xs
xsm
sm
md
lg

สวนทางทรัมป์! คนอเมริกันไม่สนการแข่งขัน โพลชี้อยากให้AIปลอดภัย-รับผิดชอบสังคม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


โพลชี้คนอเมริกันส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับ AI ที่ปลอดภัยและมีความรับผิดชอบมากกว่าการรักษาสถานะผู้นำเหนือประเทศอื่นๆ
โพลชี้คนอเมริกัน 3 ใน 4 ให้ความสำคัญกับ AI ที่ปลอดภัยและมีความรับผิดชอบมากกว่าการรักษาสถานะผู้นำเหนือประเทศอื่นๆ ขณะที่อดีตผู้บริหาร Google เตือนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีกำลังทำผิดพลาดซ้ำรอยเดิม และ AI อาจอันตรายต่อเด็กมากกว่าโซเชียลมีเดีย

ผลสำรวจความคิดเห็นที่ใช้เวลาจัดทำ 4 วันจนถึงวันอาทิตย์ (20 ก.ย.) พบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจ 39% มองว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังส่งผลลบต่อสังคม เพิ่มขึ้นจาก 36% เมื่อเดือนที่แล้ว และถือเป็นสถิติสูงสุดนับจากที่ Reuters/Ipsos เริ่มตั้งคำถามนี้ในเดือนมี.ค. ขณะที่มีแค่ 11% ที่มองเทคโนโลยีนี้แง่บวก ส่วนที่เหลือยังไม่แน่ใจหรือไม่ตอบคำถาม

ผลสำรวจยังพบว่า คนอเมริกันจำนวนมากขาดความเชื่อมั่นว่า บริษัท AI จะสามารถกำกับดูแลตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้ตอบส่วนใหญ่เห็นว่า รัฐบาลกลางควรเข้าไปมีบทบาทสำคัญในการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยของ AI

แม้คนดังหลายคน เช่น วุฒิสมาชิกเบอร์นี แซนเดอร์ส ซึ่งเป็นนักการเมืองอิสระสายก้าวหน้าที่ทำงานร่วมกับพรรคเดโมแครต และสตีฟ แบนนอน อดีตที่ปรึกษาใกล้ชิดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้คณะบริหารดำเนินมาตรการควบคุม AI มากขึ้น แต่จนถึงขณะนี้ยังมีความคืบหน้าน้อยมาก

มิหนำซ้ำทรัมป์ยังสนับสนุนให้เร่งรัดพัฒนา AI เพื่อให้อเมริกายังคงเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้ต่อไป ขณะที่สภาผู้แทนราษฎรอยู่ในช่วงปิดสมัยประชุมจนถึงเดือนพ.ย. ทำให้มีโอกาสเพียงน้อยนิดที่จะมีมาตรการเร่งด่วนใดๆ ออกมา

เทคโนโลยี AI กำลังเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของโปรแกรมเมอร์คอมพิวเตอร์ แต่ยังไม่ชัดเจนว่า จะส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานมากน้อยเพียงใด

อย่างไรก็ดี ดูเหมือนเทคโนโลยีนี้มีความเสี่ยงอย่างมากต่อความปลอดภัยทางไซเบอร์ ฤดูร้อนที่ผ่านมา OpenAI เผยว่า AI agent ของบริษัทหลุดออกจากการทดสอบแบบควบคุมและเจาะระบบของบริษัทอื่นโดยที่ทั้งสองฝ่ายไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยในตอนแรก

ต้นเดือนนี้นักวิจัยของ Anthropic ประกาศลาออกพร้อมโพสต์แสดงความกังวลว่า AI มีแนวโน้มทำให้มนุษยชาติสูญพันธุ์ และอีแวน ฮิวบิงเกอร์ นักวิทยาศาสตร์ของ Anthropic ขานรับว่า มีโอกาสเกิน 10% ที่เหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นภายในทศวรรษหน้า

โพลยังพบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจ 69% บอกว่า ติดตามข่าวที่บริษัท AI ยักษ์ใหญ่เรียกร้องให้ชะลอการพัฒนา AI รวมถึงเพิ่มการกำกับดูแลและมาตรฐานความปลอดภัย โดย 55% มองว่า การชะลอการพัฒนา AI เป็นเรื่องที่ดี ขณะที่ 13% ไม่เห็นด้วย และที่เหลือไม่แน่ใจหรือไม่ตอบ

AI เริ่มเป็นที่สนใจของสาธารณชนในวงกว้างเมื่อปี 2022 หลังจาก OpenAI เปิดตัว ChatGPT ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคที่สามารถตอบคำถามของผู้ใช้ได้คล้ายกับมนุษย์ และนำเสนอรูปแบบใหม่ในการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต

ฝ่ายสนับสนุนบอกว่า AI มีศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เร่งการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ สร้างการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมต่างๆ ตั้งแต่การดูแลสุขภาพไปจนถึงการเงิน

ขณะเดียวกัน แม้การลงทุนมูลค่ามหาศาลเพื่อสร้างดาตาเซ็นเตอร์ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ก็สร้างปัญหาหลายอย่าง เช่น เสียงรบกวนที่ทำให้ประชาชนในพื้นที่ไม่พอใจ และสร้างแรงกดดันต่อนักการเมืองก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พ.ย.

ผลสำรวจยังพบว่า ผู้ตอบ 73% เห็นว่า อเมริกาควรให้ความสำคัญกับการพัฒนา AI อย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ และ 23% คิดว่า อเมริกาควรให้ความสำคัญกับการรักษาสถานะผู้นำเหนือประเทศอื่นๆ

อนึ่ง ผลสำรวจนี้จัดทำผ่านระบบออนไลน์ โดยสอบถามความคิดเห็นจากคนอเมริกันกลุ่มวัยผู้ใหญ่ 1,277 คน มีค่าความคลาดเคลื่อนบวก-ลบ 3% และเผยแพร่ออกมาเมื่อวันอังคาร (22 ก.ย.)

อันตรายกว่าโซเชียลมีเดีย

วันเดียวกันนั้น ทอม ซีเกิล อดีตรองประธานฝ่ายความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยของ Google ออกมาสนับสนุนการชะลอการพัฒนา AI และเตือนว่า อุตสาหกรรมเทคโนโลยีกำลังทำผิดพลาดซ้ำรอยเดิมและ AI อาจทำให้เกิดอันตรายต่อเด็กมากกว่าโซเชียลมีเดีย

บริษัทโซเชียลมีเดียหลายแห่งต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่และกำลังเผชิญการฟ้องร้องหลายพันคดีจากข้อกล่าวหาทำให้เกิดอันตรายต่อเด็ก ขณะที่รัฐบาลหลายประเทศพยายามจำกัดการเข้าถึงแพลตฟอร์มเหล่านี้ของเยาวชน

ปีที่แล้ว Reuters จัดทำรายงานพิเศษเกี่ยวกับเอกสารนโยบายภายในของ Meta ซึ่งระบุว่า แชตบอตของบริษัทอาจชักชวนเด็กพูดคุยในเชิงชู้สาวหรืออนาจาร นำไปสู่การตรวจสอบโดยรัฐสภาสหรัฐฯ กระนั้น กฎระเบียบต่างๆ ยังตามไม่ทันความเร็วในการพัฒนา AI

“เราอยู่ในสถานการณ์ที่น่ากังวลมากเกี่ยวกับสิ่งที่ AI กำลังทำกับเด็ก และไอเดียที่ว่า อุตสาหกรรมจะสามารถแก้ปัญหานี้ได้โดยไม่ต้องพึ่งความช่วยเหลือจากภายนอกเป็นเรื่องไม่จริง” ซีเกิลเตือน

คำเตือนนี้สอดคล้องกับความกังวลของบางคนในแวดวงเทคโนโลยีและนักวิจัยทางวิชาการที่มองว่า AI เป็นภัยคุกคามต่อเด็กลึกซึ้งกว่าโซเชียลมีเดีย ขณะที่บริษัทต่างๆ กำลังแข่งกันเพิ่มความสามารถขั้นสูงให้แชตบอต AI ที่เด็กและเยาวชนหลายล้านคนใช้งานอยู่ในทุกวัน

ซีเกิลเผยว่า ได้เข้าร่วมกับ Common Sense Media ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรที่ทำงานด้านการปกป้องเด็กบนโลกออนไลน์ และมี Anthropic และ OpenAI Foundation ร่วมสนับสนุนทางการเงิน

เขาชี้ว่า บริษัท AI รายใหญ่กำลังเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่สำหรับเด็กโดยยังไม่มีระบบป้องกันที่เพียงพอ และแนะว่า บริษัทต่างๆ สามารถดำเนินการได้ทันทีเพื่อยกระดับการปกป้องเด็ก โดยกล่าวถึงความเสี่ยงตั้งแต่การฆ่าตัวตาย ความผิดปกติทางจิต และการลดการใช้ความคิดวิเคราะห์เพราะพึ่งพา AI มากเกินไป

ซีเกิลยังบอกอีกว่า Anthropic และ OpenAI ควรเพิ่มระบบตรวจสอบอายุเข้มงวดขึ้น เพื่อป้องกันเด็กอายุต่ำกว่าเกณฑ์เข้าถึงแชตบอต ขณะที่ Google สามารถเพิ่มตัวเลือกในการปิดฟังก์ชัน AI Overviews และ AI Mode ในเครื่องมือค้นหาได้อย่างง่ายดาย

แม้มาตรการเหล่านี้อาจส่งผลต่อจำนวนผู้ใช้งานและกำไรในช่วงสั้นๆ แต่ซีเกิลเตือนว่า บริษัท AI ที่ไม่ลงมือทำเสี่ยงถูกฟ้องร้องและเผชิญกฎควบคุมจากรัฐบาล ซึ่งอาจสร้างผลกระทบต่อธุรกิจรุนแรงกว่า