กลุ่มจี7เห็นพ้องกันเมื่อวันศุกร์(2ต.ค.) ในการระบายน้ำมันดิบและดีเซลจากคลังสำรองฉุกเฉิน 100 ล้านบาร์เรล และรับปากจะละเว้นไว้ซึ่งการกำหนดข้อจำกัดด้านการส่งออกพลังงาน ตามหลังถูกกดดันจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ
สหรัฐฯเป็นแกนนำในยุทธการกดดันสหภาพยุโรป(อียู) ให้ระบายคลังดีเซลสำรองฉุกเฉิน โดยรัฐบาลของทรัมป์เตือนว่าความล้มเหลวไม่ยอมดำเนินการใดๆ อาจนำมาซึ่งความเคลื่อนไหวของอเมริกาในการแบนส่งออกดีเซล ซึ่งคำสั่งแบนดังกล่าวอาจลดอุปทานที่ป้อนสู่ยุโรปเป็นอย่างมาก ขณะที่ทวีปแห่งนี้หันมาพึงดีเซลของสหรัฐฯเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆและมีความเป็นไปได้ที่มันจะก่อความเสียหายทางเศรษฐกิจเป็นอย่างสูงแก่กลุ่มอียู
ทรัมป์ กำลังพยายามหาทางสกัดราคาน้ำมันไม่ให้พุ่งทะยน ก่อนถึงศึกเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน
ตลอดช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ ส่งเสียงขู่หลายต่อหลายครั้งว่าเขาอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการแบนส่งออกดีเซลและสนับสนุนความคิดดังกล่าว แต่ล่าสุดเขาบอกกับพวกผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว ก่อนอ่อนเดินทางไปยังแอละแบมา ว่าอเมริกาจะไม่กำหนดมาตรการแบนส่งออกดีเซล
"ยุโรปมีน้ำมันดีเซลอยู่เป็นจำนวนมากและจะมีบทบาทสำคัญในระดับโลก เช่นเดียวกับเรา และเราจะไม่ใช้มาตรการห้ามส่งออก แต่เราจะดำเนินการในสิ่งที่ควรทำ" ทรัมป์กล่าว
สงครามในอิหร่านกระตุ้นให้มีการระบายคลังเชื้อเพิงฉุกเฉินครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์กว่า 400 ล้านบาร์เรลในเดือนมีนาคม ภายใต้ความร่วมมือกับทบวงพลังงานสากล(ไออีเอ)
"โดยคำนึงถึงภาระผูกพันที่ได้ทำตามไปแล้ว เราจะดำเนินการตามพันธสัญญาด้วยการระบายน้ำมันอีกจำนวน 100 ล้านบาร์เรลออกสู่ตลาด ในการประสานความร่วมมือกันผ่านทางไออีเอ" จี7ระบุในถ้อยแถลง
ยังไม่มีความชัดเจนว่า ปริมาณปิโตรเลียมภายใต้ข้อตกลงฉบับใหม่นั้น จะมาจากส่วนที่เหลือของข้อตกลงเมื่อเดือนมีนาคมเป็นจำนวนเท่าใด แต่ทาง ฟาทีห์ บิรอล กรรมการบริหารของไออีเอระบุในช่วงกลางสัปดาห์ว่า บรรดาชาติสมาชิกได้ระบายน้ำมันออกมาแล้วราว 2 ใน 3 ของข้อตกลงลง 400 ล้านบาร์เรล
ถ้อยแถลงระบุว่าการระบายจะเริ่มขึ้นในทันทีและครอบคลุมระยะเวลา 4 เดือน แต่กลุ่มประเทศ G7 และพันธมิตรจะระบายน้ำมันดีเซลออกมาเป็นปริมาณมากภายในระยะเวลา 20 วัน
อย่างไรก็ตามถ้อยแถลงไม่ได้ระบุรายละเอียดของปริมาณน้ำมัน ดีเซลและผลิตภัณฑ์อื่นๆที่จะระบายออกมา หรือบอกว่ามีประเทศไหนที่เข้าร่วมด้วย "เราจะประชุมกันในบริบทของไออีเอ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ในการระบายดีเซลเพิ่มเติมหากจำเป็น" ถ้อยแถลงระบุ
"ยุโรปเพิ่งตกลงที่จะระบายน้ำมันดีเซลปริมาณมหาศาลที่กักตุนไว้ออกมา และกระบวนการดังกล่าวจะเริ่มขึ้นทันที" ทรัมป์เขียนบนทรูธโซเชียล
ทรัมป์ กำลังหาทางฉุดราคาน้ำมันให้ลดต่ำลง ในขณะที่เขาต้องเผชิญกับคะแนนนิยมทรุดลงสู่ระดับ 32% ต่ำที่สุดในอาชีพนักการเมือง ตามผลสำรวจของรอยเตอร์สและอิปซอส ท่ามกลางความกังวลของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเกี่ยวกับค่าครองชีพ ทั้งนี้โพลซึ่งจัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 17-20 กันยายน ยังพบว่ามีชาวอเมริกาแค่ 17% ที่พอใจกับแนวทางการจัดการค่าครองชีพของทรัมป์
รัฐบาลทรัมป์ได้ให้ความสำคัญกับการลดราคาพลังงานเป็นหลัก เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสงครามอิหร่าน และกำลังหาทางลดผลกระทบจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นต่อผู้บริโภคและอุตสาหกรรมที่พึ่งพาน้ำมันดีเซล เช่น การขนส่งทางรถบรรทุกและการเกษตร
ถ้อยแถลงของจี 7 บอกว่าบรรดาชาติสมาชิกจะละเว้นไว้ซึ่งการกำหนดข้อจำกัดในการแบนการส่งออกผลิตภัณฑ์ทางพลังงานเช่นกัน ความเคลื่อนไหวที่ช่วยคลายแรงกดดันที่มีต่อรัฐบาลทรัมป์ ที่ขู่แบนส่งออกดีเซล
ยุโรป หันมาเพิ่มการนำเข้าน้ำมันดีเซลจากสหรัฐฯในปีนี้ ตามหลังสงครามอิหร่านก่อความปั่นป่วนแก่อุปทานที่มาจากบรรดาชาติผู้ผลิตในอ่าวเปอร์เซีย
แหล่งข่าวใกล้ชิดกับประเด็นนี้เปิดเผยกับรอยเตอร์ส ว่าบรรดารัฐบาลชาติยุโรปหารือกันในวันศุกร์(2ต.ค.) เกี่ยวกับข้อเสนอของฝรั่งเศส ที่ขอให้บรรดาประเทศยุโรประบายคลังดีเซลสำรองออกมา 50 ล้านบาร์เรล และให้ชาติสมาชิกของไออีเอ ระบายน้ำมันดิบออกมา 50 ล้านบาร์เรล
(ที่มา:รอยเตอร์ส)


