xs
xsm
sm
md
lg

BYD ท้าชน Tesla Model 3-Xiaomi SU7 เปิดตัว FCB Formula S เริ่มต้นไม่ถึง $29,000

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


Fang Cheng Bao Formula S (ภาพจาก Fang Cheng Bao)
BYD เปิดตัว Fang Cheng Bao Formula S และ Formula S GT อย่างเป็นทางการ ส่งสัญญาณบุกตลาดอีวีสมรรถนะสูง โดยได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากซูเปอร์คาร์ Formula X ของ FCB และวางตำแหน่งท้าชน Xiaomi SU7 และ Tesla Model 3

Fang Cheng Bao หรือ FCB เป็นซับแบรนด์ลำดับที่ 5 ของ BYD ต่อจาก Dynasty Series, Ocean Series, Denza และ Yangwang

แบรนด์ Fang Cheng Bao ซึ่งมีแนวคิดหลักในการปรับแต่งเฉพาะบุคคล เป็นที่รู้จักจากรถยนต์ไฟฟ้าและเอสยูวีปลั๊ก-อินไฮบริดสายลุยสมรรถนะสูงอย่าง Bao 8 และ Bao 5 นอกจากนั้นยังมีรถตระกูล Tai Series ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานของครอบครัว โดยเอสยูวีเหล่านี้มาพร้อมรูปลักษณ์รถทรงกล่องบึกบึน

วันพุธ (16 ก.ย.) BYD ได้เปิดตัวรถรุ่นแรกของ Fang Cheng Bao ในกลุ่มซีดานและ Grand Touring (GT) ซึ่งพัฒนาขึ้นมาเพื่อแข่งขันโดยตรงกับอีวียอดนิยมในจีนอย่าง Tesla Model 3, Xiaomi SU7 และซีดานไฟฟ้าชั้นนำรุ่นอื่นๆ

ราคาและตำแหน่งผลิตภัณฑ์

ตามรายงานของ CarNewsChina นั้น Fang Cheng Bao Formula S ถูกวางตำแหน่งเป็นรถคูเป้ ตั้งราคาอยู่ที่ระหว่าง 189,900-229,900 หยวน (27,900-33,800 ดอลลาร์)

ส่วน Formula S GT ซึ่งเป็นรถสไตล์ Shooting Brake ราคาอยู่ที่ระหว่าง 219,900-239,900 หยวน (32,300-35,300 ดอลลาร์)

เปรียบเทียบกับ Tesla Model 3 RWD ที่ราคาเริ่มต้นในจีนอยู่ที่ 235,500 หยวน (35,500 ดอลลาร์) ให้ระยะทางขับขี่ตามมาตรฐาน CLTC 634 กม. ส่วน Tesla Model 3 Long Range RWD ราคาเริ่มต้นที่ 259,000 หยวน (38,665 ดอลลาร์) และระยะทางขับขี่สูงสุด 830 กม. ทั้งนี้ จากรายงานของ Electrek

ภายในห้องโดยสาร Formula S (ภาพจาก Fang Cheng Bao)
สมรรถนะและเทคโนโลยี

รถตระกูล Formula S เปิดตัวมาพร้อมระบบ DiSus-M Intelligent Magnetorheological Suspension ซึ่งเป็นระบบช่วงล่างอัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยีแม่เหล็กไฟฟ้า สามารถปรับความหน่วงของโช้กได้ในระดับมิลลิวินาที ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมรถและความนุ่มนวลในการขับขี่

รถรุ่นนี้พัฒนาขึ้นมาโดยอิงกับสถาปัตยกรรมสมรรถนะสูง รองรับระบบชาร์จเร็วพิเศษ (Flash Charging) โดยสามารถชาร์จจาก 10–70% ภายใน 5 นาที และจาก 10–97% ภายใน 9 นาที

• ระบบส่งกำลัง: รุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) มีให้เลือก 2 ระดับคือ 245 kW (329 แรงม้า) และ 300 kW (402 แรงม้า) ขณะที่รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) ให้กำลังรวมสูงสุด 490 kW (657 แรงม้า)

• ระยะทางขับขี่: รถตระกูลนี้สามารถทำระยะทางสูงสุดตามมาตรฐาน CLTC ได้ถึง 900 กม.

• ระบบอัจฉริยะ: ติดตั้งระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ “God’s Eye B” และเซ็นเซอร์ LiDAR รองรับระบบ NOA (Navigate on Autopilot) ทั้งการขับขี่บนทางหลวงและในเมือง

การออกแบบ

ตัวรถ Formula S มีความยาว 5,060 มม. กว้าง 1,967 มม. สูง 1,483 มม.

ส่วน Formula S GT มีขนาดเล็กกว่าเล็กน้อย โดยมีความยาว 5,025 มม. กว้าง 1,967 มม. และสูง 1,458 มม.

ทั้งสองรุ่นมาพร้อมระยะฐานล้อ 2,960 มม. Formula S มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศที่ 0.22 และ 0.25 สำหรับ Formula S GT

ภายในห้องโดยสารติดตั้งอุปกรณ์ระดับพรีเมียม อาทิ หน้าจอแสดงผลแบบเสมือนจริง (AR-HUD) ขนาด 26 นิ้ว ระบบเสียง Devialet เบาะนั่งแบบ Zero-gravity Seat และตู้เย็นอัจฉริยะขนาด 6.9 ลิตร

ห้องโดยสารแบบเปิดและปรับแต่งได้ภายใต้แนวคิด Open Ecosystem โดยมีอินเทอร์เฟซฮาร์ดแวร์แบบโมดูลาร์ (ระบบ PIN แม่เหล็ก และข้อต่อแบบเกลียว) ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งและติดตั้งอุปกรณ์เสริมภายในห้องโดยสารได้ตามความต้องการ เช่น ไฟตกแต่งห้องโดยสารแบบแม่เหล็ก ปุ่มลัดแบบฟิสิคัล และอุปกรณ์คาราโอเกะ

ไลน์อัพใหม่นี้เปิดตัวขณะที่ยอดขาย Fang Cheng Bao เติบโตอย่างรวดเร็ว เฉพาะเดือนส.ค.ทำยอดขายได้ 41,568 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีที่แล้วถึง 155.57% ทั้งนี้ จากข้อมูลของ CnEVPost

สำหรับยอดขายในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้อยู่ที่ 242,255 คัน เพิ่มขึ้น 165.66% จากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา และสูงกว่ายอดขายตลอดปี 2025 ที่อยู่ที่ 234,637 คัน