สื่อมวลชนต่างประเทศรายงาน น้ำท่วมระดับลึกในกรุงเทพฯ ทำให้ชาวบ้านหลายคนต้องอพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว ส่วนคนอื่นๆพยายามดิ้นรนซื้อเสบียงอาหารหรือพยายามทำให้บ้านเรือนแห่งสนิทเมื่อวันอาทิตย์(27ก.ย.) หลังฝนที่ตกลงมาอย่างหนักช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำตลาด ท้องถนน รถยนต์และบ้านเรือน จมอยู่ใต้น้ำ พร้อมสัมภาษณ์ประชาชนที่ส่งเสียงคร่ำครวญเกี่ยวกับปัญหาการแจ้งเตือนภัยล่าช้าของทางการ
ผู้คนที่สวมเสื้อกันฝนพลาสติกเดินลุยน้ำขุ่นข้นระดับเข่าในเมืองหลวงของไทย โดยบางคนเดินเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ต ในขณะที่บางคนใช้อ่างพลาสติกขนสิ่งของลอยไปตามน้ำ "ประชาชนไม่สามารถออกจากบ้านได้ อาหารของเรากำลังหมดเกลี้ยง ดังนั้นผมจึงดิ้นรนออกมาหาซื้ออะไรบางอย่าง" เอเอฟพีรายงานอ้างคำสัมภาษณ์ของ Aduenan Surorot ผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้าง ขณะอยู่ที่ด้านนอกร้านขายของชำแห่งหนึ่ง
เขาเปิดเผยกับเอเอฟพีต่อว่าร้านค้าในละแวกบ้าน ซึ่งน้ำยังคงท่วมในระดับหน้าอก สินค้าใกล้หมดร้านแล้ว ทั้งนี้เขายืนรอคิวชำระเงินอยู่ราว 2 ชั่วโมง ท่ามกลางลูกค้าที่เบียดเสียดกันอยู่ภายในร้าน ในขณะที่มีพนักงานปฏิบัติหน้าที่อยู่เพียงไม่กี่คน
รายงานของเอเอฟพีระบุว่าในห้างร้านบางแห่ง ชั้นว่างสินค้าเหลือแต่ความว่างเปล่าเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ เนื่องจากพวกชาวบ้านพากันเร่งรีบออกมาซื้อและกักตุนสินค้าที่จำเป็น ในขณะที่ผักผลไม้สดตามแผงในตลาดถูกเก็บรักษาไว้ให้แห้งในกล่องโฟม หรือแขวนไว้เหนือระดับน้ำเพียงเล็กน้อย
ทำเนียบนายกรัฐมนตรีร้องขอประชาชนอย่างกว้านซื้อเข้าของด้วยความตื่นตระหนก และเตือนว่าการโก่งราคาเป็นความผิดทางอาญา
เอเอฟพีระบุว่าประเทศไทยคุ้นเคยกับสภาพอากาศที่มีฝนตก และเดือนกันยายนก็เป็นช่วงที่ฝนตกชุกที่สุดของฤดูฝน อย่างไรก็ตามชาวบ้านหลายคนในกรุงเทพฯให้สัมภาษณ์ว่าในปีนี้ ดูเหมือนสถานการณ์น้ำท่วมจะเลวร้ายกว่าปีก่อนๆ
Bandit Pankan พนักงานออฟฟิศ เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ผิดหวังกับคำเตือนภัยของทางการที่แต้งเตือนล่าช้าเกินไป "ผมไม่ได้เตรียมพร้อมรับมือใดๆเลย" เขาบอกกับเอเอฟพี "เราเพิ่งได้รับเอสเอ็มเอสเตือนภัยจากหน่วยงานภัยพิบัติเมื่อวานนนี้ แต่น้ำได้ท่วมไปตั้งแต่คืนก่อนหน้าแล้ว"
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเปิดเผยว่าในบางพื้นที่ของกรุงเทพฯ มีฝนตกลงมามากกว่า 330 มิลลิเมตร ระหว่างวันพฤหัสบดี(24ก.ย.) จนถึงวันอาทิตย์(27ก.ย.) ขณะที่รกุงเทพมหานครระบุมีประชาชนเกือบ 4,900 คน อพยพไปยังศูนย์พักกิง และมีกว่า 52,000 ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งกระตุ้นให้มีการประกาศภัยพิบัติทั่วเมืองหลวง
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพฯ กล่าวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในวันอาทิตย์(27ก.ย.) ว่าถนนหลายสายยังคงมีน้ำท่วมและระดับน้ำตามคลองต่างๆในเมืองหลวงยังคงอยู่ในระดับสูง แต่เจ้าหน้าที่กำลังทำงานอย่างหนักในการเร่งสูบน้ำออก
ในรายงานของเอเอฟพี อ้างคำสัมภาษณ์ของ Kosin Nilset ซึ่งพักอาศัยอยู่ตามแนวคลองเปรมประชากร ย่านชานเมืองกรุงเทพฯ เผยว่าบ้านของเขาจมอยู่ใต้น้ำมาเป็นเวลากว่า 30 ชั่วโมงแล้ว "คราวนี้ ระดับน้ำสูงกว่าน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2011" ทั้งนี้เขาอ้างถึงเหตุการณ์มหาอุทกภัยทั่วประเทศไทยเมื่อปี 2011 คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 500 ราย และสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนหลายล้านหลัง
พวกนักวิทยาศาสตร์เตือนว่าความรุนแรงและความถี่ของปรากฏการณ์สภาพอากาศสุดขั้วจะเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่โลกยังคงร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากการปล่อยก๊าซจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล
เอเอฟพีระบุต่อว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของไทยรายงานในวันอาทิตย์(27ก.ย.) ว่ามีรายงานน้ำท่วมอีกกว่า 25 จังหวัดทั่วประเทศ ขณะที่กระทรวงกลาโหมเสริมว่าได้ส่งทหารมากกว่า 10,000 นาย ลงพื้นที่ทั่้วประเทศ ในความพยายามช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Thidarat Silsuwan ซึ่งพักอาศัยอยู่ตัวคนเดียวในบ้านที่จมอยู่ใต้น้ำบางส่วน ตามแนวคลองเปรมประชากร กล่าวว่าเธอไม่อยากอพยพไปยังศูนย์พักพิง เพราะต้องการจัดการทำความสะอาดและกอบกู้ข้าวของของตนเอง "ฉันอาศัยหลับนอนบนโต๊ะมา 2 คืนแล้วในตอนนี้" สาววัย 56 ปีเปิดเผยกับเอเอฟพี
(ที่มา:เอเอฟพี)


