ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ (13 ก.ย.) ว่า พวกที่วิพากษ์วิจารณ์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เปรียบเสมือน "พลังด้านลบอย่างมาก" ที่ยกประเด็นสถานการณ์ที่ "ไม่เกิดขึ้นจริง" ขึ้นมา และย้ำว่าเขาต้องการให้สหรัฐฯ คงความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้ต่อไป
"เราเป็นผู้นำจีนในด้าน AI เราเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดในโลก และพูดตามตรงผมอยากให้มันเป็นอย่างนั้นต่อไป เพราะใครก็ตามที่ชนะในด้าน AI ก็คือผู้ชนะ" ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่สนามกอล์ฟของเขาในไอร์แลนด์ เมื่อถูกถามว่าอุตสาหกรรม AI ควรชะลอตัวลง หรือมีการควบคุมมากขึ้นหรือไม่
"เราสามารถวางมาตรการควบคุมได้ เราสามารถทำอย่างนั้นอย่างนี้ได้ แต่ผมคิดว่ามีพลังด้านลบมากมายที่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา ซึ่งไม่ควรจะยกขึ้นมา และพวกเขากำลังหยิบยกสิ่งที่จะไม่มีวันเกิดขึ้น"
ทรัมป์ พยายาทต่อต้านการปลุกปั่นความกังวลเกี่ยวกับ AI มาโดยตลอด
ข้อถกเถียงเรื่องปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในสหรัฐฯ ร้อนแรงขึ้น หลังจากนักวิจัย 2 คนจากบริษัท Anthropic ออกมาเตือนว่า เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วนี้อาจนำไปสู่การสูญพันธุ์ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ในอนาคตอันใกล้
รัฐบาล ทรัมป์ ในช่วงเทอมสองสนับสนุนบริษัท AI อย่างมาก ผู้นำด้าน AI เหล่านี้และบริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ ก็สนับสนุนนโยบายของ ทรัมป์ เช่นกัน
พวกผู้บริหาร AI ได้ทุ่มเงินจำนวนมากให้กับการรณรงค์หาเสียงก่อนศึกเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พ.ย . ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่าพรรคใดจะควบคุมเสียงข้างมากในสภาคองเกรส กลุ่มการเมือง America PAC ของ อีลอน มัสก์ ซีอีโอ SpaceX ได้ใช้เงินหลายล้านดอลลาร์สนับสนุนผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน และคาดว่าจะมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการมีส่วนร่วมของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในฤดูใบไม้ร่วงนี้
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้เตือนถึงความเสี่ยงจากแบบจำลองของ Anthropic ในปีนี้
หลังจากมีคำเตือนจากนักวิจัย ผู้บริหาร AI บางคนได้เริ่มผลักดันให้ชะลอการพัฒนาแบบจำลอง AI ลง
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (12) ดาริโอ อโมเดอี ซีอีโอของ Anthropic ได้นำเสนอโครงร่าง 3 ขั้นตอนที่มุ่งเน้นการควบคุมจังหวะการพัฒนาและสร้างเวลามากขึ้นในการจัดการความเสี่ยง ข้อเสนอดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูงของบริษัท AI ชั้นนำหลายแห่งทันที รวมถึง อีลอน มัสก์ และ แซม อัลต์แมน ซีอีโอของ OpenAI
ในการสัมภาษณ์ที่ออกอากาศเมื่อวันอาทิตย์ (13) ในรายการ Face the Nation with Margaret Brennan ทางช่อง CBS อโมเดอี กล่าวว่า การแข่งขันระหว่างบริษัท AI ของสหรัฐฯ และจีนเป็น "ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่ยากที่สุด" ในการพยายามกำหนด "ขีดจำกัดความเร็ว" ของอัตราการพัฒนา AI
"เราไม่ควรหลอกตัวเอง เพราะแรงจูงใจในการก้าวไปข้างหน้าและความได้เปรียบทางทหารที่คุณได้รับจากสิ่งนั้นมีมากเสียจนความสามารถในการตรวจสอบว่าอีกฝ่ายไม่ได้โกงนั้น ต้องแข็งแกร่งมาก" เขากล่าว "ดังนั้นผมคิดว่า นั่นจะเป็นงานที่ต้องใช้เวลาหลายปี และโดยสุจริตแล้ว ผมไม่รู้ว่ามันเป็นไปได้หรือไม่"
จาค็อบ โคซอน หนึ่งในนักวิจัยของ Anthropic ที่ลาออกและตัดสินใจออกมาเตือน ได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ร่วมมือกับประเทศอื่นๆ เพื่อให้มั่นใจว่าความเร็วในการพัฒนา AI จะเป็นไปอย่างเหมาะสม
“ผมรู้สึกว่า เราจำเป็นต้องมีการประสานงานระหว่างประเทศ มิเช่นนั้นเราก็เสี่ยงที่จะต้องวิ่งแข่งกับจีน ซึ่งอาจเป็นอันตรายไม่แพ้กัน” โคซอน กล่าวในรายการ Meet the Press ของ NBC
ที่มา: รอยเตอร์


