สื่อกัมพูชารายงานนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย กำลังเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากสาธารณชน ต่อภาพถ่ายในอดีตที่ถูกรื้อฟื้นขึ้นมา เหตุการณ์ที่เขาคุยอวดด้วยความภาคภูมิใจต่อวัตถุมงคลมูลค่า 90,000 ดอลลาร์ เหรียญหลวงพ่อรูปหนึ่ง ที่เวลานี้ถูกกล่วหายักยอกเงินไปจากวัดหลายล้านบาทและมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับสีกาภายในกุฏิ
รายงานข่าวของขแมร์ทูเดย์ อ้างภาพถ่ายเมื่อเดือนตุลาคม 2023 เป็นภาพที่นายอนุทิน ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี กำลังโชว์เหรียญจตุคามรามเทพ รุ่นเหนือดวง เนื้อทองคำ หายากปี 2006 แก่พวกผู้สื่อข่าว ยกย่องว่ามันเป็นสัญลักษณ์ "ซอฟต์พาวเวอร์ของไทย" เหรียญรุ่นนี้สร้างโดยวัดพุทไธศวรรย์ มีมูลค่าราวๆ 3 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามรายงานข่าวของขแมร์ทูเดย์ระบุว่า เจ้าอาวาสวัดแห่งนี้ "พระวชิรญาณ วิ." หรือ "หลวงพ่ออติโชติ" ถูกจับกุมเมื่อวันพฤหัสบดี(10ก.ย.) ตามข้อกล่าวหายักยอกทรัพย์ 92 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ยังได้ควบคุมตัว นางสาวปุณยวีร์ หรือเอ๋ สีกาคนสนิทวัย 47 ปี ของเจ้าอาวาสวัย 66 ปี ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งในกุฏิ พบเห็นทั้งคู่กำลังมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ลอบมีสัมพันธ์สวาทกันบนโต๊ะอาหาร รายงานระบุว่าพระลูกวัดรูปหนึ่งเป็นคนมอบคลิปดังกล่าวแก่ตำรวจ หลังไม่อาจทนกับพฤติกรรมฉาวโฉ่ของเจ้าอาวาสได้อีกต่อไป
ขแมร์ทูเดย์ รายงานว่าเวลานี้เรื่องอื้อฉาวได้ขยายวงกว้างกว่าเดิม สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กำลังประสานรับสำนวนคดีกับสำนักงานสืบสวนกลาง เร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งบัญชีส่วนตัวและมูลนิธิของ อดีตพระอติโชติ โดยที่ นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. บอกว่าจะมีการตรวจสอบเงินทั้งหมด พร้อมเผยว่าเงินเข้ามาผ่านทั้งบัญชีธนาคารส่วนตัวและมูลนิธิ แต่ยังเร็วเกินไปที่จะด่วนรุปว่าสินทรัพย์มูลค่าหลายร้อยล้านบาท เป็น "ทุนสีเทา" ที่เชื่อมโยงกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย
สื่อมวลชนกัมพูชาแห่งนี้ รายงานต่อว่าความเกี่ยวข้องของนายอนุทินกับพระสงฆ์ผู้อื้อฉาว ก่อข้อสงสัยอย่างร้ายแรงต่อวิจารณญาณของเขา ในปี 2023 เขาเชิดชูเครื่องรางดังกล่าวให้เป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของชาติ โดยอาจไม่ทราบหรือไม่ใส่ใจใดๆ แต่มาพระสงฆ์ผู้สร้างถูกกล่าวหายักยอกเงินวัดและละเมิดคำปฏิญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของตน ขแมร์ทูเดย์ตั้งคำถามว่าคนระดับผู้นำประเทศที่ช่วยโปรโมทวัตถุมงคลที่สร้างโดยผู้ถูกกล่าวหายักยอกทรัพย์ จะสามารถอ้างได้อย่างไรว่าตนยึดมั่นในค่านิยมทางพุทธศาสนาหรือมีความเป็นผู้นำที่มีคุณธรรม
นายกรัฐมนตรีรายนี้ยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะ แต่คนไทยต่างตั้งคำถามว่า สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นอะไรเกี่ยวกับวิจารณญาณของผู้นำประเทศ ขแมร์ทูเดย์ระบุ
หญิงสาวที่เป็นต้นเรื่องของข่าวอื้อฉาวนี้ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆต่อสาธารณะ แต่บทบาทของเธอในฐานะผู้ติดตามพระภิกษุรูปดังกล่าวได้ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากเหล่าพุทธศาสนิกชน ซึ่งมองว่าเธอมีส่วนร่วมในการทำให้สถาบันอันศักดิ์สิทธิ์ต้องมัวหมอง สิ่งใดคือแรงจูงใจที่ทำให้เธอเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้? และเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงอะไรเกี่ยวกับวัฒนธรรมที่ปล่อยให้พฤติกรรมเช่นนี้ดำเนินต่อไปได้โดยไม่มีการยับยั้ง? แขมร์ทูเดย์ตั้งคำถาม
แขมร์ทูเดย์ ระบุว่าสำหรับอนุทินนั้น เครื่องรางที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับการเชิดชูว่าเป็นสิ่งน่าภาคภูมิใจ ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงความบกพร่องทุกประการของชนชั้นนำทั้งในแวดวงการเมืองและศาสนาของไทย ต่อการยึดติดกับสถานะอย่างไม่ลืมหูลืมตา และการไม่ใส่ใจต่อความรับผิดชอบ
พร้อมกับปิดท้ายว่า นายกรัฐมนตรีของไทยอาจหวังว่าเรื่องราวจะค่อยๆจางหายไป แต่ด้วยเวลานี้กำลังมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินและความเดือดดาลที่มีขึ้นเรื่อยๆของประชาชนคนไทย คำถามจึงไม่เกี่ยวกับเหรียญอีกต่อไป แต่มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับความซื่อสัตย์ ผู้นำรายหนึ่งๆซึ่งเชิดชูเครื่องรางที่สร้างโดยพระสงฆ์ผู้อื้อฉาว จะสามารถกล่าวอ้างได้อย่างไรว่าตนเองยืนหยัดเพื่อความเป็นผู้นำที่มีคุณธรรม
(ที่มา:ขแมร์ทูเดย์)


