MGR Online - ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและภูมิรัฐศาสตร์ของกัมพูชาได้ออกมาแสดงความเห็นเรียกร้องให้ผู้แทนของประเทศใช้เวทีการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 81 (UNGA81) ดำเนินงานด้านการทูตแบบพหุภาคี นำเสนอจุดยืนของชาติ และชี้แจงมุมมองเกี่ยวกับข้อพิพาทชายแดนกับไทยต่อประชาคมโลก
การประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติครั้งนี้ ปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้เข้าร่วมเพื่อกล่าวถ้อยแถลงในนามของกัมพูชา โดยคาดว่าจะนำเสนอวิสัยทัศน์เกี่ยวกับประเด็นสำคัญระดับโลก เน้นย้ำความสำคัญของพหุภาคีนิยม การลำดับความสำคัญด้านการพัฒนา และจัดการหารือทวิภาคีนอกรอบการประชุม
สวน สาม นักวิเคราะห์นโยบายระหว่างประเทศจากราชบัณฑิตยสถานแห่งกัมพูชา กล่าวว่าการประชุมครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสื่อสารจุดยืน ข้อกังวล และความมุ่งมั่นของชาติ
“สหประชาชาติเป็นกรอบความร่วมมือแบบพหุภาคีที่รวบรวมประเทศสมาชิกจำนวนมากจากทั่วโลก ดังนั้นการที่กัมพูชาเข้าร่วมจึงเป็นการแสดงให้เห็นถึงการให้คุณค่าและความเคารพที่กัมพูชามีต่อกรอบการทำงานและหลักการของสหประชาชาติ” สวน สาม กล่าว
นักวิเคราะห์รายนี้ยังกล่าวว่า เวทีสหประชาชาติเปิดโอกาสให้มีการสื่อสารจุดยืนของชาติเกี่ยวกับความขัดแย้งเรื่องดินแดนกับไทย และระบุว่า ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดที่ยังดำเนินอยู่ เวทีระหว่างประเทศจะช่วยให้สามารถสื่อสารโดยตรงกับผู้แทนของประเทศสมาชิกต่างๆ ได้
“กัมพูชาควรเดินหน้าสื่อสารข้อความของตนอย่างชัดเจน และใช้โอกาสจากเวทีระหว่างประเทศนี้เพื่อให้ประชาคมโลกเข้าใจประเด็นต่างๆ ที่กัมพูชาหยิบยกขึ้นมา” สวน สาม ระบุ
เจย เทค นักวิเคราะห์ด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจชาวเขมร กล่าวเสริมว่าการประชุมนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการหยิบยกประเด็นผลประโยชน์ด้านอธิปไตย นำเสนอการอ้างสิทธิอธิปไตยและให้รายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชุมชนบริเวณชายแดน แต่อย่างไรก็ตาม เขาเน้นย้ำว่าการดำเนินงานทางการทูตยังต้องครอบคลุมไปไกลกว่าการประชุมสมัชชาใหญ่ ที่รวมถึงกลไกระหว่างประเทศอื่นๆ ด้วย
บรรดาผู้เชี่ยวชาญในกัมพูชาต่างเห็นตรงกันว่ารัฐบาลควรดำเนินแนวทางการทูตผ่านช่องทางที่หลากหลาย รวมทั้งอาเซียน คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ การประชุมรัฐสภาระหว่างประเทศ และเวทีอื่นๆ
สวน สาม กล่าวเสริมว่าว่ารัฐบาลกัมพูชาควรมองการเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางการทูตที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้ประชาชนชาวเขมรติดตามสถานการณ์ความคืบหน้าทั้งในส่วนของพื้นที่ทางบกและทางทะเลอย่างใกล้ชิด.


