ปัญญาประดิษฐ์มีพลานุภาพเพียงพอที่จะทำให้มนุษย์ชาติเสียชีวิตหลักพันล้านคน ถ้ามันถูกใช้งานโดยคนที่มีเจตนาร้าย จากคำเตือนของบิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟต์ ระหว่างให้สัมภาษณ์กับรายการ "มีทเดอะเพรส" ของสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซีนิวส์ เมื่อวันศุกร์(25ก.ย.)
มหาเศรษฐีเน้นย้ำว่ารัฐบาลประเทศต่างๆไม่ควรพึ่งบริษัทเทคโนโลยีทั้งหลายในการกำกับดูแลตนเอง พร้อมเรียกร้องไปยังวอชิงตันให้ผ่านกฎหมายเพื่อควบคุมการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ "แน่นอนว่าเอไอมีพลานุภาพเพียงพอที่จะขับเคลื่อนเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจทำให้มีผู้เสียชีวิตหลักพันล้านคน" เขากล่าว "ไม่เคยมีอาวุธใดทรงพลังเท่ากับการผนึกกำลังระหว่างผู้ที่มีเจตนาร้ายกับเครื่องมือ AI ล้ำสมัย"
คำเตือนของเกตส์ มีขึ้นไม่กี่วัน หลังจาก แซม อัลท์แมน จาก OpenAI และ ดาริโอ อาโมเดอี ซีอีโอของ Anthropic ออกมาเรียกร้องซ้ำอีกรอบให้รัฐบาลยกระดับการคุมเข้มเทคโนโลยีนี้ ตามหลังเกิดเหตุการณ์ต่างๆนานาในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ในนั้นรวมถึงกรณี AI agent (ระบบปัญญาประดิษฐ์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สามารถ คิด วางแผน ตัดสินใจ และลงมือทำงานแทนมนุษย์ได้เองแบบอัตโนมัติ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ได้รับมอบหมาย) หลุดจากการควบคุม
เมื่อเดือนที่แล้ว เกตส์ เคยออกมาเตือนว่า "AI จะกลายเป็นเครื่องมือสร้างความเท่าเทียมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการคิดค้นมา หรือไม่ก็กลายเป็นต้นตอแห่งความอยุติธรรมที่เลวร้ายที่สุด" เขาอ้างว่ามีความเสี่ยงที่พวกนอกคอกกลุ่มหนึ่งๆจะใช้ "เครื่องมือ AI แบบโอเพนซอร์ส" ออกแบบอาวุธชีวก่อการร้ายหนึ่งๆ ที่ร้ายแรงกว่าโรคระบาดใหญ่ที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ
ไม่ใช่ครั้งแรกที่ เกตส์ ส่งเสียงเตือนเกี่ยวกับเค้าลางของโรคระบาดใหญ่ โดยปรากฏคลิปวิดีโอที่เขาเคยพูดระหว่างกล่าวบรรยายบนเวที TED talk เมื่อปี 2015 ซึ่งในตอนนั้นเขากล่าวว่าโลกมีความพร้อมไม่เพียงพอ สำหรับรับมือกับการระบาดใหญ่ครั้งใหญ่ครั้งต่อไป
คำเตือนของเขากลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังเกิดการระบาดของโควิด-19 ในช่วงปลายปี 2019 และต่อมา เกตส์ ได้กลายเป็นประเด็นหลักของทฤษฎีสมคบคิดต่างๆนานา สืบเนื่องจากบทบาทอันโดดเด่นของเขาในด้านสาธารณสุขระดับโลก คำเตือนล่วงหน้าของเขาและกรณีมูลนิธิบิลเกสต์ เข้าไปเกี่ยวข้องกับการซ้อมรับมือโรคระบาดเมื่อปี 2019 ถูกนำไปผนวกรวมเข้าด้วยกัน กลายเป็นข้อกล่าวหาที่ว่าเขาเป็นผู้วางแผนให้เกิดการระบาดและตั้งใจจะทำกำไรจากวัคซีน
ความเห็นของเขาก่อนหน้านี้ ซึ่งโยงวัคซีนและการดูแลสุขภาพ เข้ากับการเติบโตของประชากรโลกที่ชะลอตัวลง ได้ก่อประเด็นถกเถียงเช่นกัน โดยบนเวที TED talk ในปี 2010 ทาง เกสต์ บอกว่าประชากรโลกกำลังเพิ่มขึ้นจาก 6.8 พันล้านคนไปสู่ระดับ 9 พันล้านคน ก่อนระบุ "หากเราสามารถทำได้อย่างยอดเยี่ยมในด้านวัคซีนใหม่ๆ การดูแลสุขภาพ และบริการสุขภาพอนามัยการเจริญพันธุ์ บางที เราก็อาจลดตัวเลขดังกล่าวลงได้ราว 10% หรือ 15%"
อย่างไรก็ตาม เกตส์ ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับวัคซีนและการระบาดของโรคระบาดใหญ่ที่พุ่งเป้ามายังตัวเขา โดยระบุว่าเป็นเรื่องที่ "บ้าบอ" และ "ชั่วช้า"
(ที่มา:เอ็นบีซีนิวส์/รอยเตอร์ส)


