สำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (CIA) ได้เปิดเผยรายงานสรุปข่าวกรองของประธานาธิบดีหลายสิบฉบับ ซึ่งเผยให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้รับคำเตือนล่วงหน้า "หลายปี" ก่อนเกิดเหตุการณ์โจมตี 11 ก.ย. ปี 2001 ว่า อุซามะห์ บินลาดิน และเครือข่ายอัลกออิดะห์ กำลังพิจารณาโจมตีแผ่นดินอเมริกาโดยใช้เครื่องบินที่ถูกยึดหรือบรรจุระเบิด ขณะเดียวกันก็แสวงหาอาวุธชีวภาพ อาวุธเคมี และอาวุธนิวเคลียร์ด้วย
CIA ได้เผยแพร่รายงานสรุปประจำวันของประธานาธิบดี (President’s Daily Brief หรือ PDB) จำนวน 71 ฉบับในวันศุกร์ (11 ก.ย.) เพื่อเป็นการรำลึกครบรอบ 25 ปีเหตุการณ์ 9/11 รายงานชุดนี้มีมากกว่า 100 หน้า นับเป็นการเปิดเผยข้อมูลข่าวกรองของประธานาธิบดีจาก CIA ที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุด และครอบคลุมการประเมินตั้งแต่ปี 1998 จนถึงช่วงหลังเหตุการณ์ 11 ก.ย. ปี 2001 ทันที
หนึ่งในเอกสารที่น่าสนใจที่สุดคือ บันทึกข้อความเมื่อเดือน ก.ย. ปี 1998 เกี่ยวกับเจตนาของ บินลาดิน หน่วยข่าวกรองระบุว่า "ทางเลือกที่เขาต้องการมากที่สุด" คือการโจมตีสหรัฐฯ "บนแผ่นดินของตัวเองในกรุงวอชิงตัน" CIA ยังเตือนว่าเครือข่ายของบินลาดิน "อาจใช้เครื่องบินบรรจุระเบิดพุ่งชนเมืองใดเมืองหนึ่งของสหรัฐฯ"
3 เดือนต่อมา รายงานข่าวอีกครั้งเตือนว่า บินลาดินและพันธมิตรกำลังเตรียมโจมตีสหรัฐฯ รวมถึงแผนการจี้เครื่องบินโดยสารของอเมริกาในช่วงเทศกาลวันหยุด
เอกสารที่เพิ่งเปิดเผยออกมายังแสดงให้เห็นถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับอาวุธที่ไม่ธรรมดา การประเมินในเดือน ก.พ. ปี 1998 อ้างว่า บินลาดิน และกลุ่มหัวรุนแรงอื่นๆ พยายามจัดหาสารเคมี ชีวภาพ และนิวเคลียร์ที่ไม่ระบุชนิด ในเดือน พ.ค. ปี 1999 CIA ประเมินว่า บินลาดินกำลังแสวงหา “ทางเลือกที่หลากหลาย” ในการพัฒนาอาวุธดังกล่าว การบรรยายสรุปในเดือน มิ.ย. ต่อมากล่าวว่า ผู้ฝึกอบรมในค่ายอัฟกานิสถานได้ผลิตและทดสอบ “สารเคมีที่เป็นพิษและสารพิษทางชีวภาพหลายสิบชนิด” และเจ้าหน้าที่ได้ทดลองเติมสารกัมมันตรังสีลงในวัตถุระเบิด
คำเตือนที่รู้จักกันดีที่สุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ส.ค. ปี 2001 เมื่อประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ได้รับการบรรยายสรุปในหัวข้อ “บินลาดิน ตั้งใจโจมตีสหรัฐฯ” ซึ่งระบุว่า บินลาดิน ต้องการโจมตีสหรัฐฯ มาหลายปีแล้ว อ้างถึงกิจกรรมที่น่าสงสัยซึ่งสอดคล้องกับการเตรียมการจี้เครื่องบิน และระบุว่าสำนักงานสอบสวนกบางสหรัฐฯ (FBI) กำลังดำเนินการสอบสวนประมาณ 70 คดีเกี่ยวกับกิจกรรมที่อาจเชื่อมโยงกับอัลกออิดะห์ในประเทศ
จอร์จ เทเน็ต ผู้อำนวยการ CIA ในขณะนั้น เล่าว่า ในช่วงฤดูร้อนปี 2001 ระบบข่าวกรอง “ส่งสัญญาณเตือนภัยสีแดง” คณะกรรมการสอบสวนเหตุการณ์ 9/11 พบว่าเจ้าหน้าที่หลายคนรู้ว่า “มีการวางแผนบางอย่างที่เลวร้าย” แต่ความล้มเหลวในการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรอง นโยบาย และการเตรียมพร้อม ทำให้คำเตือนที่กระจัดกระจายเหล่านั้นไม่ถูกนำไปปฏิบัติ
บินลาดิน มีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาในช่วงสงครามโซเวียตในอัฟกานิสถาน เมื่อสหรัฐฯ ทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อติดอาวุธให้กลุ่มมูญาฮิดีนต่อต้านโซเวียตผ่านทางปากีสถาน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ปฏิเสธว่าไม่ได้ให้เงินสนับสนุน บินลาดิน โดยตรง แต่สงครามที่ได้รับการสนับสนุนจากอเมริกาช่วยสร้างโครงสร้างพื้นฐานและสภาพแวดล้อมของกลุ่มติดอาวุธ ซึ่งต่อมากลุ่มอัลกออิดะห์ได้ถือกำเนิดขึ้น
เหตุก่อการร้ายที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไป 2,977 คน กระตุ้นให้วอชิงตันเริ่ม "สงครามต่อต้านการก่อการร้าย" โดยบุกอัฟกานิสถานภายในไม่กี่สัปดาห์ และบุกอิรักในอีกไม่ถึง 2 ปีต่อมา ในขณะเดียวกันกฎหมาย PATRIOT Act ก็ขยายอำนาจของรัฐบาลในการสอดแนมพลเมืองของตนเองอย่างกว้างขวาง
ที่มา: RT


