xs
xsm
sm
md
lg

เอาอยู่ไหม!ทรัมป์-ซีอีโอบิ๊กเทคเห็นพ้องกำหนดมาตรฐานคุม'AI' เมินเสียงต้านชุมชนหนุนเต็มที่เร่งขยาย'ดาต้าเซ็นเตอร์'

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯในวันอังคาร(29ก.ย.) เปิดเผยว่าบรรดาผู้บริหารของบริษัทยักษ์ใหญ่ทางเทคโนโลยีทั้งหลาย เห็นพ้องกำหนดมาตรฐานโดยสมัครใจสำหรับปัญญาประดิษฐ์(AI) และย้ำจุดยืนสนับสนุนการขยายตัวอย่างรวดเร็วของศูนย์ข้อมูล(data center) ท่ามกลางความกังวลที่มีมากขึ้นเรื่อยๆเกี่ยวกับความปลอดภัยของเอไอและการขยายบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆของของอุตสาหกรรมนี้ตามชุมชนต่างๆ

ทรัมป์ แสดงความคิดเห็นดังกล่าวหลังจากพบปะพูดคุยกับบรรดาผู้บริหารระดับสูงของบรรดายักษ์ใหญ่ทางเทคโนโลยีทั้งหลายที่ทำเนียบขาว โดยบริษัทเหล่านี้เห็นพ้องทำงานกับ "คณะผู้ตรวจสอบอิสระ" ในการประเมินว่าระบบเอไอจะทำงานตามเจตนาที่ออกแบบไว้หรือไม่ อ้างอิงจากสำเนาข้อตกลงที่ทรัมป์โพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ นอกจากนี้แล้วบริษัทเหล่านั้นยังเผยด้วยว่าพวกเขาจะดำเนินการเพื่อให้มั่นใจได้ว่า เครื่องมือเอไอของตนนั้น จะไม่ "เจาะระบบหรือเข้าถึงระบบทางเทคนิคในลักษณะที่ไม่พึงประสงค์"

รัฐบาลกำลังเผชิญกับการตรวจสอบที่เข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกิดจาก เอไอขั้นสูง หลังจาก OpenAI และ Anthropic รายงานว่า AI Agent (ระบบปัญญาประดิษฐ์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สามารถวางแผน ตัดสินใจ และลงมือทำภารกิจแทนมนุษย์ได้แบบอัตโนมัติเพื่อบรรลุเป้าหมายที่กำหนด) หลุดจากการควบคุมและแฮคเข้าสู่ระบบของบริษัทอื่นๆ

ขณะเดียวกันศูนย์ข้อมูลหรือดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งมอบพลังในการประมวลผลสำหรับฝึกฝนหรือรันโมเดลเอไอ ได้เรียกเสียงต่อต้านจากชุมชนต่างๆทั่วประเทศ ต่อความกังวลเกี่ยวกับอุปสงค์ไฟฟ้า, ต้นทุนด้านสาธารณูปโภคและผลกระทบอื่นๆที่มีต่อท้องถิ่น กระแสตีกลับนี้ก่อความท้าทายทางการเมืองแก่ผู้สมัครรีพับลิกัน ก่อนถึงศึกเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พฤศจิกายน

"ในแง่หนึ่ง มันก็เกือบจะเหมือนกับรัฐธรรมนูญเลยทีเดียว" ทรัมป์กล่าว อ้างถึงข้อตกลงกับบรรดาบริษัทเทคโนโลยีทั้งหลาย "และบุคคลสำคัญที่สุดในโลกได้ลงนามในเอกสารนั้นแล้ว ส่วนผมลงนามในฐานะประธานาธิบดี และมันก็เป็นรูปแบบหนึ่งของการปกป้องจริงๆ"

การประชุมที่ไม่ปกติระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯกับบรรดาซีอีโอของเหล่าบริษัทยักษ์ใหญ่ทางเทคโนโลยี มีขึ้นท่ามกลางแรงกดดันที่มากขึ้นต่อรัฐบาล ให้จัดการความเสี่ยงและการขยายตัวอย่างรวดเร็วของเอไอ และตอกย้ำถึงความสัมพันธ์เป็นพันธมิตรที่ทรัมป์ได้สร้างขึ้นกับบรรดาผู้นำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ทั้งนี้เหล่าผู้บริหารที่เดินทางมาร่วมประชุม มีทั้ง เกร็ก บร็อคแมน ประธาน OpenAI, ดาริโอ อโมเดอี จาก Anthropic, มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก แห่งเมตา, ซุนดาร์ พิชัยของกูเกิล และ เจนเซน หวง ของเอ็นวิเดีย

ซักเคอร์เบิร์ก ถูกทรัมป์ดึงตัวออกมาจากกลุ่มผู้บริหารระดับมหาเศรษฐี เพื่อกล่าวกับผู้สื่อข่าว ระบุว่าบริษัทต่างๆเห็นพ้องพัฒนาที่จะพัฒนาระบบควบคุมภายในที่เข้มแข็งสำหรับระบบเอไอ ของแต่ละบริษัท ส่วน ทรัมป์ เสริมว่าเขากำลังพิจารณาจัดตั้งบอร์ดบริหารจำนวน 10 คน เพื่อกำกับดูแลความปลอดภัยของเครื่องมือเอไอ อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้เจาะจงถึงว่าสมาชิกบอร์ดบริหารจะประกอบไปด้วยใครบ้าง โดยเพียงแต่บอกว่าเร็วๆนี้จะแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คนใหม่ในเร็วๆ นี้ เพื่อรับหน้าที่ดูแลนโยบายด้านเอไอของทำเนียบขาว

เมื่อถูกถามว่าเขารู้สึกกังวลหรือไม่ว่า การที่เขาสนับสนุนดาต้าเซ็นเตอร์อาจกระทบต่อผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันในศึกเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน ทรัมป์ตอบว่าบรรดาบริษัทเทคโนโลยีทั้งหลาย จะดำเนินงานต่างๆเพื่อให้ชุมชนรู้สึก "พึงพอใจ" กับการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล "บริษัทขนาดใหญ่ที่มีอิทธิพลสูง ร่ำรวยมหาศาล และเต็มไปด้วยบุคลากรที่ชาญฉลาดเหล่านี้ จะสร้างคุณประโยชน์อย่างมหาศาลให้กับชุมชนต่างๆ" ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ตามบรรดาบริษัทเทคโนโลยีทั้งหลายกำลังถูกกระแสตีกลับจากสังคม สำหรับการไม่ดำเนินการอย่างเพียงพอในการทำให้ไอเอมีความปลอดภัยมากกว่าเดิม โดยผลสำรวจความคิดเห็นที่จัดทำโดยรอยเตอร์/อิปซอส ระหว่างวันที่ 17 ถึง 20 กันยายน พบว่ามีผู้ตอบแบบสอบถามถึง 73% ที่กังวลว่าเหล่าบริษัทเอไอไม่ได้ดำเนินการอย่างเพียงพอในการป้องกันเอไอ จากการก่อภัยอันตรายร้ายแรงต่อสังคม และมี 53% ที่มองว่าเป็นเรื่องดีที่จะมีการชะลอการพัฒนาเอไอ

ทั้งนี้ผู้บริหารบริษัท AI และนักลงทุนเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้บริจาครายบุคคลรายใหญ่ที่สุดในปี 2025 ให้กับ MAGA Inc (กองทุนสนับสนุนทางการเมืองที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุน โดนัลด์ ทรัมป์ และเครือข่ายขบวนการ MAGA) โดยเฉพาะ บร็อคแมน และ แอนนา บร็อคแมน ภรรยาของเขา ที่บริจาคเงินรวมกันถึง 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

(ที่มา:รอยเตอร์ส)