MGR Online - กัมพูชานำคณะสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศเกือบ 40 สำนัก ที่ประกอบด้วยผู้สื่อข่าวรวม 78 คน เดินทางไปเยี่ยมชมสถานที่ที่เคยเป็นฐานปฏิบัติการหลอกลวงทางออนไลน์ ที่เมินเจย คอมเมอร์เชียล พาร์ก (Meun Chey Commercial Park) หรือที่รู้จักในชื่อ 8 Park ซึ่งเป็นพื้นที่คอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในอ.กำจายเมีย จ.เปรยแวง ขณะที่ประเทศกำลังเตรียมจัดการประชุมใหญ่เกี่ยวกับการต่อสู้กับการหลอกลวงทางออนไลน์
สื่อกัมพูชารายงานว่า การเยี่ยมชมครั้งนี้จัดขึ้นโดยสำนักเลขาธิการคณะกรรมาธิการเฉพาะกิจเพื่อการปราบปรามการหลอกลวงทางออนไลน์ (CCOS) และประสานงานโดยกระทรวงสารสนเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่กัมพูชาจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนานาชาติว่าด้วยการต่อต้านการหลอกลวงทางออนไลน์ (ICCOS) ที่กรุงพนมเปญ ในวันที่ 23-24 กันยายน
ข้อมูลจากทางการกัมพูชาระบุว่า สถานที่แห่งนี้ที่มีขนาด 120 เฮกตาร์ ถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในศูนย์หลอกลวงที่ใหญ่ที่สุดที่ถูกรื้อถอนจากการปราบปรามทั่วประเทศของรัฐบาล
คอมเพล็กซ์ถูกสร้างขึ้นในปี 2566 และแล้วเสร็จในปลายปี 2567 ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นฐานปฏิบัติการขนาดใหญ่ที่มีการจ้างงานชาวต่างชาติประมาณ 7,000 คนในช่วงแรก และเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 20,000 คน ภายในปี 2568
ทางการกัมพูชาระบุว่า จากการสืบสวนในเวลาต่อมา พบความเชื่อมโยงระหว่างโครงการ 8 Park กับกลุ่มบริษัท Prince Group ซึ่งหลังจากการจับกุมเฉิน จื้อ บรรดาคนงานในคอมเพล็กซ์ต่างพากันหลบหนี และกองกำลังรักษาความมั่นคงได้ปิดล้อมบริเวณดังกล่าวในเดือนกุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ได้ตัดน้ำ ไฟ และอินเทอร์เน็ต พร้อมกับติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มอาชญากรกลับมาอีก และระบุว่าทางการได้ดำเนินคดีกับบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานที่ดังกล่าวแล้ว
การลงพื้นที่เยี่ยมชมซากฐานสแกมเมอร์ครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามของทางการกัมพูชาที่จะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการกวาดล้างขบวนการหลอกลวงทางออนไลน์ทั่วประเทศ โดยรัฐบาลระบุว่าในช่วงเวลาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 ถึงเดือนสิงหาคม 2569 มีการตรวจสอบสถานที่ต้องสงสัยว่าเป็นศูนย์หลอกลวงทางออนไลน์มากกว่า 830 แห่ง มีการเข้าตรวจค้น 663 แห่ง และทลายฐานปฏิบัติการขนาดใหญ่ไปแล้ว 86 แห่ง รวมทั้งยังเนรเทศผู้ต้องสงสัยชาวต่างชาติกว่า 20,000 คน ออกนอกประเทศในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย
กัมพูชาย้ำว่าการบังคับใช้กฎหมายยังคงดำเนินต่อไป เนื่องจากเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์เริ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบจากการรวมตัวในฐานปฏิบัติการขนาดใหญ่ ไปสู่การดำเนินงานที่มีขนาดเล็กลงและกระจายตัวมากขึ้น ซึ่งย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นเพื่อรับมือกับอาชญากรรมข้ามชาติ
เนธ เพียกตรา รัฐมนตรีกระทรวงสารสนเทศ กล่าวก่อนหน้านี้ว่าการประชุมนานาชาติว่าด้วยการต่อต้านการหลอกลวงทางออนไลน์ ถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงเจตจำนงทางการเมือง ความรับผิดชอบ และการเปิดกว้างในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์
เขาระบุว่ากัมพูชาเองก็ตกเป็นเหยื่อของการฉ้อโกงข้ามชาติ และกำลังทำงานร่วมกับพันธมิตรต่างๆ ที่รวมถึงจีน สหรัฐฯ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และอาเซียน
ขณะที่นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต กล่าวว่าจะไม่มีการเจรจากับผู้ดำเนินการหลอกลวง และเตือนเจ้าหน้าที่ว่าพวกเขาจะต้องรับผิดชอบหากปล่อยปละละเลยในการบังคับใช้กฎหมาย.


