เอเจนซีส์/MGRออนไลน์ – ผู้เชี่ยวชาญชี้ฐานทัพอากาศจีนด้านสนับสนุนและฝึกอบรมที่บ้านเกิน ลาวตั้งห่างจากจ.หนองคายไปแค่ 50 ก.มเป็นเน็ตเวิร์กส่วนขยายสนับสนุนฐานทัพเรียมของกัมพูชาและคาดอาจมีกำลังทหารผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามา ฐานบ้านเกินเป็นฐานทัพจีนในต่างแดนแห่งที่ 3 พิกัดที่ตั้งเดิมเคยเป็นฐานบินเก่าของพวก CIA สหรัฐฯสมัยสงครามเวียดนามในชื่อ “ไซต์ลิม่า 44”( Lima Site 44)
เดอะดิพโพลแมทด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศรายงานวานนี้(1 ต.ค)ว่า ในสัปดาห์นี้กองทัพปลดแอกประชาชนจีน PLA เปิดฐานทัพแห่งที่ 3 นอกจีน เป็นการปรากฎตัวทางทหารของแดนมังกรที่ขยายออกไปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลังจากฐานทัพเรียมในกัมพูชา และฐานทัพที่จิบูตีใกล้อ่าวเอเดนจุดยุทธศาสตร์สำคัญ หลังพยายามขยายที่ตั้งทางการทหารบนเกาะเทียมในทะเลจีนใต้ที่ปักกิ่งประกาศอ้างสิทธิ์ครอบครองเกือบทั้งหมด
ฐานสนับสนุน/โลจิสติกส์ของกองทัพอากาศจีนแห่งแรกในต่างแดนที่ลาวนี้ตั้งอยู่ที่สนามบินบ้านเกินตั้งใกล้แม่น้ำงืม(Nam Ngum River)ห่างจากกรุงเวียงจันทร์ไปทางทิศเหนือราว 50 ก.ม MGRออนไลน์รายงานก่อนหน้าโดยอ้างอิงจากสื่อจีนว่า ฐานทัพจีนแห่งใหม่ตั้งห่างจากจ.หนองคายไปราว 50 ก.ม และอยู่ห่างจากพรมแดนของชาติอินโดจีนทั้งหลายตั้งแต่ เมียนมา ไทย เวียดนาม และกัมพูชา ไม่เกินรัศมี 800 ก.ม
จุดพิกัดที่ตั้งนี้สื่อจีนชี้ว่า ถือเป็นชัยภูมิที่ดีเยี่ยมเนื่องจากเป็นอยู่ตรงกลางของภูมิภาคอินโดจีนพร้อมเปิดเผยภาพแผนที่ประกอบให้เห็น การเปิดฐานทัพจีนในลาวนี้ถือเป็นข่าวใหญ่ในจีน
นอกจากการฝึกทักษะนักบินของกองทัพลาวแล้ว ยังสามารถดำเนินปฏิบัติการทหารร่วมอีกด้วย สนามบินแห่งนี้จึงมีความสำคัญในฐานะจุดสนับสนุนด้านการบินสมัยใหม่ ถึงขั้นเรียกได้ว่าเป็น ฐานสนับสนุนกองทัพอากาศจีนในต่างประเทศแห่งแรกที่มีลักษณะเป็นรูปธรรม อ้างอิงการรายงานจากสื่อจีนตามการรายงานของ MGRออนไลน์
ดิพโพลแมตชี้ว่า ถือเป็นการวัดรอยเท้าสหรัฐฯเพราะฐานบินบ้านเกินที่ลาวนี้เคยเป็นไซต์ลิม่า 44 (Lima Site 44) ของหน่วยข่าวกรองลับ CIA ของสหรัฐฯในยุคสงครามเวียดนาม
ไบรอัน ฮาร์ท (Brian Hart) ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ChinaPower Project ของธิงก์แทงก์ CSIS ตามรายงานของสื่อสตาร์ มาเลเซีย ได้วิเคราะห์ว่า สนามบินบ้านเกินในลาวเป็นฐานขุมอำนาจทางอากาศของจีนที่ปักกิ่งยอมรับในทางสาธารณะตั้งอยู่ทางตอนเหนือแตกต่างจากทางใต้ลงไปที่ฐานทัพเรียมในกัมพูชาเป็นขุมพลังอำนาจทางทะเลของจีนหรือฐานทัพทางทะเลที่จิบูตีที่ปักกิ่งไม่ยอมรับอย่างเป็นทางการ
ในรายงานยังระบุว่า คำแถลงการณ์เปิดศูนย์บ้านเกินนี้พบว่า “ใช้ถ้อยคำที่เกือบเหมือน” กับคำแถลงในพิธีเปิดฐานฝึกซ้อมร่วมและศูนย์สนับสนุน (joint support and training center)กองทัพจีนที่ฐานทัพเรียมของกัมพูชาปีที่ผ่านมา
ฮาร์ทกล่าวว่า การใช้รูปแบบโมเดลศูนย์ฝึกซ้อมรบร่วมนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้น
เขากล่าวต่อว่า ความเร็วจากการที่ศูนย์การทหารจีนแห่งใหม่ปรากฎตัวนั้นชี้ไปว่าการปรากฎตัวในที่อื่นของกองทัพจีน PLA สามารถเติบโตอย่างรวดเร็วหากอยู่ภายใต้ภาวะเงื่อนไขที่เหมาะสม
อ้างอิงจากรอยเตอร์พบว่า การก่อสร้างลานบินใหม่เริ่มต้นเมื่อปลายปี 2025 และมาถึงเมื่อต้นกันยายนนี้ พบว่ายังคงเดินหน้าการก่อสร้างอยู่ต่อไปจากแต่เดิมเป็นทุ่งสีเขียวแต่เปลี่ยนเป็นรันเวย์ขนาดใหญ่ที่มาพร้อมแท็กซี่เวย์ สมารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนทางภาพถ่ายดาวเทียมพร้อมไปกับจำนวนอาคารใหม่อื่นๆ
ดิพโพลแมตรายงานว่า คอลลิน โค้ว (Collin Koh)ผู้เชี่ยวชาญประจำสถาบันการศึกษาระหว่างประเทศ S. Rajaratnam ของสิงคโปร์แถลงผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า
“ไม่เหมือนฐานทัพเรียมในกัมพูชา เพราะฐานในลาวนั้นดูซ่อนเร้นคล้ายฐานทัพในจิบูตี”
อ้างอิงจากฮาร์ทจาก CSIS พบว่า ปักกิ่งขยายท่าเรือที่ฐานทัพดิบูจีเมื่อหลายปีที่ผ่านมา พร้อมเพิ่มเพิ่มความสามารถต่างๆเข้าไปรวมด้านการสื่อสารที่รวมไปถึงการรวบข่าวกรองข้อมูลลับต่างๆ
ผู้เชี่ยวชาญสถาบันธิงแทงก์สิงคโปร์กล่าวว่า และอาจพูดไม่ผิดหากสรุปได้เป็นฐานทัพจีนอย่างเต็มรูปแบบแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญ Nguyen Khac Giang จากสถาบันธิงแทงก์ ISEAS-Yusof Ishak Institute ของสิงคโปร์แสดงความเห็นกับบลูมเบิร์กว่า จากการปรากฎตัวทางการทหารของจีนเพิ่มขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ทั้งในกัมพูชาและทะเลจีนใต้ อาจทำให้ประเทศเพื่อนบ้านเช่น “เวียดนาม” นั้นมีความวิตกร้ายแรงหากว่าฐานทัพอากาศจีนที่บ้านเกินในลาวนั้นตั้งอยู่อย่างถาวร
ดิพโพลแมตรายงานว่า สหรัฐฯที่มีเน็ตเวิร์กฐานทัพในต่างแดนเฝ้ามองการเคลื่อนไหวของจีนอย่างตั้งข้อสงสัย
ปีที่แล้วเพนตากอนได้ออกรายงานประจำปีแสดงรายชื่อถึง 22 ประเทศที่จีนอาจใช้เป็นที่ตั้งฐานแห่งใหม่ แต่ทว่าในรายงานกลับไม่ปรากฏชื่อ “ลาว” แต่อย่างใด
รอยเตอร์รายงานว่า ทั้งนี้ “ไทย” ที่ตั้งอยู่ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงซึ่งเป็นแนวพรมแดนธรรมชาติระหว่างไทยและลาว และไทยที่เป็นภาคีตามสนธิสัญญาของสหรัฐฯนั้นมองตัวเองว่าเป็นพันธมิตรใกล้ชิดต่อทั้ง “จีน” และ “ลาว”
รอยเตอร์ชี้ว่า ในการเคลื่อนไหวนี้ฝ่ายไทยมองว่าลาวสามารถอนุญาตให้ “จีน” มาเปิดฐานทัพในดินแดนของตัวเองได้ อ้างอิงจากโฆษกกระทรวงกลาโหม พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ
“อย่างไรก็ตามไทยจะยังคงเฝ้าติดตามการพัฒนาอย่างใกล้ชิดที่ว่าสิ่งนี้จะเดินหน้าไปอย่างไร โดยเฉพาะเกี่ยวกับการสร้างความเชื่อมั่นร่วมกัน” โฆษกกลาโหมกล่าว
ขณะที่ ราเชล แวนเดนบริงก์ (Rachel Vandenbrink) นักวิเคราะห์อาวุโสประจำสถาบันนโยบายยุทธศาสตร์ออสเตรเลีย ASPI(Australian Strategic Policy Institute) แสดงความเห็นว่า
“ข้อเท็จจริงที่ว่านี่เป็นศูนย์ฝึกซ้อมและการสนับสนุนร่วมชี้ไปว่า กองทัพจีนอาจกำลังแสวงหาการเข้าถึงอย่างถาวรต่อฮับโลจิสติกที่สามารถสนับสนุนการการหมุนเวียนกำลังพลผ่านลาว”
เธอกล่าวต่อว่า แต่ทว่ามันไม่ชัดเจนว่าอำนาจทางการทหารจีนใดที่อาจออกมาจากลาวที่ปักกิ่งไม่สามารถทำได้จากมณฑลยูนนานทางใต้ของตัวเอง


