xs
xsm
sm
md
lg

Amazonฝ่าดรามาดาต้าเซ็นเตอร์ อัดฉีดเพิ่ม$1,000ล้านสนับสนุนชุมชน เตือนอเมริกาแพ้ศึกAIไม่ได้!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


Amazon เดินหน้าลดกระแสต่อต้านดาต้าเซ็นเตอร์ เตรียมลงทุนเพิ่มอีก 1,000 ล้านดอลลาร์เพื่อสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ในชุมชนที่เป็นที่ตั้งศูนย์ข้อมูลของบริษัท
Amazon ให้สัญญาลงทุนเพิ่ม 1,000 ล้านดอลลาร์ภายใน 5 ปีข้างหน้าในชุมชนที่เป็นที่ตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ของบริษัทในสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมโครงการด้านการศึกษา การฝึกอาชีพ การอนุรักษ์น้ำและพลังงาน ตลอดจนถึงความต้องการด้านอื่น ๆ ของชุมชน ย้ำอเมริกาไม่อาจยอมแพ้ในการแข่งขันชิงตำแหน่งผู้นำ AI โลก

ความเคลื่อนไหวนี้ตอกย้ำความพยายามของบรรดาบิ๊กเทคในการลดกระแสต่อต้านที่เพิ่มขึ้นจากทั้งฝั่งการเมืองและผู้บริโภคที่มีต่อการเร่งสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

แมตต์ การ์แมน ซีอีโอ Amazon Web Services หรือ AWS ธุรกิจคลาวด์คอมพิวติ้งของ Amazon ระบุในบล็อกโพสต์เมื่อวันศุกร์ (2 ก.ย.) ว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทใช้เงินไปกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ในชุมชนที่มี Data Center หรือศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่ และให้คำมั่นว่า จะลงทุนเพิ่มเติมอีก 1,000 ล้านดอลลาร์ในช่วง 5 ปีข้างหน้าในชุมชนเหล่านั้น

เงินดังกล่าวจะนำไปใช้ด้านการศึกษา การฝึกอาชีพ การช่วยให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานในราคาที่เหมาะสม การอนุรักษ์น้ำและพลังงาน รวมถึงการสนับสนุนความต้องการด้านอื่น ๆ ของชุมชน

เขาเสริมว่า Amazon จะไม่ใช้ข้อตกลงรักษาความลับ (Nondisclosure Agreement) กับหน่วยงานรัฐที่บริษัทร่วมงานด้วยในโครงการต่าง ๆ อีกต่อไป และบริษัทยังจัดกิจกรรมเปิดบ้าน (Open House) ในชุมชนที่เข้าไปดำเนินการเพื่อแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังทำอยู่

การ์แมนยังเตือนเกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเรื่องผลกระทบของดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและอัตราค่าไฟฟ้า รวมทั้งเตือนอันตรายจากการที่รัฐต่าง ๆ ทั่วอเมริกากำลังพิจารณาข้อเสนอให้ชะลอหรือระงับการสร้างศูนย์ข้อมูลกว่า 100 มาตรการ เนื่องจากหากมีการบังคับใช้มาตรการเหล่านั้นจริง อเมริกาอาจพ่ายแพ้ในการแข่งขันพัฒนา AI และต้องแบกรับผลลัพธ์ที่อาจยาวนานไปอีกหลายชั่วอายุคน

เขาย้ำว่า อเมริกาไม่สามารถปล่อยให้ตัวเองไปถึงจุดนั้นได้ และการสร้างศูนย์ข้อมูลมีความจำเป็นเร่งด่วน เพราะไม่ได้มีอเมริกาแค่ประเทศเดียวที่เล็งเห็นประโยชน์ของ AI ที่มีต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติ

โพสต์ของการ์แมนเกิดขึ้นในขณะที่ดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ขับเคลื่อนทั้งปัญญาประดิษฐ์และระบบคลาวด์ กำลังเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของอเมริกาต้นเดือนพ.ย. ขณะที่บรรดาบริษัทไฮเทคยักษ์ใหญ่เร่งทุ่มเงินลงทุนเพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้
ก่อนหน้านี้สังคมแทบไม่เคยสนใจดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดเล็กที่มีอยู่มานานหลายสิบปีแล้ว แต่การเติบโตอย่างรวดเร็วของแชตบอต AI ทำให้เกิดศูนย์ข้อมูลที่มีขนาดใหญ่กว่าสิ่งที่เมืองต่าง ๆ เคยพบเห็น บางแห่งใหญ่กว่าสนามฟุตบอลหรือโรงงาน และใช้พลังงานมากกว่าเมืองขนาดเล็กทั้งเมือง

ตามรายงานของ United Nations University ที่ศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของดาต้าเซ็นเตอร์และเผยแพร่ในเดือนมิ.ย. คาดว่า ภายในปี 2030 ดาต้าเซ็นเตอร์จะใช้ไฟฟ้าเกือบ 3% ของการใช้ไฟฟ้าทั่วโลกที่คาดการณ์ไว้ หรือราว 935 ล้านล้านวัตต์-ชั่วโมง

อนึ่ง เมื่อเดือนก.ค. Amazon คาดว่า บริษัทจะใช้เงินลงทุนราว 220,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 ซึ่งรวมถึงการลงทุนในศูนย์ข้อมูลและเทคโนโลยีอื่น ๆ เพิ่มขึ้นจากตัวเลขประมาณการก่อนหน้านั้นที่ 200,000 ล้านดอลลาร์

แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สนับสนุนการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่ม ทว่า ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเริ่มกังวลมากขึ้นกับเรื่องนี้

AP รายงานว่า คนอเมริกันราว 6 ใน 10 สนับสนุนการจำกัดจำนวนศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ที่สามารถสร้างได้ นอกจากนี้ส่วนใหญ่ยังบอกว่า กังวลอย่างยิ่งหรือกังวลมากเกี่ยวกับผลกระทบจากดาต้าเซ็นเตอร์ที่อาจมีต่อค่าไฟฟ้าและแหล่งน้ำของชุมชนที่ดาต้าเซ็นเตอร์เหล่านั้นตั้งอยู่

รายงานดังกล่าวสอดคล้องกับผลสำรวจล่าสุดของ CBS News ที่พบว่า คนอเมริกันที่ไม่เห็นด้วยกับการมีศูนย์ข้อมูลในพื้นที่ของตนมีจำนวนมากกว่าผู้สนับสนุน เนื่องจากกังวลเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นจำนวนมหาศาล

ขณะเดียวกัน Schneider Electric บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านระบบอัตโนมัติดิจิทัลและการจัดการพลังงาน คาดการณ์ว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าในอเมริกาจะเพิ่มขึ้น 16% ภายในปี 2029 โดยมีสาเหตุหลักมาจากจำนวนดาต้าเซ็นเตอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ รายงานจาก Environment America ซึ่งเป็นเครือข่ายองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม ระบุว่า จำนวนดาต้าเซ็นเตอร์ในอเมริกาเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวระหว่างปี 2021-2024

นอกจากนี้ยังมีผลศึกษาของ Electric Power Research Institute ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร ที่ระบุว่า การค้นหาข้อมูลด้วย AI ใช้ไฟฟ้ามากกว่าการค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตทั่วไปราว 10 เท่า

ขณะเดียวกัน Data Center Watch ซึ่งเป็นกลุ่มติดตามกระแสต่อต้านศูนย์ข้อมูลทั่วสหรัฐฯ ระบุว่า เวลานี้มี 30 รัฐที่เสนอหรือบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งดำเนินมาตรการอื่น ๆ เพื่อรับมือข้อกังวลเหล่านี้ ขณะที่บางชุมชนกำหนดมาตรการระงับการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลล่วงหน้า แม้บางเคสผู้พัฒนาโครงการยังไม่ได้วางแผนเลือกพื้นที่ก่อสร้างด้วยซ้ำ

การเคลื่อนไหวของประชาชนในพื้นที่สามารถขัดขวางโครงการพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์อย่างน้อย 45 โครงการใน 27 รัฐ ซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ 68,000 ล้านดอลลาร์

การ์แมนเตือนว่า การขัดขวางในลักษณะดังกล่าวอาจเป็นอันตราย พร้อมอ้างว่า การขยายดาต้าเซ็นเตอร์มีความสำคัญอย่างมากในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ กระทั่งบางชาติอาจถึงขั้นจงใจปล่อยข้อมูลที่บิดเบือนเกี่ยวกับศูนย์ข้อมูลเพื่อหลอกให้อเมริกาชะลอการพัฒนา

ที่มา: AP, CBS News