xs
xsm
sm
md
lg

Visa-Mastercard จับมือ200บริษัททั่วโลก เปิดตัวสเตเบิลคอยน์สกุลใหม่ "OUSD"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


Visa, Mastercard และบริษัทชั้นนำกว่า 200 แห่งทั่วโลกร่วมเปิดตัวสเตเบิลคอยน์สกุลใหม่ OUSD
Visa, Mastercard, Stripe, Coinbase และ Shopify จับมือสถาบันการเงิน บริษัทฟินเทค ธนาคาร และธุรกิจต่าง ๆ กว่า 200 แห่งทั่วโลก เปิดตัว “OUSD” สเตเบิลคอยน์น้องใหม่ที่ผูกกับดอลลาร์

OUSD ออกโดย Open Standard ซึ่งเป็นกลุ่มพันธมิตรที่นำโดย Visa และมีเป้าหมายในการกำกับดูแลและพัฒนาระบบนิเวศน์ของสเตเบิลคอยน์สกุลใหม่นี้

พันธมิตรกลุ่มนี้ครอบคลุมสถาบันการเงิน บริษัทฟินเทค ธนาคาร และธุรกิจต่าง ๆ รวมกว่า 200 แห่ง โดยมี Stripe หนึ่งในเครือข่ายการชำระเงินออนไลน์ใหญ่ที่สุดในโลก สองบริษัทบัตรเครดิตชื่อดัง Visa และ Mastercard ตลอดจนถึง Coinbase แพลตฟอร์มคริปโตเบอร์หนึ่งของอเมริกา และ Shopify บริษัทอีคอมเมิร์ซจากแคนาดา ร่วมอยู่ในกลุ่มผู้ก่อตั้ง

พันธมิตรกลุ่มนี้ให้คำมั่นว่า จะร่วมกันออก OUSD มูลค่ารวม 1,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างสภาพคล่องเริ่มต้นให้กับระบบ

Open Standard ระบุในคำแถลงว่า สเตเบิลคอยน์ใหม่มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขข้อจำกัดต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการนำสเตเบิลคอยน์ไปใช้ในวงกว้าง โดยขณะนี้ธุรกิจทั่วไปสามารถเริ่มเชื่อมต่อระบบเพื่อใช้งาน OUSD ได้แล้วผ่านทาง Stripe, BVNK และ Visa

OUSD มีจำนวนโทเคนหมุนเวียน 468.4 ล้านโทเคน หลังจากเปิดตัวเมื่อวันพุธ (30 ก.ย.) โดยข้อมูลเงินสำรองระบุว่า สเตเบิลคอยน์สกุลนี้มีสินทรัพย์หนุนหลังมูลค่าราว 468.45 ล้านดอลลาร์ แบ่งออกเป็นเงินสด 257.2 ล้านดอลลาร์ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รวมถึงกองทุนตลาดเงินระยะสั้น 211.2 ล้านดอลลาร์

ปัจจุบัน OUSD เปิดใช้งานบน 4 เครือข่ายบล็อกเชนได้แก่ Ethereum, Solana, Tempo และ Base และสมาชิกของกลุ่มพันธมิตรมีแผนนำสเตเบิลคอยน์ใหม่นี้ไปผสานรวมกับผลิตภัณฑ์และบริการของตน

นักวิเคราะห์มองว่า การรวมตัวของเครือข่ายการชำระเงิน โครงสร้างพื้นฐานด้านคริปโต และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ จะทำให้ OUSD มีเครือข่ายการกระจายและฐานการใช้งานในตัวตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งอาจช่วยขยายการยอมรับและสร้างฐานผู้ใช้ได้เร็วขึ้น

แพทริก คอลลิสัน ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Stripe กล่าวว่า Open Standard ออกแบบมาเพื่อให้ผลตอบแทนจากสินทรัพย์หนุนหลังส่วนใหญ่ ถูกส่งกลับไปยังพันธมิตรที่เข้าร่วม แทนที่จะเก็บไว้โดยบริษัทผู้ออกเหรียญสเตเบิลคอยน์

Open Standard แจงว่า ผลตอบแทนเหล่านี้จะถูกจัดสรรโดยพิจารณาจากปริมาณ OUSD และกิจกรรมหรือปริมาณธุรกรรมที่พันธมิตรแต่ละรายสร้างขึ้น ซึ่งเป็นการสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจให้แก่บริษัทให้บริการการชำระเงินและแพลตฟอร์มต่าง ๆ ในการช่วยกระจายและผลักดันการใช้งาน OUSD

อย่างไรก็ตาม ตลาดสเตเบิลคอยน์ขณะนี้ยังมีการกระจุกตัวสูง โดยสเตเบิลคอยน์ที่อ้างอิงกับดอลลาร์มีมูลค่ารวมกันกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลของ CryptoSlate

ในจำนวนดังกล่าว USDT ของ Tether มีมูลค่าประมาณ 183,800 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ USDC ของ Circle มีมูลค่าเกือบ 74,100 ล้านดอลลาร์ และทั้งสองเหรียญร่วมกันครองส่วนแบ่งประมาณ 84% ของตลาดสเตเบิลคอยน์

เมื่อเทียบกับ OUSD ที่มีปริมาณเหรียญที่หมุนเวียนอยู่ในระบบคิดเป็นมูลค่าประมาณ 468 ล้านดอลลาร์ ถือว่า มีสัดส่วนแค่ราว 0.15% ในตลาด ทำให้ยังตามหลังผู้เล่นรายใหญ่เดิมอยู่มากทั้งในด้านสภาพคล่องบนแพลตฟอร์ม การเชื่อมต่อกับระบบและบริการต่าง ๆ รวมถึงการใช้งานด้านการชำระเงินที่มีฐานผู้ใช้รองรับอยู่แล้ว

บททดสอบสำคัญขั้นต่อไปของ OUSD จะเริ่มขึ้นเมื่อ Open Standard ขยายช่องทางการกระจายเหรียญเพิ่มขึ้นจากสภาพคล่องที่ระบบเตรียมไว้ในช่วงเปิดตัว

ทั้งนี้ Coinbase เริ่มรองรับเครือข่ายตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ขณะที่มีแผนเพิ่มช่องทางการกระจายเหรียญของ Mastercard ผ่าน BVNK เพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยให้ภาคธุรกิจมีช่องทางมากขึ้นในการถือครอง โอนย้าย และใช้งานสเตเบิลคอยน์น้องใหม่นี้ทั้งในส่วนระบบการชำระเงินและการบริหารเงินขององค์กร