ราคาน้ำมันขยับขึ้นราว 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันพุธ(30ก.ย.) การเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่านหยุดชะงักและตลาดเชื้อเพลิงอเมริกาตึงตัว ส่วนวอลล์สตรีทปิดผสมผสานและทองคำบวกเล็กน้อย หลังอเมริกาเผยแพร่ข้อมูลเงินเฟ้อ
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 1.04 ดอลลาร์ ปิดที่ 90.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 91 เซนต์ ปิดที่ 103.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
กาตาร์ในวันอังคาร(29ก.ย.) แสดงความหวังว่าความพยายามประสานงานทางการทูตไปมาของพวกเขา ระหว่างเตหะรานกับวอชิงตัน อาจนำไปสู่การผ่าทางตัน อย่างไรก็ตามประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ปฏิเสธรายงานข่าวของ Axios และ CNN ที่อ้างว่าเขาพร้อมผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรและปลดอายัดทรัพย์สินของอิหร่าน แลกกับมาตรการที่เป็นรูปเป็นต่างจากเตหะรานเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดผสมผสานในวันพุธ(30ก.ย.) หลังเงินเฟ้อที่ดีดตัวขึ้นเบากว่าคาด ลดความคาดหมายที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคม
ดาวโจนส์ ลดลง 448.87 จุด (0.86 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 50,906.05 เอสแอนด์พี ลดลง 19.30 จุด (0.25 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 7,651.54 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 63.52 จุด (0.24 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 26,861.06 จุด
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือนสิงหาคม เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.7%
ในรายงานแยกกันทางกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้มีการปรับแก่ข้อมูลจีดีพีไตรมาส 2 ในตัวเลขประมาณการครั้งสุดท้าย เป็นขยายตัวมากกว่าการประมาณการครั้งก่อน ที่ 2.2% ซึ่งต้องขอบคุณการใช้จ่ายผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง และการลงทุนที่ช่วยขับเคลื่อนการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นจากสงครามระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน และต้นทุนเชื้อเพลิงดีเซลที่พุ่งขึ้น โหมกระพือความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และผลักให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบบาลอเมริกาพุ่งขึ้น เจ้าหน้าที่เฟดบ่งชี้ว่าอาจจำเป็นมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ถ้าแรงกดดันทางราคาไม่เบาลง หลังจากได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยไปแล้ว 2.5% ในเดือนนี้
อย่างไรก็ตามราคาทองคำแกว่งตัวลงและปิดบวกแคบๆในช่วงท้ายวันพุธ(30ก.ย.) หลังราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นได้บดบังปัจจัยหนุนจากข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งช่วยลดการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในทันทีของเฟด โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 7.00 หรือ 0.2% ปิดที่ 4,179.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์
(ที่มา:รอยเตอร์ส)


