xs
xsm
sm
md
lg

ฟังแล้วขนลุก!ทูตอิสราเอลเมินกระแสต่อต้าน ปลื้มคนไทยต้อนรับชาวยิวต่างชาติอื่น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพจากเอเอฟพี
ไทยให้การต้อนรับชาวอิสราเอล ในลักษณะที่ประเทศอื่นๆบางชาติไม่มี มาช้านาน และเอกอัครราชทูตอิสราเอลอยากให้เป็นเช่นนี้ต่อไป จากคำสัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพี ตามหลังเหตุประท้วงต่อต้านอิสราเอลในไทย และประเด็นพิพาทต่างๆนานาที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล

"เราต้องร่วมมือกันเพื่อให้มั่นใจว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะไม่ลุกลามเข้ามายังประเทศไทย" เอกอัครราชทูตอโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ กล่าวกับเอเอฟพีระหว่างให้สัมภาษณ์เมื่อวันอังคาร(15ก.ย.) "มันยังคงเป็นเรื่องยากมากสำหรับฉันที่จะใช้คำว่าต่อต้านชาวยิวในประเทศไทย มันช่างห่างไกลเหลือเกินจากทัศนคติของพวกเขา จากความอดทนอดกลั้นของพวกเขา และจากสิ่งที่พวกเขาคิด"

ในการประท้วงหลายครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา บรรดาผู้ชุมนุมเดินทางมารวมตัวกันบริเวณด้านหน้าสถานทูต เพื่อแสดงออกถึงความไม่พอใจที่มีต่อชาวอิสราเอล และระหว่างการประท้วงที่นำโดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พวกผู้ชุมนุมบางส่วน ชูป้ายข้อความ "ยิวออกไป" และ "พวกคุณชาวยิวไม่เข้าใจวัฒนธรรมไทย ดังนั้นออกไปซะ" ตามรายงานของเอเอฟพี

นอกจากนี้แล้วยังมีการประท้วงเกิดขึ้นในภูเก็ต เกาะท่องเที่ยวยอดนิยม จนต้องมีการยกเลิกงานฉลองปีใหม่ชาวยิวในนาทีสุดท้าย สืบเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับเหตุรุนแรง

แรบไบ เยฮูดา คาพลูน ทูตพิเศษด้านคัดค้านการต่อต้านชาวยิว ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์มเอ็กว์ ระบุว่าเขา "กังวลอย่างยิ่งต่อวาทกรรมต่อต้านชาวยิวที่มากขึ้นเรื่อยๆในไทย"

รายงานของเอเอฟพีระบุว่ากลุ่มผู้ประท้วงมุ่งประเด็นหลักไปที่ กรณีมีข้อกล่าวหาว่านักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลแสดงพฤติกรรมหยาบคายหรือขาดความเกรงใจ ถูกวิจารณ์ว่าไม่เคารพธรรมเนียมปฏิบัติของท้องถิ่น ในเรื่องนี้ ฟิชเชอร์-คัมม์ ยอมรับ "มีช่องว่างทางวัฒนธรรมบางอย่างระหว่างชาวอิสราเอลและชาวไทย" และเน้นว่ามีกรณีการไม่ให้ความเคารพ"และพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอยู่บ้าง

บนเกาะสมุย ชายชาวฝรั่งเศสและภรรยาคนไทย กลายเป็นข่าวพาดพัว หลังห้ามนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล จากการเที่ยวชมสวนสัตว์ โดยกล่าวโทษไปที่พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตามรัฐบาลไทยเมื่อสัปาดห์ที่แล้ว สั่งเนรเทศชายชาวฝรั่งเศสรายนี้ อ้างถึงประเด็นปัญหาต่างๆนานา ในนั้นรวมถึงพฤติกรรมของเขาที่เสี่ยงปลุกปั่นความแตกแยกทางเชื้อชาติและศาสนา

นอกจากนี้แล้วชาวอิสราเอล เช่นเดียวกับพลเมืองจากประเทศอื่นๆอีกมากมายหลายชาติ ถูกกล่าวหาว่าใช้นอมินีคนไทยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดเรื่องการถือครองที่ดินและธุรกิจของชาวต่างชาติ

หลายกรณีกลายเป็นข่าวดังในสื่อมวลชนไทย ในนั้นรวมถึงข้อกล่าวหาลักลอบเปิดโรงเรียนอย่างผิดกฎหมายบนเกาะพะงัน ที่ได้รับสมญานามจากชาวอิสราเอลที่พักอาศัยอยู่บนเกาะว่า "ลิตเทิล เทล อาวีฟ" และประเด็นสุสานยิวแห่งหนึ่ง ซึ่งว่ากันว่าลอบฝังศพอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หลังใบอนุญาตหมดอายุแล้ว

อย่างไรก็ตามเอกอัครราชทูตอิสราเอลพยายามลดกระแสของเหตุการณ์ต่างๆนานาเหล่านี้ โดยอ้างว่ามันเป็นปรากฏการณ์ของการขยายความหรือการมองเหตุการณ์เหล่านี้เกินความเป็นจริง "มีการรณรงค์ในสื่อสังคมออนไลน์ที่พยายามสร้างความแตกแยกระหว่างชาวอิสราเอลกับคนไทย"

กระนั้นก็ตามรายงานข่าวเอเอฟพีระบุว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ฟิชเชอร์-คัมม์ ได้เข้าพบหารือกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีต่างประเทศของไทย เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ และอย่างที่เธอพูดไว้ คือ "เพื่อดูว่าจะทำอะไรได้บ้างเพื่อลดผลกระทบนี้ให้เหลือน้อยที่สุด"

สถานทูตอิสราเอลได้จัดทำแผ่นพับเป็นภาษาฮีบรู ระบุข้อปฏิบัติสำหรับผู้มาเยือน โดยมีการแชร์มันบนสื่อสังคมออไนลน์ รวมถึงแจกจ่ายผ่านสายการบินและบริษัทนำเที่ยวต่างๆ

การท่องเที่ยวถือว่ามีความสำคัญยิ่งต่อเศรษฐกิจของไทย ประเทศที่มีชื่อเสียงโด่งดังด้านชายหาด วัฒนธรรมและอาหาร แต่นายสีหศักดิ์ กล่าวระหว่างพบปะพูดคุยกัน ระบุว่า "การที่เราต้อนรับนักท่องเที่ยวไม่ได้หมายความว่าพวกเขา ไม่ว่าจะมาจากชาติใดก็ตาม จะสามารถทำอะไรก็ได้ตามใจชอบในประเทศไทย" พร้อมบอกต่อว่า "ถ้าเราไม่ดำเนินการใดๆในเรื่องนี้ มันจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ"

เขาเน้นย้ำว่าข้อตกลงทวิภาคีฉบับหนึ่งเปิดทางให้แรงงานไทยหลายหมื่นคนเข้าไปทำงานในอิสราเอล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการเกษตร

เมื่อปีที่แล้ว มีชาวอิสราเอลมากกว่า 420,000 คนเดินทางมาเยือนไทย จุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษในหมู่คนหนุ่มสาว ที่เสร็จสิ้นการรับราชการทหารภาคบังคับ

"ไทยเป็นประเทศที่สวยงาม ผู้คนมีความอดทน ใจดี ฉลาด และให้การต้อนรับเป็นอย่างดี" ฟิชเชอร์-คัมม์กล่าว "ไม่ใช่เรื่องลับอะไรที่ทุกวันนี้ยุโรปอาจไม่ได้ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลได้มากเท่ากับเมื่อก่อน พวกเขาพยายามอยู่ห่างจากความขัดแย้งให้มากที่สุด"

(ที่มา:เอเอฟพี)