หลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทย ต้องจมอยู่ใต้น้ำเนื่องจากฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงบ่ายวันพฤหัสบดี (24 ก.ย.) จนถึงเช้าวันเสาร์ (26 ก.ย.) ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจราจรและทำให้ประชาชนบางส่วนต้องอพยพ
เจ้าหน้าที่เปิดเผยในวันเสาร์ว่า คลองสายหลักต่างๆ ในกรุงเทพฯ มีปริมาณน้ำฝนสะสมสูงกว่า 20 เซนติเมตร น้ำท่วมได้แผ่ขยายไปทั่วเมือง โดยเฉพาะในพื้นที่ชั้นในและฝั่งตะวันออก ทำให้ถนนถูกตัดขาดและการจราจรเป็นอัมพาต
กรมอุตุนิยมวิทยาของไทยเตือนว่า ฝนจะยังคงตกหนักในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศจนถึงวันอาทิตย์ เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมภาคกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ทวีกำลังแรงขึ้น
รัฐบาลระบุว่า ณ วันเสาร์ มีประชาชนกว่า 84,000 คนใน 21 จังหวัดทั่วประเทศได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยเฉพาะในภาคกลาง ทางการได้ส่งข้อความเตือนภัยฉุกเฉินผ่านระบบเตือนภัยทางโทรศัพท์มือถือ ไปยังประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบ
กรุงเทพฯ เผชิญกับฝนตกหนักแทบตลอดทั้งวันศุกร์ และตกต่อเนื่องมาจนถึงวันเสาร์ ภาพและวิดีโอตามสื่อต่างๆ แสดงให้เห็นถนนสายหลักจมอยู่ใต้น้ำ และมีรถยนต์ถูกจอดทิ้งไว้หลังจากผู้ขับขี่ไม่สามารถขับฝ่าระดับน้ำที่สูงขึ้นได้
"น้ำมาเรื่อยๆ ตอนนี้ออกไปไหนลำบากมาก น้ำสูงระดับเอวแล้ว" สมคิด เผือกงาม แม่ค้าวัย 67 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้คลองทางตอนเหนือของใจกลางกรุงเทพฯ กล่าว
"ไปไหนไม่ได้เลย ปิดร้านมาสองวันแล้ว" เธอบอกกับสำนักข่าว AFP พร้อมเสริมว่า แม้เธอจะเจอน้ำท่วมบ่อยครั้ง แต่คิดว่าครั้งนี้แย่กว่าตอนน้ำท่วมปี 54 อีก
เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ทั่วประเทศไทยในปี 2011 (พ.ศ.2554) ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 500 ราย และสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนหลายล้านหลัง
ผู้สื่อข่าว AFP รายงานว่า ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องแทบไม่หยุดตั้งแต่ช่วงบ่ายวันพฤหัสบดี ทำให้น้ำท่วมถนนและระดับน้ำในคลองของกรุงเทพฯ เอ่อล้น ส่งผลให้น้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนและร้านอาหารหลายแห่งที่อยู่ริมคลอง
"ผมตื่นมาจะไปทำงาน ถนนหน้าบ้านก็มีน้ำท่วมขังแล้ว" สำรวย นักคำนึง ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในย่านอารีย์กล่าว
"ผมกังวลว่ามอเตอร์ไซค์ของผมจะลุยน้ำท่วมขนาดนี้ได้ไหม"
ถัดไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ในย่านอ่อนนุช ผู้สื่อข่าว AFP เห็นชาวบ้านต้องเดินลุยน้ำท่วมสูงระดับเข่าไปตามถนน และกำลังกรอกทรายใส่ถุงเพื่อนำกลับไปป้องกันที่บ้าน
สำนักข่าว AFP รายงานว่า ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า พื้นที่ฝั่งตะวันออกของเมืองได้รับผลกระทบหนักที่สุด และเตือนว่ามีการคาดการณ์ว่าฝนจะตกเพิ่มอีก
"ฝนยังคงตกต่อเนื่อง และเรากำลังทำอย่างเต็มที่ เราพยายามสูบน้ำออก แต่น้ำในคลองก็เต็มแล้ว" เขาระบุผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย
"พื้นที่เสี่ยงคือผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้คลอง ตอนนี้น้ำเต็มทุกคลองแล้ว"
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยังได้ขอให้ผู้ป่วยติดเตียงที่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อช่วยชีวิต พิจารณาไปพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นการชั่วคราว
นอกจากนี้ เขายังแนะนำให้ประชาชนเคลื่อนย้ายรถยนต์ไปจอดไว้ในที่สูง
ทางด้านรถไฟฟ้า MRT ได้เปิดให้ประชาชนนำรถมาจอดหนีน้ำได้ฟรีที่อาคารจอดแล้วจร จนถึงวันที่ 2 ต.ค.
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เตือนเรื่องหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางของไทย ไปจนถึงวันอาทิตย์ โดยระบุว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง
ที่มา เอพี/เอเอฟพี


