xs
xsm
sm
md
lg

AlibabaเปิดตัวชิปAIทรงพลังที่สุดในจีน แย้มกำลังพัฒนาโมเดลใหม่ใหญ่ขึ้น4เท่า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


Alibaba เดินเกม AI ครั้งใหญ่ เปิดตัวชิปใหม่ เผยความคืบหน้าโมเดลรุ่นต่อไปและเป้าหมายการขยายกำลังการประมวลผลดาตาเซ็นเตอร์
Alibaba เปิดตัว “Zhenwu V900” ชิป AI ทรงพลังที่สุดในจีนขณะนี้ พร้อมประกาศกำลังพัฒนาโมเดล AI รุ่นใหม่ที่มีขนาดใหญ่กว่าโมเดลเรือธงรุ่นปัจจุบัน 4 เท่า นอกจากนี้ยังตั้งเป้าเพิ่มพลังการประมวลผลของดาตาเซ็นเตอร์ทั่วโลกเป็นมากกว่า 20 กิกะวัตต์ภายในปี 2032

การประกาศของ Alibaba เมื่อวันอังคาร (22 ก.ย.) เกิดขึ้นขณะที่ผู้นำในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของอเมริกาหลายคนที่รวมถึงดาริโอ อโมเดอี ซีอีโอ Anthropic ออกมาเตือนว่า การพัฒนา AI ของจีนอาจเป็นภัยคุกคามต่ออเมริกา และเรียกร้องให้ชะลอการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์โดยรวม

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง มีกำหนดเดินทางถึงวอชิงตันในวันพุธ (23 ก.ย.) เพื่อเริ่มต้นการเยือนอย่างเป็นทางการและพบกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งคาดว่า จะมีการหารือเกี่ยวกับ AI การค้า และภาษีศุลกากร

ในงานประชุมประจำปี Apsara Conference ของ Alibaba Cloud ที่จัดขึ้นที่เมืองหางโจวเมื่อวันอังคาร Alibaba ได้เปิดตัวชิป AI รุ่นใหม่ พร้อมประกาศแผนพัฒนาโมเดล AI รุ่นต่อไป

เอ็ดดี้ อู๋ ซีอีโอ Alibaba เผยว่า ชิปใหม่ Zhenwu V900 เป็นชิป AI ที่ทรงพลังที่สุดในจีนขณะนี้ มีประสิทธิภาพสูงกว่ารุ่นก่อนหน้าคือ Zhenwu M890 ถึง 3 เท่า และสามารถเชื่อมต่อเข้าด้วยกันเป็นคลัสเตอร์ที่ประกอบด้วยชิปสูงสุด 500,000 ตัว เพื่อใช้ในการฝึกฝนและประมวลผลโมเดล AI ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด

Alibaba มีแผนผลิต Zhenwu V900 แบบแมสส์และเริ่มจำหน่ายในไตรมาสแรกปีหน้า รวมทั้งยังคาดว่า ยอดจัดส่งชิป AI ประจำปีจะมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

อู๋ สำทับว่า ทีม Qwen ของ Alibaba อยู่ระหว่างการฝึกโมเดลรุ่นใหม่อย่าง Qwen 4 และคาดว่าโมเดลรุ่นอนาคตอย่าง Qwen 4.5 และ Qwen 5 จะขยายขนาดเป็น 5-10 ล้านล้านพารามิเตอร์ เพื่อจัดการงานที่มีความซับซ้อนและต้องใช้เวลาในการประมวลผลยาวนานกว่าเดิม ขณะที่บริษัทกำลังมุ่งหน้าสู่การสร้างปัญญาประดิษฐ์ระดับเหนือมนุษย์ (Artificial Superintelligence หรือ ASI)

เขายังบอกอีกว่า ทีม Qwen มีความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญในการทำให้โมเดลสามารถพัฒนาตัวเอง โดยการค้นหาข้อบกพร่อง ทดลอง และสร้างข้อมูลสำหรับการฝึกฝนเองโดยพึ่งพิงการควบคุมจากมนุษย์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

Qwen 3.8 Max โมเดลเรือธงรุ่นล่าสุดของ Alibaba ซึ่งเป็นรุ่นที่ทรงพลังที่สุดในตระกูล Qwen ในขณะนี้ มีขนาด 2.4 ล้านล้านพารามิเตอร์ (จำนวนพารามิเตอร์เป็นตัวชี้วัดความสามารถในการเรียนรู้ของ AI) เทียบกับโมเดล Kimi K3 ที่ Moonshot สตาร์ทอัพ AI ของจีน เปิดตัวเมื่อเดือนก.ค. ที่มีขนาด 2.8 ล้านล้านพารามิเตอร์ และเป็นโมเดล AI แบบเปิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก

Alibaba ยังเน้นย้ำแผนการขยายดาตาเซ็นเตอร์ที่ขับเคลื่อนธุรกิจคลาวด์คอมพิวติ้งของบริษัท เพื่อรองรับความต้องการด้านการประมวลผล AI ที่เพิ่มขึ้นทวีคูณ โดยตั้งเป้าว่า ดาตาเซ็นเตอร์ทั่วโลกของ Alibaba Cloud จะมีขีดความสามารถในการประมวลผลมากกว่า 20 กิกะวัตต์ภายในปี 2032 เทียบกับ SpaceX ที่มีกำลังการประมวลผล AI ราว 1.4 กิกะวัตต์ในช่วงกลางปีนี้ และเล็งเพิ่มเป็นมากกว่า 10 กิกะวัตต์ภายในปีหน้า

นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่า ความก้าวหน้าด้าน AI ของจีนทำให้ปักกิ่งมีอำนาจต่อรองมากขึ้นในการเจรจากับวอชิงตัน ขณะที่จีนยกระดับการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี แม้ถูกอเมริกากีดกันการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ชิป AI ประสิทธิภาพสูง และเครื่องจักรสำหรับผลิตเซมิคอนดักเตอร์ก็ตาม

ขณะเดียวกัน โมเดล AI แบบเปิดของจีนที่มักมีต้นทุนต่ำกว่าโมเดลแบบปิดของบริษัท AI ชั้นนำของอเมริกา ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั่วโลก รวมถึงในอเมริกา

สัปดาห์ที่ผ่านมา Huawei เปิดตัวเทคโนโลยีชิปใหม่เพื่อท้าทายผู้นำระดับโลกอย่าง Nvidia

นักวิเคราะห์ชี้ว่า แม้การฝึกโมเดล AI ขั้นสูงในจีนยังพึ่งพาชิป Nvidia เป็นหลัก แต่ชิปที่จีนออกแบบกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว เนื่องจาก Nvidia ถูกจำกัดการขายชิปที่มีประสิทธิภาพสูงบางประเภทให้จีน

นีล ชาห์ รองประธาน Counterpoint Research กล่าวว่า การเพิ่มกำลังการประมวลผลเพื่อชดเชยข้อจำกัดด้านชิปทำให้จีนยังสามารถรักษาความแข็งแกร่งในตลาดภายในประเทศไว้ได้

พาร์ฟ ชาร์มา นักวิเคราะห์อาวุโสของ Counterpoint สำทับว่า ช่องว่างด้าน AI และการผลิตชิประหว่างจีนกับอเมริกาจะลดลงมากน้อยแค่ไหน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการออกแบบชิปเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความสามารถของจีนในการพัฒนาโรงงานผลิตชิปขั้นสูงด้วย

อู๋ ซีอีโอ Alibaba เสริมว่า บริษัทกำลังระดมทรัพยากรทั้งหมดเพื่อรองรับความต้องการด้าน AI ของลูกค้า และเสริมว่า ภาวะขาดแคลนในห่วงโซ่อุปทานของศูนย์ข้อมูล AI ทั่วโลกกำลังจำกัดความเร็วในการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลสำหรับ AI

อู๋ เปรียบเทียบการเติบโตของ AI ว่า เหมือนกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่ และเสริมว่า Machine Intelligence หรือความฉลาดของเครื่องจักรจะพัฒนาจนก้าวข้ามขีดความสามารถทางความคิดของมนุษย์อย่างรวดเร็ว

แม้ปัจจุบันความฉลาดของเครื่องจักรยังไม่สามารถทดแทนสติปัญญาของมนุษย์ได้ แต่เขาคาดว่า ในท้ายที่สุดแล้ว เครื่องจักรอาจสามารถสร้างกระบวนการคิดได้มากกว่าความคิดของมนุษยชาติทั้งหมดรวมกันกว่า 1,000 เท่า จากปัจจุบันที่ทำได้ไม่ถึง 3%