xs
xsm
sm
md
lg

มาเลเซียเริ่มส่งผู้อพยพชาวพม่ากลับประเทศชุดแรก 1,500 คน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เอเอฟพี - มาเลเซียเริ่มส่งชาวพม่าประมาณ 1,500 คนกลับประเทศวันนี้ (29) ที่ถือเป็นการเริ่มต้นโครงการที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนกล่าวว่าอาจเป็นอันตรายต่อผู้อพยพจากการส่งพวกเขากลับไปยังประเทศที่กำลังเผชิญกับสงคราม

กลุ่มคนกลุ่มนี้เป็นชุดแรกจากชาวพม่าทั้งหมด 5,000 คน ที่ทางการมาเลเซียกล่าวว่าตกลงที่จะเดินทางกลับประเทศด้วยความสมัครใจจากศูนย์กักกัน ท่ามกลางกระแสต่อต้านผู้อพยพที่เพิ่มสูงขึ้นในมาเลเซีย

แต่อย่างไรก็ตาม องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนระบุว่าสภาพความเป็นอยู่ที่เลวร้ายในศูนย์กักันอาจบีบบังคับให้พวกเขาต้องตัดสินใจเช่นนั้น และพวกเขาอาจเผชิญกับอันตรายเมื่อกลับถึงพม่า ที่ตกอยู่ในภาวะสงครามมาตั้งแต่ปี 2564

ทั้งมาเลเซียและพม่าต่างไม่ได้ชี้แจงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับจำนวนชาวโรฮิงญาในกลุ่มแรกนี้ และมีความกังวลว่าพวกเขาอาจถูกส่งกลับไปยังประเทศที่พวกเขาเผชิญกับการกดขี่ข่มเหง ซึ่งกลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่าอาจเทียบได้กับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

ผู้สื่อข่าวของเอเอฟพีระบุว่าพบเห็นรถบัสหลายสิบคันเดินทางมาถึงสนามกีฬา Majlis Perbandaran Manjung ใกล้กับฐานทัพเรือ Lumut ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมาเลเซีย โดยมีตำรวจคอยคุ้มกัน ซึ่งเป็นจุดที่ผู้อพยพจะเข้ารับกระบวนการตรวจสอบและดำเนินการต่างๆ ก่อนที่พวกเขาจะถูกนำตัวไปที่ฐานทัพเรือที่อยู่ใกล้เคียงและเดินทางไปพม่าด้วยเรือ

แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงของพม่า ที่ขอไม่เปิดเผยชื่อเนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตให้พูดคุยกับสื่อ กล่าวว่าเรือมีกำหนดเข้าเทียบท่าที่ฐานทัพตานลยิน (สิเรียม) ทางตอนใต้ของนครย่างกุ้งในช่วงปลายสัปดาห์นี้

เว็บไซต์ติดตามการเดินเรือแสดงข้อมูลว่า เรือตาน ลวิน ที่เป็นเรือสนับสนุนและเรือพยาบาลของพม่า ได้จอดทอดสมออยู่ด้านนอกฐานทัพเรือดังกล่าว

ข้อมูลจากสหประชาชาติระบุว่า ชาวโรฮิงญา ที่เป็นชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิม มีสัดส่วนถึง 2 ใน 3 ของผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่พักพิงชาวพม่าจำนวนทั้งหมด 190,000 คน ในมาเลเซีย

นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ได้ประกาศเมื่อเดือนกรกฎาคมว่า พม่าตกลงที่จะรับชาวโรฮิงญา 5,000 คน กลับประเทศ

แผนการดังกล่าวถูกประกาศขึ้นหลังจากที่ทางการมาเลเซียได้ควบคุมตัวชาวโรฮิงญากว่า 100 คน ที่รวมตัวกันอยู่ด้านหน้าสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ในกรุงกัวลาลัมเปอร์

พวกเขามารวมตัวกันเพื่อขอความช่วยเหลือ หลังจากถูกข่มขู่ว่าจะถูกขับไล่ออกจากที่พักชั่วคราวในรัฐปีนัง ทางตอนเหนือของมาเลเซีย

ต่อมาพวกเขาได้รับการปล่อยตัวหลังจากเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าพวกเขามีเอกสารรับรองถูกต้องจากสหประชาชาติ

เมื่อต้นเดือน พม่าได้ให้คำมั่นว่าจะดำเนินการส่งพลเมืองที่พลัดถิ่นอยู่ในต่างประเทศกลับประเทศด้วยความปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี หลังจากเผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสหประชาชาติและกลุ่มสิทธิมนุษยชน

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มภาคประชาสังคมกว่า 160 กลุ่มได้ออกคำแถลงร่วมเรียกร้องให้รัฐบาลมาเลเซียยุติการส่งกลับคนเหล่านี้ทันที จนกว่าจะมีการหารือกับองค์กรภาคประชาสังคมเกี่ยวกับสถานการณ์ในพม่า

อันวาร์กล่าวว่าเขาจะเชิญ มิน อ่อง หล่าย ผู้นำการรัฐประหารที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีพลเรือนให้มาเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ เพื่อช่วยเร่งกระบวนการส่งกลับ

แต่กลุ่มภาคประชาสังคมเรียกร้องว่า การเข้าไปมีส่วนร่วมกับรัฐบาลทหารพม่าของมาเลเซียนั้นจะต้องไม่แลกมาด้วยชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของมาเลเซียเอง

กระทรวงมหาดไทยของมาเลเซียระบุเมื่อเดือนที่แล้วว่า จะมีคน 5,000 คน เข้าร่วมโครงการส่งกลับประเทศโดยสมัครใจตามที่ตกลงไว้กับรัฐบาลพม่า

กระทรวงฯ ยังระบุว่า มีชาวพม่าถูกควบคุมตัวอยู่ในศูนย์กักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 10,388 คน แต่ไม่ใช่ทุกคนได้รับการพิจารณาว่าเป็นผู้ลี้ภัย

มาเลเซีย ที่เป็นที่พักพิงของผู้ลี้ภัยกลุ่มใหญ่ที่สุดกลุ่มหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ได้ลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัยปี 1951 และไม่มีการรับรองสถานะผู้ลี้ภัยอย่างเป็นทางการ

ทีมตรวจสอบข้อเท็จจริงของเอเอฟพีพบว่าผู้ลี้ภัยโรฮิงญาในมาเลเซียตกเป็นเป้าของการรณรงค์เผยแพร่ข้อมูลเท็จทางออนไลน์ ที่นักรณรงค์สิทธิมนุษยชนระบุว่าเป็นการปลุกกระแสความเกลียดชังคนต่างชาติและการข่มขู่คุกคาม

ชาวโรฮิงญาจำนวนมากได้หลบหนีออกจากพม่าในช่วงที่มีการปราบปรามอย่างรุนแรงโดยกองทัพเมื่อปี 2560

โรฮิงญาหลายแสนคนหลบหนีออกจากพม่าหลังการปราบปรามดังกล่าว ที่กลายเป็นพื้นฐานของคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่กำลังดำเนินอยู่ที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ

ปัจจุบัน มีชาวโรฮิงยากว่า 1.2 ล้านคนอาศัยอยู่บริเวณชายแดนฝั่งบังกลาเทศ ในค่ายพักพิงผู้ลี้ภัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่การหารือเรื่องการส่งกลับจากพื้นที่ดังกล่าวมีความคืบหน้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น.