MGR Online - กัมพูชาปฏิเสธคำกล่าวอ้างของไทยต่อสหประชาชาติว่าพลเมืองกัมพูชาในหมู่บ้านโจกเจยและหมู่บ้านเปรยจันได้รุกล้ำอาณาเขตของไทย โดยยืนกรานว่าเขตแดนจะต้องถูกกำหนดผ่านสนธิสัญญาและกลไกร่วมกัน
ทัช สุขะ รองโฆษกกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า การกล่าวอ้างของไทยไม่สามารถสถาปนาอธิปไตยได้ และเรียกร้องให้กรุงเทพฯ นำเสนอแผนที่ พิกัด และเอกสารทางกฎหมายผ่านคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมกัมพูชา-ไทย
เขาเน้นย้ำว่าการวางกำลังทหาร ติดตั้งลวดหนาม หรือตู้คอนเทนเนอร์สินค้าไม่สามารถกำหนดเขตแดนระหว่างประเทศได้
“การยืนกรานซ้ำๆ ของฝ่ายไทยไม่สามารถเปลี่ยนคำกล่าวอ้างฝ่ายเดียวให้กลายเป็นข้อเท็จจริงทางกฎหมายได้” ทัช สุขะ กล่าว
กัมพูชายังอ้างถึงอนุสัญญาฝรั่งเศส-สยามปี 1904 สนธิสัญญาปี 1907 และบันทึกความเข้าใจปี 2000 ว่าเป็นพื้นฐานในการกำหนดแนวเขตแดน
นอกจากนี้ ยังระบุว่าพลเมืองกัมพูชากว่า 20,000 คน ต้องพลัดถิ่น โดยกล่าวหาว่าไทยเลือกหยิบยกประวัติศาสตร์มาอ้าง ขณะที่เพิกเฉยต่อผลกระทบด้านมนุษยธรรม
รัฐบาลกัมพูชากล่าวว่าข้อตกลงหยุดยิงเมื่อเดือนธันวาคม 2568 กำหนดให้ทั้งสองฝ่ายต้องคงกำลังทหารไว้ในตำแหน่งเดิม หลีกเลี่ยงการรุกคืบ และอนุญาตให้พลเรือนเดินทางกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย
กัมพูชาปฏิเสธคำกล่าวอ้างของไทยที่ว่าการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงหมายถึงเพียงแค่การไม่มีการสู้รบขนาดใหญ่ โดยโต้แย้งว่าการปฏิบัติตามข้อตกลงยังต้องรวมถึงการป้องกันไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสถานะในพื้นที่จริงด้วย
นอกจากนี้ กัมพูชายังปฏิเสธข้อเรียกร้องของไทยที่ไม่ให้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นกล่าวในเวทีระหว่างประเทศ โดยระบุว่ากัมพูชามีสิทธิปกป้องอธิปไตยและพลเมือง ผ่านเวทีการประชุมอย่างสันติ
นักวิเคราะห์การเมืองชาวเขมรรายหนึ่งกล่าวว่าข้อพิพาทนี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการใช้กลไกทางกฎหมายและทางเทคนิคมากกว่าวาทกรรม
“หากไทยมั่นใจว่าพื้นที่เหล่านี้อยู่ในดินแดนของตนอย่างชัดเจน เหตุใดจึงไม่ปล่อยให้คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมดำเนินการจนเสร็จ” นักวิเคราะห์ตั้งคำถาม
“เส้นเขตแดนระหว่างรัฐอธิปไตยไม่ควรถูกกำหนดด้วยถ้อยแถลงต่อสาธารณะ การวางกำลังทหาร หรือแผนที่ที่จัดทำขึ้นฝ่ายเดียวเพื่อใช้อ้างสิทธิทับซ้อน แต่ต้องกำหนดผ่านสนธิสัญญา ข้อตกลง และหลักการที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล”
นักวิเคราะห์รายนี้ยังกล่าวเสริมว่าการที่พลเรือนต้องพลัดถิ่นเป็นเวลานานตอกย้ำถึงความเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหานี้ ที่จะมองข้ามมิติด้านมนุษยธรรมไม่ได้ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลของทั้งสองประเทศมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลให้ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบสามารถเดินทางกลับบ้านได้อย่างมีศักดิ์ศรี
ทั้งนี้ กัมพูชาให้คำมั่นว่าจะเดินหน้านำเสนอหลักฐานและผลักดันประเด็นข้อพิพาทในเวทีระหว่างประเทศต่อไป พร้อมทั้งเรียกร้องให้ไทยปฏิบัติตามข้อตกลงและใช้กลไกที่มีอยู่แก้ไขข้อพิพาทดังกล่าว.


