MGR Online: สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรมต.ต่างประเทศ กลับจากเยือน สปป. ลาว พร้อมเผยว่าจะหาโอกาสคุยกับฝ่ายลาวเรื่องที่จีนตั้งศูนย์ฝึกการบินที่สนามบินบ้านเกิน สะท้อนถึงการขยายอิทธิพลของจีน แต่ประเทศไทยจะไม่เลือกข้างมหาอำนาจชาติใด
กองทัพจีนได้เปิดตัว ศูนย์สนับสนุนและฝึกอบรมทางทหารร่วมจีน-ลาว และสถาบันการบินมิตรภาพจีน-ลาวที่ สนามบินบ้านเกิน สปป.ลาว เมื่อวันที่ 29 กันยายน โดยถือฐานทัพในต่างประเทศแห่งที่ 3 ของจีน ห่างจากพรมแดน จ.หนองคายของไทยเพียงแค่ 50 กม.
เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรัฐมนตรีต่างประเทศ เดินทางเยือน สปป. ลาว อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 30 กันยายน - 2 ตุลาคม2569 และเป็นประธานร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการร่วม (Joint Commission: JC) ว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย - ลาว ครั้งที่23 ตามคำเชิญของนายทองสะหวัน พมวิหาน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ สปป. ลาว
หลังจากกลับถึงประเทศไทย นายสีหศักดิ์เปิดเผยว่า การเยือนในครั้งนี้ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องที่จีนจัดตั้งศูนย์การบินในประเทศลาวโดยจะหาโอกาสที่เหมาะสมคุยกับฝ่ายลาวในอนาคต อย่างไรก็ตาม นายสีหศักดิ์ระบุว่า สหรัฐฯ ได้แจ้งให้ประเทศไทยทราบเรื่องนี้ล่วงหน้า แต่ความร่วมมือดังกล่าวเป็นเรื่องของลาวและจีน ประเทศไทยไม่อาจจะแทรกแซงได้
จีนได้ขยายอิทธิพลในภูมิภาคนี้อย่างชัดเจน โดยฐานการบินที่สนามบินบ้านเกิน สปป.ลาวเป็นฐานทัพอากาศแห่งแรกในต่างประเทศของจีน ,ในกัมพูชาจีนก็มีฐานทัพเรือเรียม และในเมียนมา จีนก็มีอิทธิพลอย่างมาก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องผลักดันให้เมียนมาหวนคืนสู่อาเซียน เพื่อไม่ให้เป็นสนามประลองกำลังของชาติมหาอำนาจ
นายสีหศักดิ์ให้ความเห็นว่า การขยายอิทธิพลของชาติมหาอำนาจมาในภูมิภาคนี้ จะทำให้ประเทศไทยยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น เพราะประเทศไทยไม่เลือกข้างมหาอำนาจชาติใด
การเดินทางเยือน สปป. ลาวของรมต.ต่างประเทศไทย เพื่อเป็นประธานร่วมการประชุม JC ไทย - ลาว เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ที่มุ่งสู่เป้าหมายความมั่นคงและการพัฒนาร่วมกันระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านกลไกความร่วมมือในทุกระดับ ทั้งด้านความมั่นคง เน้นการส่งเสริมความมั่นคงชายแดน การปราบปรามยาเสพติด คัามนุษย์ และการหลอกลวงออนไลน์
ด้านเศรษฐกิจ เน้นยกระดับการเชื่อมโยงเศรษฐกิจไทย - สปป. ลาว ให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้นโดยเฉพาะการเชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์ทั้งด่าน สะพาน ถนน กฎระเบียบ และเศรษฐกิจดิจิทัล ที่จะเพิ่มความคล่องตัวและประสิทธิภาพในการค้าขาย การขนส่งข้ามแดน และการพัฒนาพื้นที่ชายแดน โดยมีเป้าหมายการค้า 2 ฝ่ายที่ 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 370,325 ล้านบาท) ภายในปี 2570
ด้านสังคมและวัฒนธรรม เน้นความร่วมมือเพื่อการพัฒนา การแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดน การบริหารจัดการน้ำ การสถาปนาเมืองคู่แฝดระหว่างจังหวัดน่านกับหลวงพระบางและการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยตั้งเป้าให้มีนักท่องเที่ยวระหว่างกัน 3 ล้านคน/ปี.


