MGR Online - นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ได้เดินทางลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมในจ.บันเตียเมียนเจย ที่เป็นหนึ่งใน 10 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมตั้งแต่วันเสาร์ที่แล้ว
สถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันในกัมพูชาส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 40,000 ครัวเรือน และพื้นที่ปลูกข้าวกว่า 312,000 ไร่ โดย จ.พระตะบอง จ.บันเตียเมียนเจย และจ.เสียมราฐ เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด
รายงานของสื่อกัมพูชาระบุว่า ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันใน 52 เมืองและอำเภอ โดยอีก 7 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบเช่นกันนั้น ประกอบด้วย จ.กำปงจาม จ.กำปงธม จ.ไพลิน จ.พระวิหาร จ.โพธิสัตว์ จ.ตะบองคมุม และจ.กระแจะ
โสธ กิม กุลมุนี โฆษกคณะกรรมการบริหารจัดการภัยพิบัติแห่งชาติกัมพูชา เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ได้อพยพประชาชนเกือบ 3,685 ครัวเรือนไปยังพื้นที่ปลอดภัยแล้ว โดยอุทกภัยครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชน 44,889 ครัวเรือน บ้านเรือน 40,384 หลัง และนาข้าวประมาณ 312,000 ไร่
กรมควบคุมโรคติดต่อได้ออกมาตรการเตือนให้ประชาชนทานอาหารและน้ำดื่มที่สะอาด รวมถึงรักษาสุขอนามัยที่ดีเพื่อป้องกันตนเองจากโรคภัยต่างๆ นอกจากนี้ ยังได้แจ้งเตือนให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากกระแสไฟฟ้า และสัตว์มีพิษในช่วงน้ำท่วม
ข้อมูลพยากรณ์อากาศจากกระทรวงทรัพยากรน้ำและอุตุนิยมวิทยา ณ วันที่ 28 กันยายน ระบุว่าระดับน้ำที่สถานีตรวจวัดระดับน้ำตามแนวแม่น้ำโขง แม่น้ำโตนเลสาบ และแม่น้ำบาสัก เริ่มลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง และคาดการณ์ว่าระดับน้ำจะลดลงไปจนถึงวันที่ 1 ตุลาคม
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่ดูแลโตนเลสาบกล่าวว่าระดับน้ำในแม่น้ำ 8 สาย ยังคงอยู่ในระดับเตือนภัย โดยแม่น้ำทั้ง 8 สาย ประกอบด้วยแม่น้ำสังแก และแม่น้ำดวนตรี ในจ.พระตะบอง แม่น้ำศรีโสภณ และแม่น้ำมงคลบุรี จ.บันเตียเมียนเจย แม่น้ำเสร็ง และแม่น้ำชีแกร็ง จ.เสียมราฐ แม่น้ำเสตือง และแม่น้ำแสน ในจ.กำปงธม
ทั้งนี้ รายงานระบุว่ากัมพูชาจะยังคงเผชิญกับฝนตกต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน และขณะนี้ประเทศยังคงอยู่ในช่วงฤดูฝน ที่โดยปกติแล้วจะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนตุลาคม แต่สำหรับปีนี้ สภาพอากาศของประเทศได้รับอิทธิพลทางอ้อมจากพายุถึง 26 ลูก.


