xs
xsm
sm
md
lg

OpenAI เปิดตัว “dots” ผู้ช่วยAIพร้อมลุยงานไม่พัก ท้าชิงลูกค้าองค์กรแข่ง Meta

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“dots” ผู้ช่วย AI ใหม่ล่าสุดจาก OpenAI ที่พร้อมทำงานแทนผู้ใช้แบบไม่พัก
OpenAI ท้าชิงตลาดลูกค้าองค์กรแข่งกับ Meta เปิดตัว “dots” ผู้ช่วย AI ที่พร้อมทำงานตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันไม่พัก สามารถติดตามเป้าหมายของผู้ใช้และทำงานข้ามแอปพลิเคชันได้ด้วยตัวเอง

dots ออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของตลาดสำหรับระบบที่สามารถจัดการงานประจำวันได้โดยแทบไม่ต้องมีการควบคุมดูแล

การเปิดตัว dots ในงาน Developer Day ซึ่งเป็นงานประชุมนักพัฒนาประจำปีของ OpenAI ที่จัดขึ้นที่ซานฟรานซิสโกเมื่อวันอังคาร (29 ก.ย.) ถือเป็นการเปิดแนวรบใหม่ระหว่างบริษัท AI ที่ต้องการก้าวข้ามยุคแชตบอตไปสู่การขายซอฟต์แวร์ที่สามารถทำงานแทนผู้ใช้ ซึ่งอาจส่งผลต่อรูปแบบการดำเนินธุรกิจในอนาคต แต่ขณะเดียวกัน ก็ตอกย้ำความกังวลด้านความปลอดภัย หลังเกิดเหตุการณ์หลายครั้งที่ AI Agent ทำเกินคำสั่ง

ผู้คนเริ่มกังวลเกี่ยวกับความสามารถของ OpenAI ในการควบคุมเทคโนโลยี หลังจาก AI Agent ของบริษัทเจาะระบบ Hugging Face และเข้าถึงเว็บไซต์ด้านสุขภาพของรัฐบาลออสเตรเลียโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่นักวิจัยหลายคนเตือนว่า AI ขั้นสูงอาจมีความเสี่ยงร้ายแรงต่อมนุษยชาติ

วันจันทร์ (28 ก.ย.) OpenAI ตัดสินใจระงับการเปิดตัว Astra เวอร์ชันใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น หลังพบว่า โมเดลนี้มักเพิกเฉยต่อคำสั่ง

สำหรับ dots นั้น แซม อัลต์แมน ซีอีโอ OpenAI ยืนยันว่า ผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัยแล้ว และขับเคลื่อนด้วยโมเดล GPT-6 Astra ที่สามารถปฏิบัติตามคำสั่งของมนุษย์ได้ใกล้เคียงที่สุด

dots ถูกนำเสนอในภาพตัวการ์ตูนสีสันสดใส และชูจุดขายในการเป็นผู้ช่วยดิจิทัลสำหรับผู้ที่ชีวิตยุ่งเหยิงวุ่นวาย โดย อัลต์แมน คุยว่า dots เป็นผู้ช่วย AI ที่มีความสามารถน่าทึ่ง ทำงานได้ตลอดเวลา และสามารถจัดการแทบทุกอย่างเท่าที่คนเรานึกออก

ความสามารถของ dots มีอาทิ จัดการโครงการที่เปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ เช่น อัปเดตข้อเสนอขายตามที่ลูกค้าต้องการ สร้างเดโมที่ใช้งานได้จริงเพื่อให้ตรวจสอบ โดยสามารถใช้เครื่องมือต่าง ๆ ของ OpenAI เช่น Codex และ ChatGPT Work เพื่อทำงานต่าง ๆ อาทิ ค้นคว้าและวิเคราะห์ข้อมูล จัดเตรียมเอกสาร และพัฒนาซอฟต์แวร์ ขณะที่ผู้ใช้สามารถสื่อสารกับ dots ผ่าน ChatGPT, Slack และ Microsoft Teams

OpenAI สำทับว่า dots มีมาตรการป้องกันความปลอดภัยหลายอย่าง เช่น ผู้ใช้สามารถตั้งกฎเฉพาะได้ว่า dots ทำอะไรได้บ้าง และต้องขออนุญาตและได้รับการยืนยันชัดเจนจากผู้ใช้ก่อนทำงานที่มีความเสี่ยง เช่น เปลี่ยนรหัสผ่าน และลบข้อมูลถาวร

นอกจากนั้น dots ยังทำงานบนคอมพิวเตอร์คลาวด์ของตัวเอง และ OpenAI กำลังเปิดตัวเครื่องมือ “Private Intelligence” เพื่อประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย โดยเครื่องมือเหล่านี้จะไม่เก็บข้อมูลของลูกค้าประเภทองค์กร ขณะที่ผู้ใช้ทั่วไปสามารถเลือกไม่แบ่งปันบทสนทนาและงานจาก dots เพื่อนำไปใช้ในการฝึกโมเดลเช่นเดียวกัน

dots ถือเป็นคู่แข่งของ Muse และ Spark ซึ่งเป็น AI Agent ของ Meta และ Google ตามลำดับ

สัปดาห์ที่แล้ว Meta เปิดตัวอุปกรณ์ขนาดเล็กพอ ๆ กับทามาก็อตจิ ที่ขับเคลื่อนด้วย Muse และคาดว่า จะวางตลาดภายในเดือนธ.ค. ขณะที่ OpenAI กำลังพัฒนาฮาร์ดแวร์ของตัวเองเช่นเดียวกัน ทว่า ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมแต่อย่างใด

ในช่วงเวลาเดียวกับการเปิดตัว dots เกร็ก บร็อกแมน ประธาน OpenAI และผู้บริหารบิ๊กเทคหลายคนได้เข้าพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาว โดยผู้นำสหรัฐฯ ย้ำว่า บริษัท AI ควรกำกับดูแลตัวเอง และเสริมว่า มีการพูดคุยเรื่องการจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลอุตสาหกรรม AI ซึ่งจะประกอบด้วยสมาชิก 10 คน และจะมีการควบคุมดูแลอย่างเข้มข้น

ปัจจุบัน นักวิจัยและผู้บริหารบริษัทบางแห่งเรียกร้องให้ชะลอการพัฒนา AI เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ที่โมเดล AI ของบริษัทต่าง ๆ ละเมิดข้อมูลและมาตรการป้องกันความปลอดภัย

อัลต์แมนกล่าวกับ BBC ว่า OpenAI จำเป็นต้องเดินบนเส้นทางที่สมดุล และเขาหวังว่า อุตสาหกรรมจะสามารถหาจุดยืนที่เหมาะสมและเป็นจริงมากกว่าสิ่งที่ผู้เล่นบางคนในอุตสาหกรรมแสดงออกในขณะนี้

ทั้งนี้ นับจากเดือนก.ค. OpenAI ต้องรับมือเหตุการณ์จากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของ AI agent ของบริษัทหลายครั้ง เช่น การเจาะระบบ Hugging Face โดยไม่ได้รับอนุญาต การโพสต์ภาพจากแชตของผู้ใช้ ChatGPT บนเว็บไซต์ภายนอกโดยพลการ และการเข้าถึงข้อมูลที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะของรัฐบาลออสเตรเลีย

อัลต์แมนกล่าวถึงความเป็นไปได้ในการสูญเสียการควบคุมระบบ AI อย่างแท้จริง และเตือนความเสี่ยงจากสถานการณ์ที่อำนาจกระจุกตัวอยู่ในบริษัทไม่กี่แห่ง บริษัทเดียว บุคคลเดียว หรือประเทศใดประเทศหนึ่ง

ทั้ง OpenAI และ Anthropic ต่างเชื่อว่า AI อาจสร้างความเสี่ยงอย่างแท้จริงในวงกว้าง เช่น โครงสร้างพื้นฐานทางสังคมและความปลอดภัยสาธารณะ

ก่อนหน้านี้อัลต์แมนกล่าวในที่ประชุมสหประชาชาติว่า จำเป็นต้องมีมาตรฐาน AI ระดับชาติและนานาชาติเพื่อวัดความสามารถของ AI ประเมินความเสี่ยง กำหนดมาตรการป้องกัน และขอบเขตการควบคุม AI โดยมนุษย์

ด้านดาริโอ อโมเดอี ซีอีโอ Anthropic เตือนในที่ประชุมเดียวกันว่า หากไม่มีการจัดการหรือกำกับดูแลการพัฒนา AI อย่างเหมาะสม AI รุ่นต่อไปอาจกลายเป็นความเสี่ยงต่อมนุษยชาติ