth-minerals-and-what-thats-costing-292631
เชิงอรรถ
[1] https://www.cnbc.com/2018/10/18/neodymium-china-controls-rare-earth-used-in-phones-electric-cars.html
[2] https://hackaday.com/2023/08/08/under-the-sea-optical-repeaters-for-submarine-cables/
[3]https://profession.americangeosciences.org/collections/geoscience-faq/how-do-we-use-rare-earth-elements/
[4] https://pubs.usgs.gov/fs/2014/3078/pdf/fs2014-3078.pdf
[5] https://www.csis.org/analysis/consequences-chinas-new-rare-earths-export-restrictions
[6] https://usnwc.edu/Faculty-and-Departments/Directory/Charles-Edward-Gehrke
[7] https://www.pillsburylaw.com/en/news-and-insights/china-suspends-export-controls-certain-critical-minerals-related-items.html
[8] https://www.theodorerooseveltcenter.org/quote/speak-softly-and-carry-a-big-stick-you-will-go-far-if-a-man-continually-blusters-if-he-lacks-civility-a-big-stick-will-not-save-him-from-trouble-and-neither-will-speaking-softly-avail-i/
[9] https://www.sciencenews.org/article/rare-earth-mining-renewable-energy-future
[10] https://www.hcn.org/issues/47-11/why-rare-earth-mining-in-the-west-is-a-bust/
[11] https://www.gao.gov/assets/a96655.html
[12] https://www.cbsnews.com/news/mp-materials-rare-earths-mine-us-china-trade-60-minutes/
[13] https://pubs.usgs.gov/periodicals/mcs2026/mcs2026-rare-earths.pdf
[14] https://www.iea.org/commentaries/with-new-export-controls-on-critical-minerals-supply-concentration-risks-become-reality
[15] https://www.gao.gov/assets/a96655.html
[16] https://www.uts.edu.au/news/2025/11/why-the-west-cant-escape-chinas-rare-earth-dominance--yet
[17] https://www.csis.org/analysis/what-chinas-ban-rare-earths-processing-technology-exports-means
[18] https://www.csis.org/analysis/rare-earth-export-restrictions-one-year-later
[19] https://mpmaterials.com/news/mp-materials-announces-transformational-public-private-partnership-with-the-department-of-defense-to-accelerate-u-s-rare-earth-magnet-independence/
[20] https://www.nist.gov/news-events/news/2026/01/department-commerces-chips-program-announces-letter-intent-usa-rare-earth
[21] https://www.pillsburylaw.com/en/news-and-insights/china-suspends-export-controls-certain-critical-minerals-related-items.html
[22] https://www.china-briefing.com/news/chinas-rare-earth-export-controls-impacts-on-businesses/
[23] https://www.whitehouse.gov/fact-sheets/2025/11/fact-sheet-president-donald-j-trump-strikes-deal-on-economic-and-trade-relations-with-china/
[24] https://www.cirs-group.com/en/chemicals/china-temporarily-suspends-export-controls-on-key-raw-materials-including-rare-earths-lithium-batteries-and-diamond
[25]https://www.federalregister.gov/documents/2025/11/12/2025-19846/one-year-suspension-of-expansion-of-end-user-controls-for-affiliates-of-certain-listed-entities
[26] https://www.csis.org/analysis/consequences-chinas-new-rare-earths-export-restrictions
[27] https://fortune.com/2025/06/13/ford-ceo-says-rare-earth-supply-is-day-to-day-after-plant-halt
[28] https://www.cnbc.com/2025/06/06/china-issues-rare-earth-licenses-to-suppliers-of-top-3-us-automakers-sources-say-reuters.html
[29] https://www.nist.gov/news-events/news/2026/01/department-commerces-chips-program-announces-letter-intent-usa-rare-earth
[30]https://www.globalsecurity.org/wmd/library/news/china/2026/06/china-260622-globaltimes02.htm
[31] https://www.wilmerhale.com/en/insights/client-alerts/20260611-pentagon-adds-65-new-entities-to-the-1260h-list-of-chinese-military-companies
[32] https://source.benchmarkminerals.com/article/ex-china-rare-earths-premium-to-grow-especially-for-heavies
[33] https://www.osti.gov/servlets/purl/1363891
[34] https://www.weforum.org/stories/2023/10/japan-rare-earth-minerals/
[35] https://asia.nikkei.com/politics/international-relations/us-china-tensions/trump-says-xi-will-visit-us-on-sept.-24


