เอิร์ลที่ 9 แห่งเชื้อสายขุนนางตระกูลสเปนเซอร์ ถูกฟาดแสกหน้าด้วยปมวิจารณ์ดุเดือด “แค่หวังกวาดรายได้จากหนังสือเรื่องราวโศกนาฏกรรมแห่งปรินเซสไดอานา” โดยบรรดาผู้เชี่ยวชาญการพระราชวงศ์พากันถล่ม “ชาร์ลส์ สเปนเซอร์” เห็นแก่เงิน และมุ่งหวังแค่จะหากินจากชื่อเสียงและเรื่องราวของพี่สาว
ในการนี้ เอิร์ลสเปนเซอร์ยังอายเป็น และจึงลุกขึ้นมาให้สัมภาษณ์แก่สถานีโทรทัศน์บีบีซี เมื่อวานนี้ (18 กันยายน 2026) เพื่อประกาศยืนยันว่า “ผมเปล่าโกหก สิ่งที่ผมเขียนไว้เกี่ยวกับคิงชาร์ลส์ ในหนังสือ Swan Song: Diana, My Sister (บทเพลงนางหงส์: ไดอานา พี่สาวของผม) ผมได้ยินพระองค์ตรัสล้งเล้งมากับหูจริงๆ”
หนังสือบันทึกความทรงจำเล่มดังกล่าว ซึ่งผู้เขียนตั้งใจจะถ่ายทอดความจริงเกี่ยวกับ เจ้าหญิงผู้วายชนม์ในอุบัติเหตุรถคว่ำ มีกำหนดการวางแผงในวันอังคารหน้า (22 กันยายน 2026)
ความเคลื่อนไหวของเอิร์ลชาร์ลส์ สเปนเซอร์ ประสบความสำเร็จในทางโฆษณาประชาสัมพันธ์หนังสืออย่างล้นหลาม ได้พื้นที่ข่าวฟรีๆ จากทุกค่าย ทุกประเภทสื่อ
ขณะเดียวกัน สาธารณชนก็แห่เข้าไปสาดประดาคอมเมนต์แสบสัน โดยแต่ละคอมเมนต์ก็มีผู้คนเข้าไปกดไลก์หลายพันบ้าง เป็นหมื่นไลก์บ้าง เช่น
“มาเขียนอะไรตอนนี้ เมื่อ 29 ปีนั่น ทำไมไม่เขียน”
“อ้างถ้อยคำแรงๆ กันดื้อๆ ไม่มีบริบทที่มาที่ไป ใครจะไปเชื่อข้อกล่าวหาเลื่อนลอย”
“เอิร์ลชาร์ลส์ สเปนเซอร์ หวังจะโจมตีสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ให้อื้อฉาว ดังนั้น จึงจงใจเลือกจังหวะเวลาโปรโมทหนังสือ แบบที่ตรงกับห้วงแห่งปฏิบัติการของปรินซ์แฮร์รีกับดัชเชสเมแกน ในการบีบคอวังหลวงให้ล็อบบีรัฐบาลอนุมัติแพ็กเกจตำรวจอารักขาคุ้มครองทั้งนำหน้าและปิดท้ายขบวนรถ” ริชาร์ด ฟิตซ์วิลเลียมส์ ผู้เชี่ยวชาญการพระราชวงศ์อังกฤษ ฟาดใส่ท่านเอิร์ล น้องชายของปรินเซสไดอานา อดีตพระชายาของกษัตริย์ชาร์ลส์ในทศวรรษ 1980 - ทศวรรษ 1990 อันเป็นห้วงที่ยังทรงพระอิสริยยศเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ สื่อค่ายยักษ์อย่างดิเอ็กซ์เพรส รายงาน
ในโอกาสใกล้จะครบรอบ 3 ทศวรรษ ที่ปรินเซสไดอานาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อ 31 สิงหาคม 1997 เอิร์ลที่ 9 แห่งสเปนเซอร์ น้องชายหนึ่งเดียวของเจ้าหญิง ออกหนังสือบันทึกความทรงจำรำลึกถึงพี่สาวผู้โด่งดัง และในวันพุธที่ผ่านมา (16 กันยายน 2026) หนังสือ Swan Song: Diana, My Sister พร้อมใบแถลงข่าวโดยเอิร์ลชาร์ลส์ สเปนเซอร์ ถูกส่งไปยังสื่อมวลชนทั้งปวง ตลอดจนบรรดากูรูและอินฟลูเอนเซอร์คนดังทั้งหลาย เพื่อโปรโมทยอดขายเป็นการล่วงหน้า
ผู้เชี่ยวชาญการพระราชวงศ์รู้จักตัวตนและสไตล์ของคิงชาร์ลส์ กันเป็นอย่างดี จึงไม่เชื่อข้อมูลโจมตีพระมหากษัตริย์อังกฤษ ที่ “ชาร์ลส์ สเปนเซอร์” เอิร์ลปากแจ๋ว น้องชายปรินเซสไดอานา เขียนไว้ในหนังสือ
ข้อมูลที่ถูกเอิร์ลสเปนเซอร์โปรโมทอย่างเวอร์วัง และกลายเป็นประเด็นพาดหัวข่าวอันดุดันดั่งขีปนาวุธทำลายล้างสูง ที่พุ่งไปโจมตีพระเกียรติภูมิแห่งกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 เป็นการเฉพาะเจาะจงนั้น ได้แก่ คำกล่าวหาว่า ภายในไม่กี่วันหลังมรณกรรมของเจ้าหญิงไดอานา ปรินซ์ชาร์ลส์ (พระอิสริยยศในปี 1997) ทรงตรัสทางโทรศัพท์กับเอิร์ลชาร์ลส์ว่า
“(ไดอานา)ได้พักผ่อนแน่นอนแล้ว เดี๋ยวคนก็จะลืมอย่างไวแหละ”
ถ้อยคำเหล่านี้ปรากฏในหนังสือของเอิร์ลแห่งสเปนเซอร์ ซึ่งเป็นบทที่เอิร์ลกับปรินซ์โต้เถียงหนักหน่วงว่า เจ้าชายวิลเลียมกับเจ้าชายแฮร์รีควรจะอยู่ในขบวนแห่ และตามหลังหีบศพของปรินเซสไดอานาหรือไม่ อันเป็นพิธีที่สำนักพระราชวังกำหนดขึ้น
ทั้งนี้ เอิร์ลแห่งสเปนเซอร์ไม่เห็นด้วย เพราะมองว่าจะสร้างความสะเทือนพระทัยให้แก่ปรินซ์วิลเลียมและปรินซ์แฮร์รี
ด้านเดอะการ์เดียน สื่อจอมอิทธิพลของอังกฤษ นำเสนอข่าวพร้อมคำอธิบายว่า
“เอิร์ลสเปนเซอร์ตีความถ้อยพระดำรัสของปรินซ์ชาร์ลส์ว่า เป็นคำดูหมิ่นเจ้าหญิงไดอานา พร้อมกับเล่าความรู้สึกว่าปรินซ์ชาร์ลส์ทรงรำคาญพระทัยประกอบกับช็อก ที่เห็นประชาชนจำนวนมหาศาลทั้งที่อยู่บนท้องถนน และทั้งที่ปรากฏในภาพข่าวต่างประเทศ หลั่งไหลกันออกมาร่วมแสดงความอาลัยรักในปรินเซสของประชาชน”
และในเวลาต่อมา คือ ในค่ำของวันเดียวกัน สำนักพระราชวังบัคกิงแฮมฉีกกฎเหล็กแห่งการ“ไม่บ่น ไม่อธิบาย” โดยออกคำแถลงโต้ตอบข้อกล่าวหาดังกล่าวว่า เอิร์ลสเปนเซอร์ถูกความโศกเศร้าบดบังระบบเหตุผล ดังนี้
“ขณะที่สำนักพระราชวังมีหลักการที่จะไม่แสดงความคิดเห็นต่อหนังสือทั้งหลายนั้น พระมหากษัตริย์ทรงตระหนักดีว่า ความโศกเศร้าอาดูรอย่างยิ่งยวดที่สูญเสียพี่สาว สามารถบั่นทอนวิจารณญาณของคนเราได้ และสามารถเพิ่มรายละเอียดของความทรงจำขึ้นมาแบบที่ผู้อื่นมิได้จดจำในลักษณะเดียวกัน” เดลิเมลออนไลน์รายงาน
ส่วนเดลิเทเลกราฟนำเสนอความเห็นของผู้ใกล้ชิดคิงชาร์ลส์ว่า ถ้อยคำที่กล่าวอ้างไว้ในหนังสือ Swan Song ว่าเป็นคำกล่าวของคิงชาร์ลส์นั้น ไม่จริงเลย
“ไม่ใช่ลักษณะนิสัยของคิงชาร์ลส์เลยที่จะพูดอะไรแบบนั้น”
ความเห็นนี้สอดคล้องตรงกับความรับรู้ของผู้คนทั้งหลาย ซึ่งได้เห็นพระบุคลิกภาพของคิงชาร์ลส์ว่าทรงระมัดระวังถ้อยพระดำรัสเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในห้วงที่พระองค์ทรงพระทัยสลายเพราะสูญเสียอดีตพระชายา
ในทำนองเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญการพระราชวงศ์อย่าง แอนเจลา เลเวิน พูดแทนใจของพสกนิกรอังกฤษว่า แม้จะหย่าร้างขาดจากกันแล้ว คิงชาร์ลส์ยังรักและดูแลปรินเซสไดอานาเสมอ คำน้อยก็ไม่เคยกล่าวร้ายต่อไดอานา
แอนเจลา เลเวิน ย้ำถึงความจริงข้อหนึ่งซึ่งสำคัญทีเดียว คือ ปรินซ์ชาร์ลส์ยังรักและห่วงใยพระมารดาของโอรสน้อยทั้งสองพระองค์ ปรินซ์ชาร์ลส์ทรงใส่พระทัยเสด็จไปดูแลจัดการศพของปรินเซสไดอานาที่ฝรั่งเศสอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทรงทำทุกสิ่งเพื่อให้แน่นอนว่าจะมีการนำศพของไดอานากลับสู่ประเทศอังกฤษ
เหนืออื่นใด แทนที่จะเป็นปรินซ์ชาร์ลส์ที่มีทัศนคติไม่งดงามต่อปรินเซสไดอานา น่าจะเป็นเอิร์ลแห่งสเปนเซอร์นั่นแล ที่จะมีทัศนคติติดลบต่อพี่สาว (เฉพาะเมื่ออยู่หลังไมค์ ไม่มีใครเห็น)
กล่าวคือ ตั้งแต่ปี 1993 จดจนช่วงเวลาแห่งมรณกรรม พี่สาวน้องชายคู่นี้มีปมแตกหักในระหว่างกัน และไม่ติดต่อพูดคุยกันเลย ดิเอ็กซ์เพรสนำเสนอไว้อย่างนั้น
ปมร้าวฉาวนี้ เกิดขึ้นเพราะเอิร์ลแห่งสเปนเซอร์ ปฏิเสธคำร้องขอจากปรินเซสไดอานาที่ขอเข้าพักอาศัยในเรือนหลังเล็ก Garden House ภายในอาณาบริเวณ 50 ตารางกิโลเมตรของคฤหาสน์อัลทอร์ป เพื่อตั้งหลักชีวิตใหม่
อันที่จริง เอิร์ลชาร์ลส์มีความอื้อฉาวว่าเป็นนักฉวยโอกาสในด้านเงินๆ ทองๆ มาเนิ่นนาน เป็นที่กล่าวขวัญไว้มากมาย อาทิ สร้างสุสานส่วนตัวให้แก่ศพเจ้าหญิงไดอานา กับสร้างพิพิธภัณฑ์เจ้าหญิงไดอานา ไว้ในอาณาจักรอัลทอร์ป แล้วเปิดให้ผู้คนซื้อตั๋วเข้าไปเยี่ยมชม ทอล์กทีวีช่วงของเควิน โอซัลลิแวน รายงาน
ส่วนสำหรับหนังสือ Swan Song ซึ่งเอิร์ลสเปนเซอร์สร้างข้อกล่าวหาโจมตีคิงชาร์ลส์ไว้หลากหลาย ก็จะกลายเป็นตัวเร่งยอดขายได้อย่างเหลือเชื่อ โดยคงจะประเมินว่าคิงชาร์ลส์จะไม่ฟ้องร้องให้อื้อฉาว ดังนั้นนักวิจารณ์ทั้งหลาย รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญการพระราชวงศ์อย่าง เควิน โอซัลลิแวน แห่งทอล์กทีวี ชี้ไว้เลยว่าเอิร์ลชาร์ลส์จะกวาดรายได้ส่วนตัวจากหนังสือเล่าเรื่องราวของพี่สาว อย่างมหาศาล
ปมใหญ่อื่นๆ ที่เอิร์ลแห่งสเปนเซอร์นำไปเม้าท์มอยสะตอเบอร์รีในหนังสือ Swan Song ได้แก่
1.ข้อกล่าวหาว่า คิงชาร์ลส์ออกท่ากระดี๊กระด๊าเหมือนคนถูกลอตเตอรีรางวัลที่ 1 คงจะเพราะดีใจว่าทรงได้ “เสรีภาพ” ที่จะไปแต่งงานใหม่กับสตรีที่พระองค์ทรงรักใคร่ผูกพันอย่างแท้จริง ดิเอ็กซ์เพรสรายงาน
ข้อกล่าวหานี้ ไม่มีมูลความจริง เพราะพระองค์กับปรินเซสไดอานาหย่าร้างกันเป็นที่เรียบร้อยเมื่อไตรมาส 4 ปี 1996 (โดยที่ปรินเซสได้รับเงื่อนไขต่างๆ ที่เอื้อให้เธอจะมีชีวิตหรูหราสุขสบายไปตลอดชีวิต เพียงแต่จะไม่ได้รับเกียรติยศแห่ง Her Royal Highness หรือก็คือ พระองค์เจ้า ทั้งนี้ เป็นไปตามกฎมณเฑียรบาล) แล้วในเวลาเกือบ 1 ปีต่อมา จดจนปรินเซสไดอานาเสียชีวิตปลายสิงหาคม 1997 สืบต่อไปอีกหลายๆๆปี ปรินซ์ชาร์ลส์ทรงสานความรักความสัมพันธ์กับเนื้อคู่ของพระองค์ คือ คุณคามิลลา อย่างเงียบๆ ห่างไกลหูตากองทัพปาปารัสซี เพื่อให้กาลเวลาเยียวยาความรู้สึกของประชาชน
จนกระทั่งปี 1999 จึงมีการเปิดตัวคุณคามิลลาในสไตล์ซอฟต์โอเพนนิง แต่กว่าที่คู่รักทั้งสองจะเสกสมรสกัน คือ ปี 2005 โดยที่คุณคามิลลาเลือกที่จะไม่ใช้พระอิสริยยศปรินเซสออฟเวลส์ โดยใช้เพียงดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์
ดังนั้น มรณกรรมของปรินเซสไดอานาจึงไม่ใช่ปัจจัยอะไรทั้งสิ้นต่อชีวิตของปรินซ์ชาร์ลส์ กับคุณคามิลลา
ในการนี้ ต้องติเตียนเอิร์ลชาร์ลส์ ที่สำเร็จการศึกษาระดับมหาบัณฑิตประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยออซฟอร์ด แต่เมื่อลงมือเขียนหนังสืออัตชีวประวัติและบันทึกความทรงจำ เรื่อง Swan Song เอิร์ลไม่ซื่อสัตย์ต่อหลักฐานและข้อเท็จจริง พร้อมกับบิดเบือนข้อมูลชนิดที่มุ่งร้ายต่อบุคคลในหนังสือของตน
2.ปรินซ์วิลเลียมกับปรินซ์แฮร์รี “ทรงถูกทำให้ต้องฝืนพระทัย” ไปเดินตามหีบศพของพระมารดาไดอานา เพื่อที่จะปกป้องพระบิดาจากคำดูถูกดูหมิ่นทั้งปวง
ปมเรื่องขบวนแห่ศพเป็นการมอบเกียรติยศแก่ผู้วายชนม์ ซึ่งเป็น “หน้าที่” ที่จะต้องมาก่อนความโศกศัลย์อาดูรส่วนตัว ยิ่งเมื่อเป็นพระโอรส ก็ยิ่งเป็นหน้าที่สำคัญแห่งการมอบเกียรติยศแก่พระมารดา
ในการนี้ ปรินซ์แฮร์รีเล่าถึงประสบการณ์ทุกข์ตรมนี้ไว้หลายหนหลายที่ และในขณะเขียนหนังสืออัตชีวประวัติเรื่อง Spare - ตัวสำรอง ปรินซ์เล่าเพิ่มเติมว่า เมื่ออายุมากขึ้น และมาคิดคำนึงย้อนหลัง พระองค์รู้สึกดีใจที่ได้อยู่ในพิธีถวายเกียรติแด่ดวงวิญญาณของพระมารดา
ทั้งนี้ ในความเป็นอดีตพระสวามี คิงชาร์ลไม่มีความจำเป็นจะต้องทำหน้าที่นี้แล้ว แต่พระองค์และพระราชบิดา คือ ปรินซ์ฟิลิป ทรงเต็มพระทัยให้เกียรติแก่พระมารดาของปรินซ์วิลเลียมกับปรินซ์แฮร์รี
สาธารณชนเรือนพันเรือนหมื่นแห่ถล่ม เอิร์ลแห่งสเปนเซอร์ ด้วยถ้อยคำแสบสัน เจ็บแต่จริง อาทิ “รู้แล้วว่าแฮร์รีเรียนวิชาหลอกใช้สื่อมวลชน จากใคร”
อนึ่ง ท่าทีของ “ปรินซ์วิลเลียม” ต่อศึกอดีตน้องเขยไฝว้กษัตริย์อังกฤษ ผู้ทรงเป็นอดีตพี่เขย ก็มีนัยสำคัญที่ต้องจับตา
ตลอดที่ผ่านมาหลังมรณกรรมของปรินเซสไดอานา บรรยากาศระหว่างปรินซ์วิลเลียมกับคุณป้าซาราห์และคุณป้าเจน พี่สาวของพระมารดา อยู่ในเกณฑ์ปกติ
แต่ในส่วนของคุณน้าชาร์ลส์ สเปนเซอร์ นั้น จะไม่สนิทกันเหมือนก่อน เพราะเป็นที่ทราบโดยทั่วไปว่า คุณน้าชาร์ลส์มองเสด็จพระบิดาของปรินซ์วิลเลียมในแง่ลบ
ด้านปรินซ์วิลเลียมก็แสดงออกชัดเจนว่าเป็นลูกพ่อ เคารพบูชาเสด็จพระบิดาแบบเทพระทัยให้ทั้งหมด คุณน้าผู้เป็นท่านเอิร์ลจึงเลือกที่จะอยู่ห่างๆ หลานผู้เป็นปรินซ์คนนี้
ส่วนสำหรับกรณีเปรี้ยงปร้างที่คุณน้ากล่าวหาเสด็จพระบิดาแรงๆ และอย่างน่าเกลียดมาก ขนาดที่ว่าผู้เชี่ยวชาญการพระราชวงศ์ ตลอดจนท่านผู้ชมทั้งปวง ล้วนมองออกว่า เป็นการรังแกคิงชาร์ลส์ เพื่อหวังผลในการโปรโมทยอดขาย นั้น กูรูรีเบ็กกา บรรณาธิการข่าวพระราชสำนัก ในสังกัดเดลิเมลออนไลน์
เปิดเผยไว้ในรายงานข่าวแบบตรงๆ สั้นๆ ว่า
ปรินซ์วิลเลียมทรงกริ้วคุณน้าเอิร์ลสเปนเซอร์ระดับปรอทแตก ซึ่งน่าจะถึงขั้นผีไม่ต้องมาเผา เงาไม่ต้องมาเหยียบ ก็อาจเป็นได้ ในเมื่อวีรเวรวีรกรรมของคุณน้า เข้าข่ายเล่นเล่ห์วิชามาร
โดยภาพรวมแล้ว การเปิดตัวหนังสืออื้อฉาวเรื่องSwan Song: Diana, My Sister นับว่าประสบความสำเร็จ กลายเป็นข่าวครึกโครม ซึ่งก็น่าจะได้ยอดขายอื้ออึง พร้อมกับได้เจ้าทุกข์ระดับเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินอย่างน้อย 2 พระองค์ หรืออาจจะมากกว่า 10 พระองค์/ท่าน เพราะสมาชิก 4 เจเนอเรชันแห่งพระราชตระกูลวินด์เซอร์ ไม่ค่อยจะแฮปปี้กับเกมแก้แค้นอันยืดเยื้อ ที่ปรินเซสไดอานาใช้เล่นงานปรินซ์ชาร์ลส์และพระราชตระกูลวินด์เซอร์
กูรูฟิตซ์วิลเลียมส์แจ้งเตือนทิ้งท้ายให้ทำใจไว้ล่วงหน้า โดยกล่าวกับดิเอ็กซ์เพรสว่า ในสัปดาห์นี้จดจนหมดเดือนกันยายน การปล่อยข้อกล่าวหาต่างๆ น่าจะมีมาอีก
“ข้อกล่าวหาข้อกล่าวอ้างแรงๆ ระเบิดระเบ้ออื่นๆ จะผุดขึ้นมาอีกมากอย่างไม่ต้องสงสัย แต่เราก็วางใจไม่ได้หรอกว่าจะมีสักกี่ปมที่เป็นเรื่องจริง หรือว่าจะมีส่วนจริงสักกี่มากน้อย”
คอลัมน์PLANET No.3
โดย รัศมี มีเรื่องเล่า
(ที่มา: ดิเอ็กซ์เพรส เดลิเทเลกราฟ เดลิเมลออนไลน์ เดอะการ์เดียน ทอล์กทีวี)


