ราคาน้ำมันขยับขึ้นเล็กน้อยในวันจันทร์(28ก.ย.) จากความกังวลเกี่ยวกับความปั่นป่วนทางอุปทาน แม้กาตาร์รับปากจัดการเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน ช่วยเพิ่มความหวังในการหาข้อตกลงสันติภาพเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่วนวอลล์สตรีทและทองคำปิดลบ จับตาผลกระทบของสงครามดังกล่าวต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 19 เซนต์ ปิดที่ 92.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 96 เซนต์ ปิดที่ 105.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นกว่า 4 ดอลลาร์ในช่วงต้นของการซื้อขาย หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ปฏิเสธข้อเสนอจากอิหร่าน ที่จะกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตามจากนั้นราคาน้ำมันแกว่งตัวลง จากความคาดหมายว่าคนกลางอย่างกาตาร์จะจัดการเจรจาระหว่าง 2 ฝ่าย
ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดลบในวันจันทร์(28ก.ย.) นักลงทุนพิจารณาทบทวนความไม่แน่นอนอนของแนวโน้มข้อตกลงสันติภาพระหว่างอิหร่านกับอเมริกา และผลกระทบของเส้นทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
ดาวโจนส์ ลดลง 347.11 จุด (0.67 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 51,481.51 เอสแอนด์พี ลดลง 59.72 จุด (0.77 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 7,638.69 จุด แนสแดค ลดลง 248.34 จุด (0.92 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 26,820.38 จุด
ราคาน้ำมันดิบและดีเซลที่เพิ่มขึ้น โหมกระพือความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและผลักให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯดีดตัวขึ้น ขณะที่นักลงทุนจับตาความเห็นของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดซึ่งบ่งชี้ว่าอาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ถ้าแรงกดดันทางราคาไม่อ่อนตัวลง หลังจากเฟดได้ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ไปเมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา
ส่วนราคาทองคำปรับลดแรงในวันจันทร์(28ก.ย.) แตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 สัปดาห์ จากความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้ออันเนื่องจากราคาพลังงาน ที่ก่อการคาดคะเนว่าเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกรอบ โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนธันวาคม ลดลง 3.5 % ปิดที่ 4,168.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์
(ที่มา:รอยเตอร์ส)


