xs
xsm
sm
md
lg

PLANET #3 ทัวร์ลงถล่มเละ‘เอิร์ล’ปากแจ๋วน้องชาย‘ปรินเซสไดอานา’ หลังกล่าวหา‘คิงชาร์ลส์’พูดถึงศพพี่สาว “ได้พักผ่อน แน่นอนแล้ว เดี๋ยวคนก็ลืมละ” ด้านกูรูชี้:คงหวังเพิ่มยอดขายหนังสือ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เจ้าหญิงไดอานา ในวัยเด็กเล็กซึ่งกำลังตบตีอย่างหนักกับคุณแม่เลี้ยง ภริยาใหม่ของท่านพ่อ ได้ถ่ายภาพคู่กับน้องชาย ชาร์ลส์ สเปนเซอร์ แต่เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมา เธอไม่อยากเชื่อเลยว่า น้องรักสุดซี้จะปฏิเสธ ไม่ให้ความช่วยเหลือแก่เธอ ในวันเวลาที่เธอบอบช้ำกับชีวิตหนักหน่วงที่สุด และในปี 2026 ซึ่งเธอจากโลกมนุษย์ไปแล้ว 29 ปีเต็มๆ น้องชายซึ่งได้ครองบรรดาศักดิ์ เอิร์ล ต่อจากท่านพ่อผู้วายชนม์ ก็ลงมือเขียนหนังสือเกี่ยวกับตัวเธอ Swan Song: Diana, My Sister และหนังสือยังไม่ทันจะวางแผง ก็อื้อฉาวอื้ออึงเป็นที่เรียบร้อย เพราะเอิร์ลชาร์ลส์เล่นของสูง เขียนโจมตีคิงชาร์ลส์ อดีตพระสวามีของพี่สาว ซึ่งผู้เชี่ยวชาญการพระราชวงศ์พากันเชื่อว่า ไม่น่าจะเป็นความจริง แน่ที่แน่ๆ เปิดตัวมาด้วยวิชามาร แค่วันเดียว ก็ฮือฮาสะปานนี้ ชะรอยจะขึ้นชั้นเบสต์เซลเลอร์ได้อย่างง่ายดาย
เอิร์ลที่ 9 แห่งเชื้อสายขุนนางตระกูลสเปนเซอร์ ถูกฟาดแสกหน้าด้วยปมวิจารณ์ดุเดือด “แค่หวังกวาดรายได้จากหนังสือเรื่องราวโศกนาฏกรรมแห่งปรินเซสไดอานา” โดยบรรดาผู้เชี่ยวชาญการพระราชวงศ์พากันถล่ม “ชาร์ลส์ สเปนเซอร์” เห็นแก่เงิน และมุ่งหวังแค่จะหากินจากชื่อเสียงและเรื่องราวของพี่สาว

ในการนี้ เอิร์ลสเปนเซอร์ยังอายเป็น และจึงลุกขึ้นมาให้สัมภาษณ์แก่สถานีโทรทัศน์บีบีซี เมื่อวานนี้ (18 กันยายน 2026) เพื่อประกาศยืนยันว่า “ผมเปล่าโกหก สิ่งที่ผมเขียนไว้เกี่ยวกับคิงชาร์ลส์ ในหนังสือ Swan Song: Diana, My Sister (บทเพลงนางหงส์: ไดอานา พี่สาวของผม) ผมได้ยินพระองค์ตรัสล้งเล้งมากับหูจริงๆ”

หนังสือบันทึกความทรงจำเล่มดังกล่าว ซึ่งผู้เขียนตั้งใจจะถ่ายทอดความจริงเกี่ยวกับ เจ้าหญิงผู้วายชนม์ในอุบัติเหตุรถคว่ำ มีกำหนดการวางแผงในวันอังคารหน้า (22 กันยายน 2026)

ความเคลื่อนไหวของเอิร์ลชาร์ลส์ สเปนเซอร์ ประสบความสำเร็จในทางโฆษณาประชาสัมพันธ์หนังสืออย่างล้นหลาม ได้พื้นที่ข่าวฟรีๆ จากทุกค่าย ทุกประเภทสื่อ

ขณะเดียวกัน สาธารณชนก็แห่เข้าไปสาดประดาคอมเมนต์แสบสัน โดยแต่ละคอมเมนต์ก็มีผู้คนเข้าไปกดไลก์หลายพันบ้าง เป็นหมื่นไลก์บ้าง เช่น
“มาเขียนอะไรตอนนี้ เมื่อ 29 ปีนั่น ทำไมไม่เขียน”
“อ้างถ้อยคำแรงๆ กันดื้อๆ ไม่มีบริบทที่มาที่ไป ใครจะไปเชื่อข้อกล่าวหาเลื่อนลอย”

“เอิร์ลชาร์ลส์ สเปนเซอร์ หวังจะโจมตีสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ให้อื้อฉาว ดังนั้น จึงจงใจเลือกจังหวะเวลาโปรโมทหนังสือ แบบที่ตรงกับห้วงแห่งปฏิบัติการของปรินซ์แฮร์รีกับดัชเชสเมแกน ในการบีบคอวังหลวงให้ล็อบบีรัฐบาลอนุมัติแพ็กเกจตำรวจอารักขาคุ้มครองทั้งนำหน้าและปิดท้ายขบวนรถ” ริชาร์ด ฟิตซ์วิลเลียมส์ ผู้เชี่ยวชาญการพระราชวงศ์อังกฤษ ฟาดใส่ท่านเอิร์ล น้องชายของปรินเซสไดอานา อดีตพระชายาของกษัตริย์ชาร์ลส์ในทศวรรษ 1980 - ทศวรรษ 1990 อันเป็นห้วงที่ยังทรงพระอิสริยยศเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ สื่อค่ายยักษ์อย่างดิเอ็กซ์เพรส รายงาน

ในโอกาสใกล้จะครบรอบ 3 ทศวรรษ ที่ปรินเซสไดอานาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อ 31 สิงหาคม 1997 เอิร์ลที่ 9 แห่งสเปนเซอร์ น้องชายหนึ่งเดียวของเจ้าหญิง ออกหนังสือบันทึกความทรงจำรำลึกถึงพี่สาวผู้โด่งดัง และในวันพุธที่ผ่านมา (16 กันยายน 2026) หนังสือ Swan Song: Diana, My Sister พร้อมใบแถลงข่าวโดยเอิร์ลชาร์ลส์ สเปนเซอร์ ถูกส่งไปยังสื่อมวลชนทั้งปวง ตลอดจนบรรดากูรูและอินฟลูเอนเซอร์คนดังทั้งหลาย เพื่อโปรโมทยอดขายเป็นการล่วงหน้า

เอิร์ลสเปนเซอร์ (ขวา) เมื่อสมัยที่ยังอายุน้อย เคยสนิทกันมากกับปรินซ์ชาร์ลส์ แล้วเพราะมีฐานะเป็นน้องเขย ก็ได้รับโอกาสเข้าวงในไปพบปะบุคคลสำคัญระดับประเทศและระดับโลก แต่เมื่อพี่สาว คือ ปรินเซสไดอานา ปรับตัวไม่ได้กับชีวิตแต่งงาน เงื่อนไขที่เคยรับปากตั้งแต่แรกว่า โอเค พอเอาเข้าจริง กลายเป็นตีโพยตีพาย (ก่อนเสกสมรส อะไรก็ได้ – หลังเสกสมรส อะไรก็ไม่ได้) เมื่อปรินเซสแตกหักกับพระสวามี น้องชายซึ่งขาด EQ พลอยจะต้องแตกหักกับพี่เขยไปด้วย ลงเอยคือ แทนที่จะได้พี่ชาย ซูเปอร์แมน เข้ามาในชีวิต มาสนับสนุนเกื้อกูลให้อบอุ่นใจ ก็กลายเป็นว่า มีศัตรูรบกวนจิตใจซะงั้น

(ภาพซ้าย) ภาพหน้าปกหนังสือเล่มใหม่ของคุณชาร์ลส์ เอิร์ลสเปนเซอร์ ชื่อเรื่องว่า Swan Song: Diana, My Sister (บทเพลงสั่งลา: ไดอานา พี่สาวของผม) เป็นหนังสือแนว memoir บันทึกความทรงจำ โดยเดินเรื่องคู่ขนานกับปรินเซสไดอานา หนังสือใหม่ของสองศรีพี่น้องปกใหม่นี้ จะวางแผงในวันอังคารหน้า 22 กันยายน 2026 (ภาพขวา) เอิร์ลชาร์ลส์แห่งสเปนเซอร์ วัย 32 ปี ขณะอยู่ในพิธีศพของปรินเซสไดอานา และขึ้นกล่าวสดุดีปรินเซส ผู้เป็นพี่สาว คำกล่าวของเอิร์ลสเปนเซอร์ได้รับคำยกย่องว่าดีงามและจับใจอย่างยิ่ง
ผู้เชี่ยวชาญการพระราชวงศ์รู้จักตัวตนและสไตล์ของคิงชาร์ลส์ กันเป็นอย่างดี จึงไม่เชื่อข้อมูลโจมตีพระมหากษัตริย์อังกฤษ ที่ “ชาร์ลส์ สเปนเซอร์” เอิร์ลปากแจ๋ว น้องชายปรินเซสไดอานา เขียนไว้ในหนังสือ

ข้อมูลที่ถูกเอิร์ลสเปนเซอร์โปรโมทอย่างเวอร์วัง และกลายเป็นประเด็นพาดหัวข่าวอันดุดันดั่งขีปนาวุธทำลายล้างสูง ที่พุ่งไปโจมตีพระเกียรติภูมิแห่งกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 เป็นการเฉพาะเจาะจงนั้น ได้แก่ คำกล่าวหาว่า ภายในไม่กี่วันหลังมรณกรรมของเจ้าหญิงไดอานา ปรินซ์ชาร์ลส์ (พระอิสริยยศในปี 1997) ทรงตรัสทางโทรศัพท์กับเอิร์ลชาร์ลส์ว่า

“(ไดอานา)ได้พักผ่อนแน่นอนแล้ว เดี๋ยวคนก็จะลืมอย่างไวแหละ”


ถ้อยคำเหล่านี้ปรากฏในหนังสือของเอิร์ลแห่งสเปนเซอร์ ซึ่งเป็นบทที่เอิร์ลกับปรินซ์โต้เถียงหนักหน่วงว่า เจ้าชายวิลเลียมกับเจ้าชายแฮร์รีควรจะอยู่ในขบวนแห่ และตามหลังหีบศพของปรินเซสไดอานาหรือไม่ อันเป็นพิธีที่สำนักพระราชวังกำหนดขึ้น

ทั้งนี้ เอิร์ลแห่งสเปนเซอร์ไม่เห็นด้วย เพราะมองว่าจะสร้างความสะเทือนพระทัยให้แก่ปรินซ์วิลเลียมและปรินซ์แฮร์รี

ด้านเดอะการ์เดียน สื่อจอมอิทธิพลของอังกฤษ นำเสนอข่าวพร้อมคำอธิบายว่า

“เอิร์ลสเปนเซอร์ตีความถ้อยพระดำรัสของปรินซ์ชาร์ลส์ว่า เป็นคำดูหมิ่นเจ้าหญิงไดอานา พร้อมกับเล่าความรู้สึกว่าปรินซ์ชาร์ลส์ทรงรำคาญพระทัยประกอบกับช็อก ที่เห็นประชาชนจำนวนมหาศาลทั้งที่อยู่บนท้องถนน และทั้งที่ปรากฏในภาพข่าวต่างประเทศ หลั่งไหลกันออกมาร่วมแสดงความอาลัยรักในปรินเซสของประชาชน”

และในเวลาต่อมา คือ ในค่ำของวันเดียวกัน สำนักพระราชวังบัคกิงแฮมฉีกกฎเหล็กแห่งการ“ไม่บ่น ไม่อธิบาย” โดยออกคำแถลงโต้ตอบข้อกล่าวหาดังกล่าวว่า เอิร์ลสเปนเซอร์ถูกความโศกเศร้าบดบังระบบเหตุผล ดังนี้

“ขณะที่สำนักพระราชวังมีหลักการที่จะไม่แสดงความคิดเห็นต่อหนังสือทั้งหลายนั้น พระมหากษัตริย์ทรงตระหนักดีว่า ความโศกเศร้าอาดูรอย่างยิ่งยวดที่สูญเสียพี่สาว สามารถบั่นทอนวิจารณญาณของคนเราได้ และสามารถเพิ่มรายละเอียดของความทรงจำขึ้นมาแบบที่ผู้อื่นมิได้จดจำในลักษณะเดียวกัน” เดลิเมลออนไลน์รายงาน

ส่วนเดลิเทเลกราฟนำเสนอความเห็นของผู้ใกล้ชิดคิงชาร์ลส์ว่า ถ้อยคำที่กล่าวอ้างไว้ในหนังสือ Swan Song ว่าเป็นคำกล่าวของคิงชาร์ลส์นั้น ไม่จริงเลย

“ไม่ใช่ลักษณะนิสัยของคิงชาร์ลส์เลยที่จะพูดอะไรแบบนั้น”

ความเห็นนี้สอดคล้องตรงกับความรับรู้ของผู้คนทั้งหลาย ซึ่งได้เห็นพระบุคลิกภาพของคิงชาร์ลส์ว่าทรงระมัดระวังถ้อยพระดำรัสเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในห้วงที่พระองค์ทรงพระทัยสลายเพราะสูญเสียอดีตพระชายา

เอิร์ลสเปนเซอร์ (ซ้ายสุด) ปรินซ์วิลเลียมในวัยเพียง 15 พรรษา ปรินซ์แฮร์รีในวัย 12 ย่างสู่ 13 พรรษา และปรินซ์ชาร์ลส์ ขณะอยู่ในการภาวนาไว้อาลัยมอบแก่ดวงวิญญาณของปรินเซสไดอานา เมื่อวันที่ 6 กันยายน 1997
ในทำนองเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญการพระราชวงศ์อย่าง แอนเจลา เลเวิน พูดแทนใจของพสกนิกรอังกฤษว่า แม้จะหย่าร้างขาดจากกันแล้ว คิงชาร์ลส์ยังรักและดูแลปรินเซสไดอานาเสมอ คำน้อยก็ไม่เคยกล่าวร้ายต่อไดอานา

แอนเจลา เลเวิน ย้ำถึงความจริงข้อหนึ่งซึ่งสำคัญทีเดียว คือ ปรินซ์ชาร์ลส์ยังรักและห่วงใยพระมารดาของโอรสน้อยทั้งสองพระองค์ ปรินซ์ชาร์ลส์ทรงใส่พระทัยเสด็จไปดูแลจัดการศพของปรินเซสไดอานาที่ฝรั่งเศสอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทรงทำทุกสิ่งเพื่อให้แน่นอนว่าจะมีการนำศพของไดอานากลับสู่ประเทศอังกฤษ

เหนืออื่นใด แทนที่จะเป็นปรินซ์ชาร์ลส์ที่มีทัศนคติไม่งดงามต่อปรินเซสไดอานา น่าจะเป็นเอิร์ลแห่งสเปนเซอร์นั่นแล ที่จะมีทัศนคติติดลบต่อพี่สาว (เฉพาะเมื่ออยู่หลังไมค์ ไม่มีใครเห็น)

กล่าวคือ ตั้งแต่ปี 1993 จดจนช่วงเวลาแห่งมรณกรรม พี่สาวน้องชายคู่นี้มีปมแตกหักในระหว่างกัน และไม่ติดต่อพูดคุยกันเลย ดิเอ็กซ์เพรสนำเสนอไว้อย่างนั้น

ปมร้าวฉาวนี้ เกิดขึ้นเพราะเอิร์ลแห่งสเปนเซอร์ ปฏิเสธคำร้องขอจากปรินเซสไดอานาที่ขอเข้าพักอาศัยในเรือนหลังเล็ก Garden House ภายในอาณาบริเวณ 50 ตารางกิโลเมตรของคฤหาสน์อัลทอร์ป เพื่อตั้งหลักชีวิตใหม่

อันที่จริง เอิร์ลชาร์ลส์มีความอื้อฉาวว่าเป็นนักฉวยโอกาสในด้านเงินๆ ทองๆ มาเนิ่นนาน เป็นที่กล่าวขวัญไว้มากมาย อาทิ สร้างสุสานส่วนตัวให้แก่ศพเจ้าหญิงไดอานา กับสร้างพิพิธภัณฑ์เจ้าหญิงไดอานา ไว้ในอาณาจักรอัลทอร์ป แล้วเปิดให้ผู้คนซื้อตั๋วเข้าไปเยี่ยมชม ทอล์กทีวีช่วงของเควิน โอซัลลิแวน รายงาน

ส่วนสำหรับหนังสือ Swan Song ซึ่งเอิร์ลสเปนเซอร์สร้างข้อกล่าวหาโจมตีคิงชาร์ลส์ไว้หลากหลาย ก็จะกลายเป็นตัวเร่งยอดขายได้อย่างเหลือเชื่อ โดยคงจะประเมินว่าคิงชาร์ลส์จะไม่ฟ้องร้องให้อื้อฉาว ดังนั้นนักวิจารณ์ทั้งหลาย รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญการพระราชวงศ์อย่าง เควิน โอซัลลิแวน แห่งทอล์กทีวี ชี้ไว้เลยว่าเอิร์ลชาร์ลส์จะกวาดรายได้ส่วนตัวจากหนังสือเล่าเรื่องราวของพี่สาว อย่างมหาศาล

โมเมนต์โศกเศร้าในขบวนแห่เคลื่อนศพปรินเซสไดอานา โดยมีพระโอรสทั้งสองพระองค์ร่วมเดินตามหีบศพ ปรินซ์แฮร์รีเล่าถึงประสบการณ์ทุกข์ตรมนี้ไว้หลายหนหลายที่ และในขณะเขียนหนังสืออัตชีวประวัติเรื่อง Spare - ตัวสำรอง ปรินซ์เล่าเพิ่มเติมว่า เมื่ออายุมากขึ้น และมาคิดคำนึงย้อนหลัง พระองค์รู้สึกดีใจที่ได้อยู่ในพิธีถวายเกียรติแด่พระมารดา
ปมใหญ่อื่นๆ ที่เอิร์ลแห่งสเปนเซอร์นำไปเม้าท์มอยสะตอเบอร์รีในหนังสือ Swan Song ได้แก่

1.ข้อกล่าวหาว่า คิงชาร์ลส์ออกท่ากระดี๊กระด๊าเหมือนคนถูกลอตเตอรีรางวัลที่ 1 คงจะเพราะดีใจว่าทรงได้ “เสรีภาพ” ที่จะไปแต่งงานใหม่กับสตรีที่พระองค์ทรงรักใคร่ผูกพันอย่างแท้จริง ดิเอ็กซ์เพรสรายงาน


ข้อกล่าวหานี้ ไม่มีมูลความจริง เพราะพระองค์กับปรินเซสไดอานาหย่าร้างกันเป็นที่เรียบร้อยเมื่อไตรมาส 4 ปี 1996 (โดยที่ปรินเซสได้รับเงื่อนไขต่างๆ ที่เอื้อให้เธอจะมีชีวิตหรูหราสุขสบายไปตลอดชีวิต เพียงแต่จะไม่ได้รับเกียรติยศแห่ง Her Royal Highness หรือก็คือ พระองค์เจ้า ทั้งนี้ เป็นไปตามกฎมณเฑียรบาล) แล้วในเวลาเกือบ 1 ปีต่อมา จดจนปรินเซสไดอานาเสียชีวิตปลายสิงหาคม 1997 สืบต่อไปอีกหลายๆๆปี ปรินซ์ชาร์ลส์ทรงสานความรักความสัมพันธ์กับเนื้อคู่ของพระองค์ คือ คุณคามิลลา อย่างเงียบๆ ห่างไกลหูตากองทัพปาปารัสซี เพื่อให้กาลเวลาเยียวยาความรู้สึกของประชาชน

จนกระทั่งปี 1999 จึงมีการเปิดตัวคุณคามิลลาในสไตล์ซอฟต์โอเพนนิง แต่กว่าที่คู่รักทั้งสองจะเสกสมรสกัน คือ ปี 2005 โดยที่คุณคามิลลาเลือกที่จะไม่ใช้พระอิสริยยศปรินเซสออฟเวลส์ โดยใช้เพียงดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์

ดังนั้น มรณกรรมของปรินเซสไดอานาจึงไม่ใช่ปัจจัยอะไรทั้งสิ้นต่อชีวิตของปรินซ์ชาร์ลส์ กับคุณคามิลลา

ในการนี้ ต้องติเตียนเอิร์ลชาร์ลส์ ที่สำเร็จการศึกษาระดับมหาบัณฑิตประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยออซฟอร์ด แต่เมื่อลงมือเขียนหนังสืออัตชีวประวัติและบันทึกความทรงจำ เรื่อง Swan Song เอิร์ลไม่ซื่อสัตย์ต่อหลักฐานและข้อเท็จจริง พร้อมกับบิดเบือนข้อมูลชนิดที่มุ่งร้ายต่อบุคคลในหนังสือของตน

2.ปรินซ์วิลเลียมกับปรินซ์แฮร์รี “ทรงถูกทำให้ต้องฝืนพระทัย” ไปเดินตามหีบศพของพระมารดาไดอานา เพื่อที่จะปกป้องพระบิดาจากคำดูถูกดูหมิ่นทั้งปวง

ปมเรื่องขบวนแห่ศพเป็นการมอบเกียรติยศแก่ผู้วายชนม์ ซึ่งเป็น “หน้าที่” ที่จะต้องมาก่อนความโศกศัลย์อาดูรส่วนตัว ยิ่งเมื่อเป็นพระโอรส ก็ยิ่งเป็นหน้าที่สำคัญแห่งการมอบเกียรติยศแก่พระมารดา

ในการนี้ ปรินซ์แฮร์รีเล่าถึงประสบการณ์ทุกข์ตรมนี้ไว้หลายหนหลายที่ และในขณะเขียนหนังสืออัตชีวประวัติเรื่อง Spare - ตัวสำรอง ปรินซ์เล่าเพิ่มเติมว่า เมื่ออายุมากขึ้น และมาคิดคำนึงย้อนหลัง พระองค์รู้สึกดีใจที่ได้อยู่ในพิธีถวายเกียรติแด่ดวงวิญญาณของพระมารดา

ทั้งนี้ ในความเป็นอดีตพระสวามี คิงชาร์ลไม่มีความจำเป็นจะต้องทำหน้าที่นี้แล้ว แต่พระองค์และพระราชบิดา คือ ปรินซ์ฟิลิป ทรงเต็มพระทัยให้เกียรติแก่พระมารดาของปรินซ์วิลเลียมกับปรินซ์แฮร์รี

ปรินเซสไดอานากับปรินซ์วิลเลียมและปรินซ์แฮร์รี ที่แคนาดา เมื่อปี1991 ปรินเซสเคยประกาศบ่อยๆ ว่ารักลูกอย่างเหลือเกิน เลี้ยงลูกเองมาโตยตลอด เข้านอนด้วยกัน ทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยกันสามคนแม่ลูก แต่ในที่สุด ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดที่ทำให้เธอต้องออกมาสารภาพความลับเรื่องทีมีชายชู้ออกอากาศแพร่ภาพไปทั่วอังกฤษและทั่วโลก ปรินซ์วิลเลียมคือดวงใจสลาย พระมารดาของพระองค์ไม่ได้สมบูรณ์แบบ หนำซ้ำยังมาบกพร่องทางศีลธรรมในสายที่น่าตกใจที่สุด น่าตกใจขนาดที่ว่า พระมารดาของปรินซ์ถูกท่านยายประณามว่า ใช้ชีวิตดั่งโสเภณี คบชู้พร้อมกันหลายคน ชาวโลกจับตารอดูว่าหนังสือของเอิร์ลสเปนเซอร์ จะเล่าเรื่องนี้โดยละเอียดหรือไม่
สาธารณชนเรือนพันเรือนหมื่นแห่ถล่ม เอิร์ลแห่งสเปนเซอร์ ด้วยถ้อยคำแสบสัน เจ็บแต่จริง อาทิ “รู้แล้วว่าแฮร์รีเรียนวิชาหลอกใช้สื่อมวลชน จากใคร”

แฟนข่าวเดลิเมลออนไลน์ในประเทศอังกฤษ คอมเมนต์ตำหนิติเตียนชาร์ลส์ สเปนเซอร์ว่า “ถ้าคุณเอิร์ลรักหลานชายทั้งสองมากมาย ทำไมถึงมาเขียนหนังสือที่มีแต่จะสร้างความทุกข์ให้หลาน ชีวิตของไดอานาถูกกำหนดตั้งแต่วันที่เธอลืมตาดูโลก ครอบครัวสเปนเซอร์เริ่มความพยายามด้วยพี่สาวของเธอ หลังจากนั้นก็มาเป็นตัวเธอ  ทั้งเธอและทั้งปรินซ์ชาร์ลส์ไม่มีอะไรจะกล่าว ต้องขอบคุณที่ไดอานาเข้าไปเปลี่ยนแปลง  เจ้าชายทั้งสองของเธอสร้างความภูมิใจให้เธอ จนกระทั่งเจ้าชายองค์น้องไปแต่งงานกับยัยนักแสดงอเมริกันนั่นแหละ”  เมนต์อันนี้เป็นที่ถูกอกถูกใจของท่านผู้ชม ผู้คนพากันเข้าไปกดไลก์ 14,500 ไลก์

ความเห็นวิจารณ์กันตรงๆ จากชาวนิวซีแลนด์บอกว่า คุณเอิร์ลเล่ามาโดยไม่มีบริบทของเรื่อง มันก็ตีความไปได้สารพัดนะ เมนต์วิจารณ์นี้มีคนกดไลก์ 4,500 ไลก์ ขณะที่ชาวหมู่เกาะบริติชเวอร์จินหยอดคอมเมนต์แนวประชดประเทียดจิกกัดว่า เอาล่ะ เห็นละ แฮร์รีเรียนวิชาหลอกใช้สื่อมวลชน จากใคร  อันนี้โดนใจใหญ่หลวง กวาดไลก์ไป 11,100 ไลก์กันเลยทีเดียว

สองรายจากประเทศอังกฤษสาดคำประณามเข้าไปแรงส์อย่างยิ่ง “มันก็เห็นแก่เงินทั้งนั้น” คนอ่านชอบใจใหญ่เชียว เทไลก์ลงไป 8,100 ไลก์ ขณะที่อีกเมนต์หนึ่งแรงส์ยิ่งขึ้น “สวะขนานแท้นะที่มาขายหนังสือคุณค่าเท่ากับถังขยะเกี่ยวกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งคุณไม่รู้จักเธอเลย” เมนต์ฟันแสกหน้าอันนี้มีคนกดไลก์ 6,800 ไลก์

ชาวอังกฤษรายแรกมายืนยันในความดีงามของคิงชาร์ลส์ “ฉันไม่เชื่อจริงๆ นะว่าพระองค์จะตรัสอย่างนั้น ส่วนรายที่สองวิจารณ์ว่า ครอบครัวสเปนเซอร์ ซึ่งรวมถีงปรินซ์แฮร์รีด้วยน่ะ เห็นชัดเลยว่าไม่ใยดีกับการที่คิงชาร์ลส์ต้องต่อสู้กับโรคมะเร็ง ความเครียด และสุขภาพจิตใจ

“คงจะรวยอยู่บ้างแหละ ที่เอิร์ลของอัลทอร์ปแต่งงานมาแล้วอย่างน้อย 4 หน แต่สงสัยว่าเขาใจดีต่อภรรยาเก่าแต่ละรายเสมอหรือเปล่า เมนต์นี้ได้ 7,600 ไลก์

แฟนเดลิเมลออนไลน์จากสเปนมาร่วมยำใหญ่เอิร์ลชาร์ลส์ สเปนเซอร์ ด้วยประโยคเด็ดที่ว่า ถ้าเอิร์ลสเปนเซอร์ไม่ปล่อยข้อมูลที่แรงๆ ที่เป็นปมให้ต้องบู๊กัน ก็จะไม่มีใครมาสนใจหนังสือ ตอนนี้เราทราบละ ใครเป็นต้นแบบที่ปรินซ์หลานชายของเอิร์ล เจริญรอยตาม
อนึ่ง ท่าทีของ “ปรินซ์วิลเลียม” ต่อศึกอดีตน้องเขยไฝว้กษัตริย์อังกฤษ ผู้ทรงเป็นอดีตพี่เขย ก็มีนัยสำคัญที่ต้องจับตา

ตลอดที่ผ่านมาหลังมรณกรรมของปรินเซสไดอานา บรรยากาศระหว่างปรินซ์วิลเลียมกับคุณป้าซาราห์และคุณป้าเจน พี่สาวของพระมารดา อยู่ในเกณฑ์ปกติ

แต่ในส่วนของคุณน้าชาร์ลส์ สเปนเซอร์ นั้น จะไม่สนิทกันเหมือนก่อน เพราะเป็นที่ทราบโดยทั่วไปว่า คุณน้าชาร์ลส์มองเสด็จพระบิดาของปรินซ์วิลเลียมในแง่ลบ

ด้านปรินซ์วิลเลียมก็แสดงออกชัดเจนว่าเป็นลูกพ่อ เคารพบูชาเสด็จพระบิดาแบบเทพระทัยให้ทั้งหมด คุณน้าผู้เป็นท่านเอิร์ลจึงเลือกที่จะอยู่ห่างๆ หลานผู้เป็นปรินซ์คนนี้

ส่วนสำหรับกรณีเปรี้ยงปร้างที่คุณน้ากล่าวหาเสด็จพระบิดาแรงๆ และอย่างน่าเกลียดมาก ขนาดที่ว่าผู้เชี่ยวชาญการพระราชวงศ์ ตลอดจนท่านผู้ชมทั้งปวง ล้วนมองออกว่า เป็นการรังแกคิงชาร์ลส์ เพื่อหวังผลในการโปรโมทยอดขาย นั้น กูรูรีเบ็กกา บรรณาธิการข่าวพระราชสำนัก ในสังกัดเดลิเมลออนไลน์
เปิดเผยไว้ในรายงานข่าวแบบตรงๆ สั้นๆ ว่า

ปรินซ์วิลเลียมทรงกริ้วคุณน้าเอิร์ลสเปนเซอร์ระดับปรอทแตก ซึ่งน่าจะถึงขั้นผีไม่ต้องมาเผา เงาไม่ต้องมาเหยียบ ก็อาจเป็นได้ ในเมื่อวีรเวรวีรกรรมของคุณน้า เข้าข่ายเล่นเล่ห์วิชามาร

โดยภาพรวมแล้ว การเปิดตัวหนังสืออื้อฉาวเรื่องSwan Song: Diana, My Sister นับว่าประสบความสำเร็จ กลายเป็นข่าวครึกโครม ซึ่งก็น่าจะได้ยอดขายอื้ออึง พร้อมกับได้เจ้าทุกข์ระดับเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินอย่างน้อย 2 พระองค์ หรืออาจจะมากกว่า 10 พระองค์/ท่าน เพราะสมาชิก 4 เจเนอเรชันแห่งพระราชตระกูลวินด์เซอร์ ไม่ค่อยจะแฮปปี้กับเกมแก้แค้นอันยืดเยื้อ ที่ปรินเซสไดอานาใช้เล่นงานปรินซ์ชาร์ลส์และพระราชตระกูลวินด์เซอร์

กูรูฟิตซ์วิลเลียมส์แจ้งเตือนทิ้งท้ายให้ทำใจไว้ล่วงหน้า โดยกล่าวกับดิเอ็กซ์เพรสว่า ในสัปดาห์นี้จดจนหมดเดือนกันยายน การปล่อยข้อกล่าวหาต่างๆ น่าจะมีมาอีก

“ข้อกล่าวหาข้อกล่าวอ้างแรงๆ ระเบิดระเบ้ออื่นๆ จะผุดขึ้นมาอีกมากอย่างไม่ต้องสงสัย แต่เราก็วางใจไม่ได้หรอกว่าจะมีสักกี่ปมที่เป็นเรื่องจริง หรือว่าจะมีส่วนจริงสักกี่มากน้อย”

คอลัมน์PLANET No.3

โดย รัศมี มีเรื่องเล่า

(ที่มา: ดิเอ็กซ์เพรส เดลิเทเลกราฟ เดลิเมลออนไลน์ เดอะการ์เดียน ทอล์กทีวี)