เอเอฟพี - พม่าได้รับผู้อพยพเป็นจำนวนเกือบ 10,000 คน กลับจากมาเลเซียในปีนี้ ตามการรายงานของสื่อของรัฐในวันจันทร์ (5) หนึ่งวันหลังจากเรือของกองทัพเรือพม่ากลับเข้าเทียบท่าในประเทศพร้อมกับพลเมืองเกือบ 1,500 คน
สหประชาชาติได้วิพากษ์วิจารณ์การผลักดันของมาเลเซียในการส่งผู้อพยพกลับพม่าภายใต้โครงการที่ไม่ชัดเจน โดยระบุว่าไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยของผู้อพยพในประเทศที่ยังคงอยู่ในภาวะสงครามได้
กลุ่มผู้เดินทางกลับจำนวน 1,476 คน เดินทางถึงพม่าโดยเรือ ที่เข้าเทียบท่านอกนครย่างกุ้งเมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งกลุ่มนี้เป็นกลุ่มแรกจาก 5,000 คน ที่กัวลาลัมเปอร์ประกาศว่าพม่าตกลงที่จะรับกลับ ท่ามกลางกระแสความรู้สึกต่อต้านผู้อพยพในมาเลเซีย
ผู้สังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนแสดงความกังวลว่าสมาชิกชนกลุ่มน้อยโรฮิงญาอาจถูกส่งตัวกลับไปพม่า ที่พวกเขาต้องเผชิญกับการกดขี่ข่มเหงอย่างรุนแรง แต่มาเลเซียไม่ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับชนกลุ่มน้อยกลุ่มนี้
ทั้งนี้ พม่าได้เปิดเผยว่ามีการดำเนินการส่งผู้อพยพกลับประเทศคู่ขนานและในจำนวนที่มากกว่าผ่านทางเครื่องบินด้วยเช่นกัน
หนังสือพิมพ์โกลบอลนิวไลท์ออฟเมียนมา ระบุว่าในช่วงระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนสิงหาคมปีนี้ มีพลเมืองพม่าเดินทางกลับประเทศทางอากาศแล้วจำนวน 8,041 คน
แม้การส่งกลับทางเรือจะเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจอย่างมากในมาเลเซีย แต่ทางการมาเลเซียกลับไม่ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการส่งกลับที่พม่าระบุว่าดำเนินการผ่านเที่ยวบินรายสัปดาห์
ยอดรวมผู้อพยพที่พม่าระบุว่าเดินทางกลับประเทศทั้งจากทางเครื่องบินและทางเรือในปีนี้ อยู่ที่ 9,517 คน
มาเลเซียยืนยันว่าผู้ที่ถูกส่งกลับภายใต้โครงการนี้สมัครใจเดินทางกลับจากศูนย์กักกัน ซึ่งพม่าระบุว่าผู้อพยพเผชิญกับความยากลำบากหลังจากรับโทษในความผิดฐานละเมิดกฎหมายคนเข้าเมืองแล้ว
แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนได้รายงานถึงสภาพความเป็นอยู่ที่เลวร้ายในศูนย์กักกันดังกล่าว และสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ระบุว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ตรวจสอบยืนยันว่าการตัดสินใจเดินทางกลับของผู้อพยพนั้นเป็นไปโดยสมัครใจและได้รับข้อมูลครบถ้วนอย่างแท้จริง
ข้อมูลจาก ACLED องค์กรเฝ้าระวังสถานการณ์ความขัดแย้งระบุว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 100,000 คนในพม่า นับตั้งแต่การรัฐประหารในปี 2564 ที่ก่อให้เกิดสงครามกลางเมืองตามมา
ชาวโรฮิงญาเริ่มหลบหนีออกจากพม่าไปยังมาเลเซียเป็นจำนวนมากก่อนหน้านั้น เพื่อหนีการปราบปรามของกองทัพที่เริ่มขึ้นในปี 2560 ที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนถือว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ซึ่งกองทัพปฏิเสธข้อกล่าวหานี้มาโดยตลอด
ข้อมูลของสหประชาชาติระบุว่าชาวโรฮิงญาคิดเป็น 2 ใน 3 ของผู้ลี้ภัยและผู้ขอลี้ภัยชาวพม่า 190,000 คนในมาเลเซีย และตกเป็นเป้าของกระแสต่อต้านผู้อพยพในช่วงที่ผ่านมา
หลังจากเรือที่บรรทุกผู้อพยพ 1,476 คน เทียบท่าในวันอาทิตย์ที่เมืองตันลยิน ที่อยู่ทางใต้ของย่างกุ้ง ผู้สื่อข่าวของเอเอฟพีได้เห็นผู้คนหลายสิบคนถูกนำตัวไปยังพื้นที่พักรอในวัดเพื่อตรวจสอบบัตรประจำตัวและตรวจสุขภาพ
“ทางการกำลังเตรียมการสิ่งที่จำเป็นเพื่ออำนวยความสะดวกให้พวกเขาได้กลับไปพบญาติและสมาชิกในครอบครัวอย่างรวดเร็ว และเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขากลับไปยังบ้านเกิดของตนได้อย่างปลอดภัย” หนังสือพิมพ์โกลบอลนิวไลท์ออฟเมียนมา ระบุ.


